วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘เปปเปอร์’โต้ ป่วน-ไม่เป่า

‘เปปเปอร์’โต้ ป่วน-ไม่เป่า

  • Share:

รับดื่มค็อกเทล1แก้ว อ้างกลัว‘เครื่องรวน’

ตำรวจเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์ “เปปเปอร์” อดีตนักร้องดังวง “ยูเอชที” แต่เจ้าตัวไม่ยอมอ้างกลัวเครื่องวัดไม่ได้มาตรฐาน ยอมขังตัวเองในรถสปอร์ตหรูนาน 2 ชั่วโมง ต่อรองขอเป่าที่โรงพัก ตรวจถึง 3 ครั้ง พบปริมาณแอลกอฮอล์เพียง 2 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ไม่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ลงบันทึกเป็นหลักฐานก่อนปล่อยตัว ตำรวจชุดจับมึนถ้าบริสุทธิ์ใจทำไมไม่ยอมเป่าตั้งแต่แรก ไม่ติดใจถูกนักร้องดังโวยหลังยอมขอโทษ “เปปเปอร์” รับดื่มค็อกเทลเพียงแก้วเดียว พร้อมโต้ข่าวขณะโดนเรียกใช้คำพูดสุภาพ แจงเหตุไม่ยอมเป่ากลัวซ้ำรอยเดิมที่เคยเป่าแล้วเครื่องตรวจวัดรวนวัดค่าเกินกำหนดทั้งที่ไม่ได้ดื่ม พร้อมปัดอ้างรู้จักนายตำรวจขู่เจ้าหน้าที่

“เปปเปอร์” อดีตนักร้องดังหวิดซวย เจอเรียกเป่าวัดแอลกอฮอล์แต่รอด ผลตรวจไม่เกินกำหนดเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 5 ก.ย. ขณะที่ พ.ต.ท.ชยุต เดชะศิริพงษ์ สว.จร.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจจราจร ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่สี่แยกคลองสาน แขวงและเขตคลองสาน พบรถยนต์สปอร์ตซุปเปอร์คาร์ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นแฟเรดี้ เปิดประทุน สีขาว ทะเบียน ธธ 56 กรุงเทพมหานคร ขับออกมาจากถนนลาดหญ้าเลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางถนนสมเด็จเจ้าพระยา ต้องสงสัยว่าคนขับจะมีอาการมึนเมาจึงเรียกเพื่อขอตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์

พบรถคันดังกล่าวมีนายรัฐศาสตร์ หรือเปปเปอร์ กรสูต อายุ 38 ปี อดีตนักร้องดังวงยูเอชที อยู่บ้านเลขที่ 522/87 ซอยรามคำแหง 39 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. เป็นคนขับโดยสารมาพร้อมกับแฟนสาว เจ้าหน้าที่พยายามขอตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่นายรัฐศาสตร์ยืนยันว่าจะไม่เป่า เนื่องจากไม่เชื่อมั่นเครื่องตรวจวัด พร้อมอ้างว่าเคยถูกตำรวจ สน.มักกะสัน กลั่นแกล้งมาแล้วครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังอ้างว่ารู้จักกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายคน และไม่ยอมลงจากรถปิดประตูเงียบ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ที่ล็อกล้อป้องกันการหลบหนี

กระทั่งเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ตำรวจแจ้งให้นายรัฐศาสตร์ทราบว่า หากไม่ยอมเป่าจะถือว่าเป็นการขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ นายรัฐศาสตร์เรียกร้องให้ไปเป่าที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา ต่อหน้าพนักงานสอบสวน จากนั้นทั้งหมดเดินทางไปที่โรงพัก นายรัฐศาสตร์ยอมเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์และเปลี่ยนแท่งเป่าถึง 3 ครั้ง พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 2 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ไม่เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้นายรัฐศาสตร์ยังแสดงใบขับขี่และเอกสารครอบครองรถอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าผลการตรวจวัดพบแอลกอฮอล์ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก่อนปล่อยตัวไป

ภายหลังนายรัฐศาสตร์เผยว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถไปดื่มกินที่ร้านเดอะ เนเวอร์ เอ็นดิ้ง ซัมเมอร์ ย่านปากคลองสาน กับแฟนสาว ดื่มค็อกเทลไป 1 แก้ว จากนั้นจะขับรถไปส่งแฟนสาวที่บ้านพักย่านบุปผาราม กระทั่งเจอด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ สาเหตุที่ไม่ยอมเป่าเพราะไม่เชื่อมั่นในเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อเป่าแล้วปริมาณแอลกอฮอล์ไม่ถึง 50 ก็สบายใจ และขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่พูดจาไม่ดี

ด้าน พ.ต.ท.ชยุตกล่าวว่า ขณะขอตรวจวัดแอลกอฮอล์ใช้คำพูดสุภาพ แต่นายรัฐศาสตร์ไม่ยอมฟัง พยายามอธิบายว่าเครื่องมือของตำรวจได้มาตรฐาน และผ่านการตรวจเช็กอยู่เป็นประจำ แต่นายรัฐศาสตร์ไม่ยอมลงจากรถ เมื่อเห็นว่านายรัฐศาสตร์หลบอยู่ในรถนานเกินไปจึงเชิญตัวมาตรวจวัดที่โรงพัก ตนไม่เข้าใจว่าในเมื่อผลแอลกอฮอล์ไม่เกินระดับที่กฎหมายกำหนด ทำไมจึงดึงดันไม่ยอมเป่าตั้งแต่แรกและโวยวายทำไม แต่เมื่อนายรัฐศาสตร์กล่าวขอโทษจึงไม่ติดใจเอาความ พร้อมตักเตือนว่าควรพูดจากับเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ

ต่อมาเวลา 11.30 น. วันที่ 6 ก.ย. นายรัฐศาสตร์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า ข่าวอาจมีความคลาดเคลื่อนจึงขอแก้ข่าว 3 ประเด็น เรื่องแรกที่พูดไปว่าเคยถูกจับคดีเมาแล้วขับท้องที่ สน.มักกะสันนั้น ไม่เป็นความจริง สามารถตรวจสอบประวัติได้ มีเพียงเหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนขณะขับรถเดินทางกลับจากที่ทำงาน ผ่านด่านตรวจบริเวณถนนพระราม 9 ตำรวจเรียกตรวจ ตนให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ผลการเป่ากลับมาปริมาณแอลกอฮอล์เกินที่กฎหมายกำหนด ทั้งที่ไม่ได้ดื่มของมึนเมาแต่อย่างใด จึงพยายามอธิบายด้วยความสุภาพว่าไปทำงานมา เมื่อตำรวจตรวจค้นรถอย่างละเอียดแล้วจึงยอมปล่อยตัว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความไม่แน่ใจในเครื่องตรวจแอลกอฮอล์ กระทั่งเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 5 ก.ย.ร้องขอให้ไปเป่าที่ รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน แต่ตำรวจไม่ยอมจึงต้องไปเป่าที่โรงพักแทน โดยเป่าไป 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 และ 2 ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ แต่พอครั้งที่ 3 พบเพียง 2 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ส่วนข่าวที่ว่าตนยื้อเวลาไม่ให้ตรวจนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะดื่มค็อกเทลไปแค่แก้วเดียวเท่านั้น

อดีตนักร้องดังกล่าวว่า ประเด็นที่ 2 จากข่าวที่ว่าตนมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีการอ้างว่ารู้จักกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั้น ขอยืนยันว่าขณะถูกเรียกตรวจได้ใช้คำพูดสุภาพกับเจ้าหน้าที่ ไม่ได้มีปากเสียงกัน หรืออ้างนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แต่อย่างใด ระหว่างที่พยายามอธิบายให้เจ้าหน้าที่ฟังว่าไม่ได้เมานั้น มีเพียงเพื่อนที่รู้จักกับนายตำรวจระดับสารวัตรของ สน.สมเด็จเจ้าพระยา โทรศัพท์ไปจะปรึกษาแต่ตำรวจคนดังกล่าวไม่ได้รับสาย และประเด็นสุดท้ายจากภาพข่าวที่ออกมาทางสื่อต่างๆที่ปรากฏภาพตนคล้ายคนเมา อาจเกิดจากขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลากลางคืนทำให้ใบหน้าดูเหมือนคนเมา ทั้งที่ความจริงไม่ได้มึนเมาแต่อย่างใด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้