วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ป่า+น้ำ+คน+เกษตรชีวิตเกื้อกูล ณ แม่กึ๊ดหลวง

ป่า+น้ำ+คน+เกษตรชีวิตเกื้อกูล ณ แม่กึ๊ดหลวง

  • Share:

แม้คนจะเป็นสัตว์ฉลาดที่สุดบนโลกใบนี้ แต่ใช่ว่าจะสามารถทำอะไรได้อย่างใจไปหมดทุกอย่าง...ถ้าไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักการแบ่งปันให้สรรพสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่รอด...ไม่เพียงชีวิตอื่นจะต้องจบสิ้น ชีวิตสัตว์ฉลาดที่สุดก็ยากจะรอดเช่นกัน

ฟังดูเหมือนนิยายในมโนคติจากจินตนาการคนมองโลกสวย...แต่ชาวบ้านใน 6 หมู่บ้าน ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก ที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์สร้างป่าชุมชนขึ้นมาบนเนื้อที่ 5,250 ไร่ ต่างรู้ดี นี่คือชีวิตจริง

ต่างคนต่างบุกรุกป่าผลที่ได้จึงเป็นเช่นนี้


“ที่นี่แต่เดิมอุดมสมบูรณ์มาก แต่เพราะต่างคนต่างบุกรุกป่า ทำไร่ ปลูกข้าวโพด ปลูกถั่วเขียว ความสมบูรณ์เลยกลายเป็นแห้งแล้ง น้ำจากภูเขาที่เคยมี ไม่พอใช้ เราต้องเจาะบาดาลสูบน้ำขึ้นมาใช้ จนปี 2543 พวกเราอยู่ไม่ได้ เพราะค่าน้ำมันปั่นเครื่องสูบน้ำแพงมาก เดือนเดือนหนึ่งตกประมาณ 1 หมื่นบาท แถมของป่าที่เราเคยหาเก็บมากินได้ ไม่มี ทุกอย่างต้องซื้อเขาหมด ต้นทุนใช้ชีวิตแพงขึ้น ในที่สุด ครูบากัญไชย กาญจโน ได้มาเป็นผู้นำชักชวนให้ชาวบ้านร่วมกันสร้างป่าชุมชนขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น”

รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ


นายพนม นามผาญ ผู้ใหญ่บ้านแม่กึ๊ดหลวง และประธานป่าชุมชนแม่กึ๊ดหลวง ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก เล่าที่มาของป่าชุมชน รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ในการประกวดป่าชุมชน “โครงการคน รักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ประจำปี 2557

ที่เริ่มด้วยการแบ่งเขตพื้นที่ป่าชุมชนกับพื้นที่เกษตรแยกออกจากกัน ไร่ข้าวโพดจุดไหนรุกล้ำแนวเขตป่า เจ้าของจะต้องเสียสละ ยอมให้ปลูกป่าขึ้นมาแทน พร้อมมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาควบคุมดูแลป่า ไม่ให้มีใครบุกรุกเผาทำลายป่า ออกกฎการใช้ประโยชน์จากป่าได้แค่เพื่อบริโภคในครัวเรือน ห้ามนำไปขายพ่อค้าที่มารับซื้อเด็ดขาด ใครฝ่าฝืนถูกปรับ

ด้วยกฎกติกาและการปฏิบัติที่เคร่งครัด เวลาเพียงแค่ 5 ปี ป่าที่แห้งแล้งฟื้นกลับมาให้ประโยชน์กับคน...น้ำมีให้ใช้ได้ทั้งปี ไม่ต้องจ่ายค่าสูบน้ำอีกต่อไป ไร่ข้าวโพด ถั่วเขียว มีน้ำหล่อเลี้ยง อาหารของป่าที่หายไป มีกลับมาให้เก็บกิน มีสารพัดสมุนไพรให้รักษาโรค ไม่ต้องควักซื้ออีกต่อไป...ต้นทุนชีวิตถูกลง ความสุขหวนกลับมา

ต้นไม้ยังต้องพึ่งพาอาศัยกัน


“ก่อนหน้านี้กรมพัฒนาชุมชนเคยสำรวจรายได้ขั้นพื้นฐานประชาชนในพื้นที่นี้เฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 บาท ต่อคนต่อปี แต่พอมาปี 2555 รายได้กลับเพิ่มขึ้นมาเป็น 64,000 บาท” นายประลอง ดำรงค์ไทย ผอ.สำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ ชี้ให้เห็นว่า ป่าชุมชนช่วยให้ชาวบ้านมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ป่าให้ชีวิตกับคนได้จริง

ไม่เพียงแค่นั้นยังส่งผลดีต่อภาครัฐด้วย เพราะการสร้างป่า ปลูกป่าให้ได้พื้นที่ 5,000 ไร่ รัฐต้องใช้งบประมาณอย่างน้อยๆ 19 ล้านบาท... แต่ที่นี่จ่ายสนับสนุนช่วยเหลือแค่ 1 แสนบาทเท่านั้นเอง

คงไม่ต้องบอกว่า ดีกว่า...คุ้มกว่า ขนาดไหน.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้