วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พัทยาเงียบเหงาราวกับป่าช้า

พัทยาเงียบเหงาราวกับป่าช้า

  • Share:

ราตรีวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราได้รับชวนจากคนรัสเซียให้ไปดื่มเบียร์ที่ร้าน The Cove Pub ที่พัทยา ชาวรัสเซียผู้นี้เดินทางไปดูงานการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่ 46 ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเมียนมาร์ กรุงเนปิดอว์+การประชุมเศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่ 3 พอถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2557 ก็เข้าไปดูนายอะเล็กเซ อูรูกาเยฟ รมว.พัฒนาเศรษฐกิจของรัสเซีย ก็นำทีมประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจรัสเซีย-เมียนมาร์

ปีนี้ รัสเซียให้ความสำคัญกับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนมาก เพราะรัสเซียโดนตอบโต้ด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจจากสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป แคนาดา ญี่ปุ่น ฯลฯ จนสินค้าอาหารที่ส่งไปขายในรัสเซีย มีไม่พอ รัสเซียจึงมีความจำเป็นต้องออกหาอาหารและสินค้าเกษตรจากอาเซียนเพิ่มขึ้น ทั้งผักสด ผักแปรรูป เนื้อไก่ ถั่ว สินค้าประมง ยางพารา ข้าว สับปะรด ฯลฯ การเดินทางมาเมียนมาร์ครั้งนี้ รัสเซียจึงเอาบริษัทสัญชาติรัสเซียเดินทางมาด้วยครึ่งร้อยและในจำนวนนั้นกว่า 40 บริษัท เป็นบริษัทที่ออกมาหาซื้ออาหารทะเลและผัก

แต่ก่อนง่อนชะไร รัสเซียก็ซื้ออาหารทะเลและผักของเมียนมาร์ผ่านบริษัทของจีน แต่ตอนนี้ เมียนมาร์เจรจาขอให้รัสเซียซื้อตรง และขอให้เข้ามาลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปอาหาร และเท่าที่ติดตามความคืบหน้า ก็พบว่ามีการกระดิกพลิกตัวสูงมากในเรื่องที่รัสเซียที่จะโหมเข้าไปลงทุนการแปรรูปอาหารในเมียนมาร์ คนรัสเซียที่คุยกับเราที่พัทยาเมื่อราตรีวันอาทิตย์บอกว่า เมียน- มาร์ไม่มีความผูกพันกับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป แม้จะมีการปรับปรุงความสัมพันธ์และลดมาตรการการลงโทษทางเศรษฐกิจแล้วก็ตาม แต่ก็ทำเพียงชั่วคราวและทำเป็นบางส่วนเท่านั้น รัสเซียเชื่อว่า เมียนมาร์ยังเป็นประเทศที่มีความลึกซึ้งถึงก้นบึ้งของหัวใจกับตนเอง ประโยคหนึ่งซึ่งพวกรัสเซียคุยก็คือ “เมียนมาร์เป็นคู่แข่งกับไทยได้สบายมากในความสัมพันธ์กับรัสเซีย”

พัทยาราตรีในปัจจุบันทุกวันนี้เงียบเหงาราวกับป่าช้า คุยกับเจ้าของร้านอาหารหลายแห่ง บอกว่านักท่องเที่ยวหายเกือบหมด เมื่อก่อนเคยขายได้วันละ 2-3 หมื่นบาท ช่วงแรงจริงๆเคยขายได้วันละ 5-6 หมื่นบาท “แต่ผมไม่เคยขายได้เกิน 3 พันบาทมาเดือนกว่าแล้ว คุณลองมองไปบนถนนสายนี้ซี มืดสนิท นานๆจะเจอร้านเปิดไฟ สักแห่ง เกือบทุกคนปิดร้านหนี”

เจ้าของร้านที่สนทนาด้วยถามว่า อ้า คุณทราบไหม ว่านักท่องเที่ยวรัสเซียหายไปไหนหมด? ผมได้ยินพ่อตอบว่า คุณไม่รู้ดอกหรือ ว่านายปูตินมีคำสั่งไม่ให้นักการเมืองและข้าราชการรัสเซียเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศที่มีสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือ extradition treaty กับสหรัฐอเมริกา เพราะเดี๋ยวนี้อเมริกาเล่นส่งตำรวจเข้าไปไล่จับพลเมืองรัสเซียในประเทศต่างๆ แล้วก็จับยัดขึ้นเครื่องบินนำตัวไปเกาะกวม

เจ้าของร้านถามว่า อ้า เป็นไปได้หรือ? มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นจริงๆหรือ? ผมได้ยินพ่อพูดว่า มีจริงซี ก็ต้นเดือนกรกฎาคม 2557 นายโรมัน เซเลสนอฟ หนุ่มรัสเซียอายุ 30 ปี ไปท่องเที่ยวที่เกาะมัลดีฟส์ พอถึงวันกลับ ก็โดนจับที่สนามบินนานาชาติมาเล เมืองหลวงของมัลดีฟส์ โดนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯเข้าควบคุมตัว และเอาขึ้นเครื่องบินไปเกาะกวม โดยไม่สนใจสนธิสัญญาทวิภาคี พ.ศ.2542 ว่าด้วยการช่วยเหลือทางกฎหมายร่วมกัน

เจ้าของร้านถามว่า นายเซเลสนอฟคนที่ถูกจับสำคัญยังไง? พ่อตอบว่า แกเป็นลูกชายของนายวาเลรี เซเลสนอฟ ส.ส.รัสเซีย นักการเมืองคนนี้มีนโยบายชาตินิยมสุดขั้ว ออกมาพูดจาโจมตีสหรัฐฯบ่อยๆ และก็บังเอิญในห้วงช่วงที่ผ่านมา นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์-เดน อดีตเจ้าหน้าที่ของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่เอาความลับโครงการสอดแนมของอเมริกาออกมาแฉ อเมริกาจึงตามจับ รัสเซียก็ช่วยนายสโนว์เดน โดยให้ได้อยู่ในดินแดนของตน ดูเหมือนว่าจะให้สัญชาติรัสเซียด้วย ตอนนี้ อเมริการ้อนใจและต้องการตัวนายสโนว์เดนมาก

พวกรัสเซียเชื่อว่าอเมริกาจะเอาเด็กคนนี้ไปต่อรองเพื่อแลกตัวนายสโนว์เดน จึงยัดข้อหาว่า ลูกชาย ส.ส.คนนี้เป็นผู้ต้องสงสัยขโมยข้อมูลบัตรเครดิต ทั้งที่มีพยานยืนยันเยอะ ว่าเด็กคนนี้มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์น้อยมาก ทั้งชีวิตไม่เคยทำงานที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับไอทีเลย

ไทยเป็นประเทศที่มีสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐฯ

นี่แหละครับ หนึ่งในหลายสาเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวรัสเซียที่มีเงินจริงๆ ไม่มาเมืองไทย.

คุณนิติ นวรัตน์

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้