วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กลอนประตูครัว

กลอนประตูครัว

  • Share:

ก็เมื่อภาพเขียนของจิตรกรขั้นเทพ อย่างถวัลย์ ดัชนี เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ฯลฯ คนรากหญ้าอย่างเราเข้าถึงได้ยาก เราก็เลือกงานเขียนหนังสือ ที่พอเข้าถึงได้ง่ายๆ...แต่ละเล่มราคาไม่แพง เปิดอ่านเมื่อไรก็ได้

เล่มเมนูท้ายวัง (สำนักพิมพ์สารคดี 2541) เรื่องบทเรียนหน้าแม่เตาไฟ รงค์ วงษ์สวรรค์ ขึ้นต้นกลอนปากเด็กชนบท ฝนเอ๋ยทำไมจึงตก...ไปจนถึงบท...ข้าวดิบก็เพราะฟืนมันเปียก ฟืนเอ๋ยทำไมจึงเปียก ฟืนเปียกก็เพราะฝนมันตก ฝนเอ๋ย...

แล้วก็เล่าถึง กลอนประตูครัว เทพรำจวน นวลกาเหว่า เสือเป่าเล็บ

อธิบายว่า เทพรำจวนหรือเทพรัญจวน ไม่ใช่ชื่อเพลงในวงมโหรี และไม่หมายถึงเทวดากระสันถึงนางอัปสรเอวคอดก้นงอนบนวิมานเมฆ แต่เทวดาปั่นป่วนท้อง

นวลกาเหว่า ไม่หมายถึงผิวยองใยของนวลแตง หรือนวลใบตอง และก็คงไม่หมายถึงลายพร้อยบนปีกของนกดุเหว่า กาเหว่า หรือกระเหว่า นกเดียวกัน แต่เปรียบว่านุ่มนวล

เสือเป่าเล็บ เปรียบว่าเป็นความร้อน ถึงขนาดสัตว์ป่าดุร้ายต้องยกตีนหน้าขึ้นเป่าเล็บทุเลาความเจ็บปวด!

ยายผูกเป็นคำกลอน หรือยายจำมาจากแม่ของยาย เอามาสอนผม เกี่ยวกับการหุงข้าวอย่างนั้น

เทพรำจวน (ดิบ) กินแล้วท้องขึ้นท้องเฟ้อ นวลกาเหว่า (ร่วนและสวย) เหมือนตัวหนอน บางคนพูดว่า เหมือนดอกมะลิ เสือเป่าเล็บ (แฉะ) ข้าวแฉะในหม้อออมความร้อนนานถึงในจาน ในช้อน และในปาก ร้อนถึงกับแหงนมองบนอากาศ ซ่อนไม่ให้คนร่วมวงเห็นน้ำตา

“ร้อนถึงบางตาเหลือก” คำพูดนี้อธิบายค่อนข้างชัดเจน

ข้าวร้อนในจาน หรือการกินข้าวร้อน หมายถึงว่าอุณหภูมิลดลงบ้างแล้ว ไม่เป็นอันตรายกับนิ้วมือ (ในการกินมือ)

เมล็ดข้าวร่วนและสวยสะดวกกับการตักหรือเกลี่ยในการกินช้อน กินด้วยส้อมแบบอเมริกัน...

แต่เพื่อนของผมบางคนกินข้าวแฉะก็มีบ้างเหมือนกันเขาว่าอร่อยกว่ากินข้าวแฉะก้นหม้อที่เย็น คดออกมาแล้วกินกับแกงเผ็ดเนื้อวัวที่กำลังร้อน

ความชอบและไม่ชอบของคนไม่เหมือนกัน แต่คงไม่มีใครชอบกินข้าวดิบนั้นแน่นอน

ผมเองถูกยายสอนให้กินข้าวหุงแบบนวลกาเหว่า และกินอย่างนั้นมาตลอดชีวิต

มาถึงวิชาหุงข้าว...ยายสอนให้เปิดฝาหม้อเอาวางหงายบนพื้นกระดาน หลังจากหม้อข้าวเดือด แล้วรอสักครู่จึงเอาทัพพีคน เพื่อป้องกันเมล็ดข้าวติดก้นหม้อ แต่ไม่คนบ่อย เมล็ดข้าวจะแตก

และตักฟองทิ้งเผื่อว่าฝุ่นละอองที่ยังหลงเหลือจากการซาวเมล็ดข้าว จะลอยพล่านขึ้นมาบ้าง ผ้าขาวบางชุบน้ำจึงวางไว้ในจานข้าวข้างแม่เตาไฟตลอดเวลา สำหรับเช็ดฟองคั่งบนขอบหม้อด้านใน และเช็ดฝาหม้อวาววับ

การคนนั้น หลังจากเวลาเดือดนานพอสมควร ให้ตักเมล็ดข้าวติดปลายทัพพีขึ้นมา บี้ดูความอ่อนนุ่ม ตอบคำถามตัวเองว่า ถึงเวลาเช็ดน้ำทิ้ง และดงได้หรือยัง โดยไม่ดิบหรือแฉะ

แต่ครั้นชำนาญแล้ว เพียงมองด้วยสายตาว่าเมล็ดข้าวเป็นตากบ (ขุ่นและเป็นไตข้างใน) แล้วรอว่าเมล็ดข้าวใส ก็ปิดฝาหม้อขัดไม้นำลงมาเช็ดน้ำ ออกจากรอยฝาเผยอ สะเด็ดน้ำแล้วขั้นตอนต่อมาราไฟในเตา...

จบเรื่องการหุงข้าว ลักษณะของข้าวที่หุง รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นคนหนึ่งที่ไม่เจอข้อครหา แค่หุงข้าวก็ไม่สุก

ไม่เหมือนข้อครหาสมัยใหม่ ทหารหลายหน่วยหลายนาย ที่ถูกสั่งให้ไปตรวจโกดังข้าว แล้วไม่เจอความผิดอันใด...เพราะไม่รู้ หรือรู้ แต่ให้บังเอิญเจอของบังตา

หลายตัวหนังสือ ในหลายบรรทัดต่อไป รงค์ วงษ์สวรรค์ เขียน เมนูหมา

ก้างและหัวปลาทูผสมน้ำข้าว ข้าวเย็นผสมในบางวัน รายการเดียวเท่านั้น 7 วันในสัปดาห์ อีจุดอีแด่นไอ้ครบกระดิกหางและยิ้มคารวะ กินอิ่มแล้วเลียปากพากันเห่าพร้อง ยืนยันว่าขอซื่อสัตย์กับเจ้าของถึงวันตาย

รงค์ วงษ์สวรรค์ เหน็บแนมแกมประชดตบท้าย ถึงใคร ก็ไม่รู้ ...ครับ...หมาของผมไม่เย่อหยิ่ง กินอะไรและกินอย่างไรได้ทั้งนั้น ไม่บ่นไม่นินทา ไม่เรียกร้องสิทธิ์ความเป็นหมาใต้ถุนบ้าน

ควรไปหา เมนูท้ายวัง มาอ่านทั้งเล่ม เพื่อความซาบซึ้งสะใจยิ่งๆไปกว่า ที่ได้อ่านตัวอย่างสั้นๆ...แค่นั้น.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้