วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปลือยเปลือกสุดยอดเรื่องราวบิวตี้ 'ทาคาฮาชิ' เมกอัพอาร์ติสต์มือทองแห่งยุค!

เปลือยเปลือกสุดยอดเรื่องราวบิวตี้ 'ทาคาฮาชิ' เมกอัพอาร์ติสต์มือทองแห่งยุค!

  • Share:

ผู้หญิงยุคนี้หันมาให้ความสนใจด้านความงามและแฟชั่นต่างๆ กันมากขึ้น เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเมกอัพ อาร์ติสต์ และกูรูด้านบิวตี้ แฟชั่นต่างๆ ที่มีชื่อเสียงหลายต่อหลายคน อย่างที่เรารู้จักกันส่วนใหญ่คงจะนึกถึงเมกอัพอาร์ติสต์ระดับโลกฝั่งยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ชาลอตต์ ทิวเบอรี่ อดีตที่ปรึกษาให้กับแบรนด์เครื่องสำอางทอม ฟอร์ด, ปีเตอร์ ฟิลิปส์ ครีเอทีฟไดเรคเตอร์เครื่องสำอางชาแนล และผู้สร้างผลงานเมกอัพ ผ่านแฟชั่นโชว์ของชาแนล หรือแพท แมกกราท เมกอัพอาร์ติสต์มือหนึ่ง ผู้รังสรรค์ผลงานบนใบหน้าอันเฉียบขาด และสร้างสรรค์ จนวงการบิวตี้ต้องแย่งตัวกันมาทำงาน

แต่ถึงกระนั้นทางฝั่งเอเชียบ้านเราก็มีเมกอัพอาร์ติสต์ ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรรค์อันดับต้นๆ ของวงการบิวตี้เช่นกัน และได้ร่วมงานกับบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาแล้วไม่น้อย อย่างเช่น แพรี่พาย คลื่นลูกใหม่ในแวดวงบิวตี้ทั้งไทยและต่างประเทศ การันตีความสามารถในการแต่งหน้ารันเวย์ระดับโลก, มุตซึยะ ซาไก อินเตอร์เนชั่นแนลเมกอัพอาร์ติสต์ชาวญี่ปุ่น แบรนด์คาเนโบ และเป็นแบ็กสเตจให้กับแฟชั่นโชว์ที่มหานครนิวยอร์ก รวมทั้งคนๆ นี้…

แพรี่พาย คลื่นลูกใหม่แวดวงบิวตี้...
'มุตซึยะ ซาไก' อินเตอร์เนชั่นแนลเมกอัพอาร์ติสต์ แบรนด์คาเนโบ

"มร. โยชิยูกิ ทาคาฮาชิ" อินเตอร์เนชั่นแนลเมกอัพอาร์ติสต์ อิมพอร์ตจากประเทศญี่ปุ่น แบรนด์เคลย์ เดอ โป โบเต้ ซึ่งเขาเริ่มทำงานให้กับแบรนด์ชิเชโด้ ตั้งแต่ปี 1998 และได้ฝากผลงานไว้มากมาย ทั้งทรงผมและเมกอัพบนสื่อโฆษณาต่างๆ ตลอดจนงานแฟชั่นโชว์ตระการตา โดยเป็นผู้กำหนดเทรนด์สีเมกอัพ และสีผมในทุกๆ ซีซั่น อีกทั้งเขายังเป็นวิทยากรในงานอีเวนต์ และงานสัมมนาเกี่ยวกับบิวตี้ เทรนด์เมกอัพต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย

มิสเตอร์ ทาคาฮาชิ เป็นเมกอัพอาร์ติสต์ฝีมือระดับพระกาฬ และมีไอเดียสร้างสรรค์คนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสสัมภาษณ์เขาแบบใกล้ชิดในงาน 'Central Beauty Galerie presents Portraits of Beauty' ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม งานนี้เราเจาะลึกเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มุมมองและความคิดด้านเมกอัพที่เขาสั่งสมประสบการณ์มานานถึง 8 ปี มาฝากแฟนๆ พร้อมทั้งเขาจะตอบประเด็นทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับบิวตี้ ความงามต่างๆ ที่ผู้หญิงทั้งหลายคลั่งไคล้อยากรู้มากที่สุด !!!

'มร. โยชิยูกิ ทาคาฮาชิ' อินเตอร์เนชั่นแนลเมกอัพอาร์ติสต์ แบรนด์เคลย์ เดอ โป โบเต้


//กว่าจะมาเป็นกูรูบิวตี้แต่งหน้า-ทำผม//

มร. ทาคาฮาชิ บอกผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่า ความคิดที่จะมาทำงานด้านบิวตี้นั้น เริ่มตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ ม.ปลาย ช่วงประมาณอายุ 16-17 ปี ตอนนั้นเป็นช่วงกำลังค้นหาตัวเองและดูว่าพอเข้ามหาลัยแล้วจะไปในทิศทางไหนดี ซึ่งช่วงนั้นมีเพื่อนหลายคนที่ทำงานแล้ว ก็เลยได้ฟังจากเพื่อนๆ หลายคนว่างานแต่ละแบบ เป็นแบบไหนกันบ้าง หลังจากที่ฟังมาก็คิดว่าลักษณะงานด้านบิวตี้เนี่ยแหละ...ใช่เลยเหมาะกับตัวเรามากที่สุด ที่สำคัญเป็นงานที่ต้องมีการขยับเขยื้อน ใช้มือเคลื่อนไหวอย่างที่ชอบ ก็เลยเลือกที่จะทำงานด้านผม

หลังจากนั้นพอเป็นนักศึกษาเต็มตัวก็เริ่มมีความสนใจด้านการแต่งหน้ามากขึ้น ด้วยความที่ชอบเรื่องแฟชั่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เลยลองเปลี่ยนหันมาจับแปรงแต่งหน้าดูบ้าง พอทำไปแล้วก็รู้สึกสนุกและเป็นสไตล์ของตัวเองดี แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เริ่มทำด้านเมกอัพจริงๆ เพราะถ้าพูดถึงงานแฟชั่น มันมีหลายอย่างให้ทำ อย่างเช่น ช่างภาพ ช่างทำผม หรือช่างแต่งหน้า การทำงานทุกอย่างราบรื่น ไม่มีอุปสรรคยุ่งยากอะไรเลย นั่นเป็นสิ่งที่ดีมาก !

Q : เสน่ห์ของการแต่งหน้าที่ทำให้คุณสนใจ?

มีเหตุผลทั้งหมดอยู่ 3 ข้อด้วยกัน …

1. เนื่องด้วยตัวเราเองจะเป็นคนค่อนข้างเอาแต่ใจ และทำตามใจตัวเองเยอะ เพราะฉะนั้นเวลาไปทำงาน เราไม่อยากจะทำงานเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสเต็ปทั้งหมด แต่เราชอบทำงานที่เริ่มจากศูนย์ไปจนจบด้วยตัวเราเองมากกว่า ซึ่งในการแต่งหน้า/ทำผม มันก็เป็นแบบนั้น เริ่มต้นจากไม่มีอะไรจนมีผลงานแสดงออกมาให้ทุกคนประจักษ์ ทุกคนสามารถเห็นได้โดยตรง และเราสามารถวัดดูความสำเร็จได้จากการที่อีกฝ่ายหนึ่งเขารู้สึกดี หรือขอบคุณในสิ่งที่เราทำให้เขาแบบนั้น

2. การแต่งหน้าเป็นงานที่ไม่จำเจ เพราะเราต้องตามเทรนด์ตลอดเวลา เวลามีผลิตภัณฑ์ออกมาใหม่เรื่อยๆ เราก็จะทดลองใช้ เวลาแต่งหน้าไปเจอนางแบบก็จะเปลี่ยนคนไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นจะมีสิ่งที่กระตุ้นตัวเราเองตลอดเวลา ให้รู้สึกสนุกและตื่นเต้นไปกับมัน

3. การได้พบปะกับผู้คนและการสื่อสารกับคนอื่น เรารู้สึกว่างานนี้ไม่เหมือนงานอื่นๆ เหมือนเราทำสิ่งที่ดีให้อีกฝ่าย โดยการแต่งหน้า/ทำผมให้ลูกค้า หรือคนที่มาให้เราแต่งหน้าให้ เขารู้สึกดีและมีความสุขกับสิ่งที่เราทำให้ เขาก็จะรู้สึกยินดีและขอบคุณเราอย่างใจจริง ซึ่งต่างจากงานอื่นๆ ที่จะไม่มีลักษณะแบบนี้ คือ เราทำให้คุณแฮปปี้และคุณขอบคุณเรา !

รังสรรค์การแต่งหน้าขั้นเทพจาก 'มุตซึยะ ซาไก'

Q : ระหว่างการแต่งหน้าและทำผม ถนัดอะไรมากกว่ากัน ?
ชอบและถนัดพอๆ กัน โดยปกติเวลาทำงานให้กับนางแบบ เราจะทำงานสองอย่างนี้ควบคู่กันไปกับอาร์ติสต์อีกคน อย่างถ้าอาร์ติสต์อีกคนแต่งหน้า เราก็จะทำผม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อีกคนทำผม เราจะหันมาแต่งหน้าให้นางแบบแทน แต่ถ้าเป็นไปได้จริงๆ อยากจะทำทั้งสองอย่าง (หัวเราะ)

Q : เมกอัพแต่ละลุคเอาแรงบันดาลใจมาจากไหน ?

ก่อนที่เราคิดว่าจะแต่งหน้าเป็นลุคแบบไหนดี เราต้องรับฟังข้อมูลและคอนเซปต์ของงานอย่างละเอียดก่อน ต้องติดตามเทรนด์แฟชั่นตอนนี้เป็นยังไง มีผลิตภัณฑ์อะไรออกใหม่บ้าง แล้วถึงจะแต่งหน้าได้ เพื่อให้แต่งหน้าตรงตามคอนเซปต์และไม่เอาต์ และที่สำคัญของการแต่งหน้าคือต้องดูรูปหน้าของนางแบบก่อนด้วยว่าเป็นแบบไหน อย่างเช่น รูปหน้าเรียวยาว ใบหน้ากลม หรือใบหน้าเหลี่ยม เพื่อจะได้แต่งให้เข้ากับลุคมากขึ้น ไม่ดูขัดกันเกินไป

Q : เคยครีเอทลุคขึ้นมาเองใหม่ไหม ?

ก็เคยมีบางทีเหมือนกันที่ครีเอทคิดลุคขึ้นมาเอง แต่ไม่ได้เอามาใช้ตอนทำงาน เพราะตอนทำงานจริงลูกค้าจะบรีฟมาอยู่แล้วว่าต้องให้แต่งประมาณไหน มันจะมีกรอบมาให้ แต่ก็มีเหมือนกันที่บางทีเราอยากจะแต่งแบบนี้ เป็นลุคที่เริดมาก เราก็จะแต่งให้นางแบบเอง เสร็จแล้วก็จ้างคนมาถ่ายรูป เก็บทำเป็นอัลบั้มคอลเลกชั่นของตัวเองเลย

'มร. โยชิยูกิ ทาคาฮาชิ' สอนเทคนิคแต่งหน้าประจักษ์แก่สื่อมวลชน


// เบสิกเมคอัพที่ผู้หญิงทั้งหลายอยากรู้ !!! //

Q : ลุคไหนที่แต่งบ่อย แล้วชอบที่สุด ?

ลุคที่แต่งออกมาแล้วดูเป็นผู้ดี ถึงจะใช้สีเรียบๆ ชัดเจนแค่ไม่กี่สี แต่ลุคที่ออกมาไม่ได้ให้ความรู้สึกโหลหรือเอาต์เลย เวลาแต่งหน้าเราจะดูใบหน้าของลูกค้าเป็นหลัก หาจุดดีๆ บนใบหน้าแล้วแต่งออกมาให้มันโดดเด่น ชัดเจนขึ้น (ดึงจุดดีบนใบหน้าให้โดดเด่นมากขึ้น)

Q : ความยาก-ง่ายในการแต่งหน้า ?

โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าการแต่งหน้าง่ายมาก มันมีลูกเล่นของสี สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์เล่นได้เยอะมาก เพราะการแต่งหน้าแต่งเสร็จแล้วมันล้างออกได้ เพราะฉะนั้นมันเลยสนุกสนานกับการแต่งหน้าได้หลากหลายแบบ

Q : จุดสำคัญควรระวังในการเมกอัพ ?
จุดระวังในการแต่งหน้าคือเราจะต้องรู้ว่าจุดไหน ตรงไหนเป็นส่วนที่ดีที่สุดของใบหน้า แล้วทำอย่างไรให้มันเด่นชัดที่สุด อย่าทำให้ส่วนดีของใบหน้าเสียไป !

Q : เบสิกในการเล่นสีรอบดวงตา ?
มันไม่มีคำว่าเบสิกนะ จริงๆ มันอยู่ที่แรงบันดาลใจของเรามากกว่าเวลาแต่งหน้า ว่าเราอยากแต่งออกมาให้เป็นรูปแบบไหน ลักษณะไหน ซึ่งถ้าพูดเรื่องของสีแล้ว เทรนด์ตอนนี้เราไม่ได้เน้นเรื่องสี แต่เน้นเรื่องเทกซ์เจอร์ ลูกเล่นประกายแพรวพราวมากกว่า

Q : อุปกรณ์แต่งหน้าเบสิกที่ต้องมีติดไว้ … ขาดไม่ได้ ?
จริงๆ อุปกรณ์ในการแต่งหน้าทุกตัวสำคัญหมด อย่างเช่น แปรงแต่งหน้า...ถ้ามีแล้วก็จะทำให้สวยได้มากกว่าเดิม ผิวหน้าเรียบเนียนมากขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดอุปกรณ์ต่างๆ ที่เอามาใช้ต้องสะอาด ไม่งั้นพอใช้กับหน้า อาจทำให้เกิดสิวหรือผื่นขึ้นได้

*** ทริคเล็กน้อย ***
มร. ทาคาฮาชิ เผยว่าพื้นฐานในการทำความสะอาดแปรงต้องใช้น้ำยาเฉพาะสำหรับล้าง เมื่อล้างเสร็จแล้วต้องตากให้แห้งจริงๆ ทั้งข้างในและข้างนอก ซึ่งอาจวางข้างหน้าต่างให้โดนแดด ทิ้งไว้จนแห้งสนิทก็ได้ เพราะบางทีตากในที่ร่ม มันอาจจะแห้งก็จริงแต่ข้างในก็ยังคงชื้นอยู่ แนะนำว่าควรล้างแปรงอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง หรือถ้ามันสกปรกก็ล้าง ส่วนแปรงที่ใช้บ่อยๆ ก็อาจจะเปลี่ยนเดือนละครั้ง สำหรับพัฟ (ใช้ลงหน้า) ควรจะล้างทุกครั้ง หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เพื่อความสะอาด


Q : เทรนด์ไหนตอนนี้กำลังมาแรง ?
เทรนด์การแต่งหน้าตอนนี้คือการแต่งออกมาให้ดูเหมือนกับธรรมชาติ ไม่ใช่แต่งหน้าแน่น ส่วนคีย์เวิร์ดตอนนี้คือเรื่องประกายของแสง แบบสะท้อนแสงออกมาสวยงาม

Q : เทคนิคแต่งหน้าสำหรับสาวหวาน สาวเปรี้ยว ?
ไม่ว่าจะเป็นลุคแบบไหนสิ่งที่สำคัญที่สุด คือเทคนิคในการลงรองพื้น ที่ตอนนี้เราไม่ได้เน้นเรื่องของการปกปิด แต่เราเน้นความมีประกาย ซึ่งอุปกรณ์พวกแปรงต่างๆ ก็สำคัญ
ผู้หญิงคือความอ่อนหวาน เน้นแก้มแดงอมชมพูระเรื่อ การแต่งแก้มและตา การทำให้ใบหน้าดูเด่นเป็นประกาย ไม่ว่าจะแต่งหน้าลุคไหนสำหรับเทรนด์นี้ก็ต้องเน้นความวิ้งใสๆ ดูธรรมชาติเป็นหลัก ไม่เน้นสีและความเข้มเหมือนเทรนด์ก่อนๆ

การแต่งหน้าสาวหวาน และสาวเปรี้ยว ไม่มีลักษณะเฉพาะว่าต้องเน้นแต่งตรงไหนเป็นพิเศษ เพราะเทรนด์ยุคใหม่ได้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ สีก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันไม่มีอะไรที่ตายตัว ทั้งหมดเป็นไปตามเทรนด์

Q : เคล็ดลับ (ความสวย) ตัวช่วยอื่น ?
ถ้าพูดถึงตัวช่วยนอกเหนือจากการแต่งหน้า สิ่งที่สำคัญที่ช่วยเสริมหน้าสวยคือตัวที่เป็นการบำรุงผิว อย่างเช่น เซรั่ม, สเปรย์น้ำแร่ หรือเบสต้องลงก่อนแต่งหน้า-รองพื้น ถึงจะสวย อีกทั้งบุคลิกภาพที่ดีช่วยเสริมเข้าไป

Q : ผิวหน้ามันและผิวหน้าแห้ง มีวิธีการดูแล บำรุงแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ?
การบำรุงผิวในแต่ละสภาพผิวมีความแตกต่างกัน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็จะแตกต่างกัน ซึ่งถ้าเราตัดสินใจเองบางทีอาจจะตัดสินใจไม่ได้ อาจจะต้องถามคนที่เชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆ แต่ไม่ว่าสภาพผิวแบบไหนก็ตาม แนะนำให้ใช้เอสเซนซ์ก่อนการแต่งหน้าเพื่อเผยผิวหน้าเป็นประกายและกระจ่างใส เน้นใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าตามแต่ละสภาพผิวและโชว์ผิวหน้าในเวลาเดียวกัน

Q : ฤดูหนาวใกล้เยือนเข้ามา เผยทริคแต่งหน้าที่ไม่ทำให้หน้าแห้งและโดดเด่น เปล่งประกาย ?
จริงๆ แล้ว ถ้าเป็นคนมีผิวแห้งร่วมด้วย แนะนำว่าต้องมีการดูแลบำรุงผิวก่อน ซึ่งอาจต้องมีการลงโลชั่นครีมเพื่อทำให้ผิวชุ่มชื้น และผลิตภัณฑ์ที่นำมาแต่งหน้านอกจากจะให้ความเปล่งประกายกับใบหน้าแล้ว ยังต้องสามารถให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ด้วย ป้องกันเหงื่อได้ดี … จำไว้เลย !

ใหม่ - ดาวิกา โฮร์เน่ มาจัดเต็มฟินาเล่สุดท้าย..


// ฝากข้อคิด เทคนิคสะกิดใจ //

Q : ประสบการณ์ที่ได้รับจากวงการบิวตี้ ?

จุดสำคัญที่เราได้เรียนรู้มากที่สุด คือการสื่อสารกับคน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าให้คนหรืองานโฆษณาที่เราแต่งหน้าให้กับลูกค้า มันจะต้องมีหลายวิธีการสื่อสารกันไป คอนเน็กชั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนด้านเทคนิคต่างๆ ก็ได้เรียนรู้เหมือนกัน แต่มันไม่สำคัญเท่ากับการสื่อสาร !

Q : แนะเคล็ดลับ/เทคนิคสำหรับคนเพิ่งหัดแต่งหน้า ?

เคล็ดลับง่ายๆ สำหรับคนเพิ่งหัดแต่ง คือขอให้สนุกกับมัน อย่ามองไปที่ใบหน้าแล้วรู้สึกหรือมองหาว่าจุดไหนเป็นจุดด้อยแล้วพยายามไปแก้ไขจุดนั้น อยากให้มองในแง่บวก สนุกสนานกับมัน แล้วคุณจะค่อยๆ เรียนรู้เทคนิคแก้ไขจากข้อผิดพลาดนั้น

Q : สุดท้ายอัพเดตเทรนด์แต่งหน้าปีหน้า Spring/Summer จะเป็นแนวไหน ?
เทรนด์ปีหน้าก็ยังคงคล้ายๆ กับ Autumn/Winter เน้นในเรื่องของความเป็นธรรมชาติ (ญี่ปุ่นเขาจะใช้คำว่า Low Beauty) ที่พอแต่งหน้าออกมาแล้วไม่ดูเป็นการแต่งหน้าที่ชัดเจน ดูเป็นธรรมชาติใสๆ แล้วก็ตามเทรนด์ของโลกทั้งเรื่องแฟชั่นด้วยที่จะกลับสู่ความเป็นธรรมชาติ อย่างเสื้อผ้าก็จะใช้แบบไหมพรมหรือพวกซิป คือเน้นในเรื่องธรรมชาติและสุขภาพ...

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้