ข่าว
100 year

'ว่าน' ออกตามฝัน ย้ายซบ 'สไปร์ซซี่ ดิสก์' เบรกรัก 'พิม' เรื่องหัวใจขอพักยาว

ทีมข่าวบันเทิง23 ก.ย. 2557 06:15 น.
SHARE

ถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญจุดหนึ่งของนักร้องหนุ่ม ว่าน–ธนกฤต พานิชวิทย์ ที่ย้ายบ้านมาอยู่กับค่ายเพลง “สไปร์ซซี่ ดิสก์” สร้างความฮือฮาและเตรียมเปิดตัวซิงเกิลแรกเพลง “ดาวอังคาร” วันที่ 29 ก.ย. และ แถลงข่าวเปิดตัว 30 ก.ย.นี้ แล้วยังประดังมาพร้อมกับเรื่องความรักที่ได้ยุติความสัมพันธ์แบบแฟนกับสาว พิม–พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร เหลือแค่เพื่อน “บันเทิงไทยรัฐ” เลยชวน “ว่าน” มาเปิดใจครั้งแรก

เริ่มจากเรื่องย้ายค่ายเพลงว่า

“เมื่อ 9 ปีครึ่งที่แล้ว ประกวด AF เสร็จตอนไปขอบคุณผู้ใหญ่กับทีมงานก็ได้ไปที่ร้านเซอร์เคิล เจอพี่เต้ง-พิชัย จิราธิวัฒน์ ตบไหล่บอกว่ามาทำเพลงกัน แต่ตอนนั้นผมก็ต้องทำงานของผม จนมาถึงช่วงไม่นานนี้ตอนใกล้หมดสัญญากับเอไทม์ ผมคิดว่าอยากลองทำอะไรสนุกๆ อีกซักครั้ง ลังเลอยู่ว่าจะทำเองเลยมั้ย เพราะวงการเพลงเปลี่ยนไป การมีค่าย ไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จ อยากทำงานที่ไม่มีใครควบคุมบังคับอะไร ตั้งใจทำเดโม 4-5 เพลง ค่ายไหนชอบหมดไม่แก้อะไรก็จะอยู่ค่ายนั้น จนมาเจอที่สไปร์ซซี่ ดิสก์ ขึ้นมาดูออฟฟิศ ทีมงาน ดูสนุกดีอยู่ในรุ่นเดียวกัน และมีประโยคนึงที่ผมตัดสินใจลองทำงานกับที่นี่ “ส่งเพลงมาก่อน เราไม่รู้หรอกว่าเพลงดีไม่ดี คนฟังเค้าจะตอบเราเอง” ให้เพลงได้ทำงานของมัน มันคืออย่างนั้นเลย และค่ายนี้ผมสามารถแสดงความเกรี้ยวกราดทางไอเดียได้แบบเป็นไปข้างหน้าเหมือนที่เราโตขึ้นด้วย”

บอกทางเอไทม์ตอนจะออกมาว่ายังไง?

“ผมก็บอกพี่ฉอดว่าไปทำอะไรสนุกๆ แบบฝันเล็กๆ แสบๆของผม พี่ฉอดบอกว่าทำเลย ทางแกรมมี่เองก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เค้าก็จะวุ่นพอสมควร ทุกวันนี้ก็ยังเข้าแกรมมี่บ่อย ยังมีงานที่ต้องทำร่วมงานได้ เรื่องคอนเสิร์ตผมก็ยังอยากให้ทางเอไทม์โชว์บิสเป็นตัวเลือกแรกเสมอ ถ้าเค้าอยากให้ผมไปร่วมแจม ผมต้องไป”

แปลว่าลบ กระแสที่ว่าเรามีปัญหากับเอไทม์?

“ผมเองย้ายที่ทำงาน มา 2-3 ครั้ง และไม่ได้มีปัญหากับใครเลย การไปไหนมาไหนแบบมีปัญหา มันทำให้เราเดินไม่สะดวก ไปไหนมาไหนก็เคลียร์ซะ ไปลามาไหว้ ทางความสัมพันธ์ ผมก็ยังเหมือนเดิม ถ้ามีเรื่องที่ต้องถามผู้ใหญ่ที่มีวิสัยทัศน์เหนือกว่าผมมากๆ ผมก็ยังคุยกับพี่ฉอดเสมอ”

จริงๆเป้าหมายทางงานเพลงของเราคืออะไร?

“ก็ยังตอบเหมือน 9 ปีที่แล้วว่าไม่ได้คิดเรื่องความสำเร็จเท่าไหร่ แค่อยากทำอาชีพที่ผมต้องการทำ ผมถือว่าโชคดี อย่างละครก็จะรับปีละเรื่อง จะร้องเพลงเขียนเพลง ไม่ได้ทำของตัวเองก็ทำเพลงประกอบ เพลงโฆษณา ใส่เสื้อขาดๆทำเพลงอยู่บ้าน”

เหมือนเรา ไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน?

“เมื่อก่อนก็เคยทำเยอะๆก่อน แต่มันไม่ตอบคำถามความสุขของชีวิต กลับบ้านมาพ่อแม่ก็หลับแล้ว เคยคิดได้ว่าเราควรให้เวลากับเค้า”

แล้วเรื่องความรักตอนนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนมั้ย?

“อันนั้นไม่ได้เปลี่ยนครับ เรียกว่าเบรกดีกว่า”

ล่าสุดพิมโพสต์ไอจีว่าได้เปลี่ยนสถานะมาเหลือแค่เพื่อน?

“ก็เป็นไปตาม นั้น ก่อนที่ข้อความนั้นจะถูกบอก เราก็คุยกันแล้ว”

โชคดีที่ยังมีความเป็นเพื่อนที่ดี?

“มันดีกว่านั้นนะ ความสัมพันธ์ของคนเรามันมีอันตรภาคชั้นถี่กว่า การเป็นเพื่อนหรือแฟนเท่านั้น บางคนเป็นเพื่อนที่รู้สึกดีปรารถนา ดี มีเยอะแบบนี้เราอธิบายไม่ได้”

ทำไมถึงต้องเบรกสัมพันธ์?

“เหตุผลมันหลายอย่าง คงไม่ลงรายละเอียด คงพยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว ถ้ามีความ ไม่เข้าใจบางอย่างเกิดขึ้นแล้วมันเริ่มกระทบกับความคิด กับชีวิตส่วนตัว ก็พักก่อนดีกว่า”

เหตุเพราะช่วงหลังพิมทำงานหนักขึ้นรึเปล่า?

“หนักทั้งคู่ เลย พอผมมีความกังวลเรื่องชีวิตการทำงาน การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่สมอง ถูกใช้คิดเรื่องงานเยอะมาก ไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงกับชีวิต ส่วนเค้าเองก็ทำงานหนักที่มันยากขึ้น จากเป็นนักแสดงต้องเป็นคนวางแผน เราก็เห็นว่าเค้าเหนื่อย แล้วเหนื่อยกับเหนื่อยมาชนกันบนความรับผิดชอบอันมากมาย เลยพอเข้าใจได้ แต่ไม่มีเรื่องแย่ๆเหมือนตอนเด็กๆที่เราบริหารความรักห่วยๆ ปัญหาของคนเพิ่ม ก็ไม่มีแน่นอน”

เสียดายมั้ย?

“เสียดายครับ เสียดายแน่นอน จริงๆมันดูโอเคมาก แต่ก็ต้องเข้าใจ” เจ็บมั้ย? “ก็คงมีบ้าง แต่คงไม่ลงไปถึงประเด็นตรงนั้น (ยิ้ม)”

ตอนนี้เราโอเคมั้ย?

“ผมโอเคอย่างนึงก็คือทำตัวให้ยุ่งๆไว้ มีผู้ใหญ่ที่เคารพบอกผมว่า งานคือร่มเงาของอนาคต ทำงานหนักๆไว้ ผ่านไป 5-10 ปี วันนึงเราไปนั่งพักพิงตรงนั้นได้ ถ้าให้เวลากับความรักอย่างเดียวก็คงไม่ได้”

ก่อนหน้านั้นก็มีสัญญาณข้อความน้อยใจของพิม?

“เรื่องโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับผมมันไม่มีอะไร อาจจะไม่เกี่ยวกับผมก็ได้ ส่วนมากมันไม่เกี่ยว”

ยังเป็นเพื่อนที่ดี?

“ดีครับ เป็นเพื่อนกันแล้วมีไมตรีช่วยเหลือกันได้ อย่างเค้าทำละคร เรื่องที่ผมช่วยได้ก็อาจจะเรื่องเพลง เราปรารถนาดีต่อกัน การเป็นเพื่อนกันมันไม่มีการทะเลาะกันหลังจากนี้เป็น ต้นไป ก็สบายใจ วันข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่รู้”

พิมขึ้นว่าถ้าวันนึงเห็นอีกคนไปเดินกับใครจะได้ไม่ต้องถาม คนเลยคิดว่าหรือใครไปมีใครรึเปล่า?

“คงเป็นการเขียนกว้างๆมากกว่า คงไม่มี อะไร ล่าสุดเหมือนมีน้องๆ บอกว่าเหมือนมีรูปผมไปเดินกับสาว คงไม่จริงครับ ตอนนี้ไม่มีแน่นอน ยาวเลยครับ ถ้ามีจริงๆก็จับสังเกตไปเถอะว่าใช่ แต่ส่วนมากจะไม่มี เพราะผมเพื่อนน้อย ไม่ค่อยไปไหน”

พักเรื่องรักมั้ย?

“พักดีกว่าครับ พักยาว”

เหมือนแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองก่อน เผื่อวันนึงอาจจะดีก็ได้?

“เป็นเรื่องของวันนั้น ถ้าพูดไว้วันนี้คงไม่ได้ ผมไม่แน่ใจ”.

ทีมข่าวบันเทิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ว่านธนกฤต พานิชวิทย์พิมพิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกรทีมข่าวบันเทิงดาวอังคารสไปร์ซซี่ ดิสก์ซิงเกิลแรกบันเทิงไทยรัฐเต้งพิชัย จิราธิวัฒน์เอไทม์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้