วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทพ.ช่วยสาวพิการถูกลูกตร.ทำร้าย-เผยชีวิตสุดรันทด

ทพ.ช่วยสาวพิการถูกลูกตร.ทำร้าย-เผยชีวิตสุดรันทด

  • Share:

ทพ.รุดช่วยสาวพิการอัมพาตที่ถูกรุ่นพี่ทำร้าย และหนึ่งในนั้นเป็น ‘ลูกตำรวจ’ บอกหลังเป็นข่าวออกสื่อ ตำรวจท้องที่เกิดเหตุแจ้งว่า ได้จับ 3 ผู้ต้องหาที่เหลือและลูกตำรวจแล้ว เผยมีคนใจบุญบริจาคช่วย แต่ทหารจะช่วยอีก ตามนโยบายคืนความสุขของ คสช.  

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่บ้านเลขที่ 87/2 หมู่ 7 หมู่บ้านนาถัง ต.ถ้ำกระต่ายทอง อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.สายฝน มาน้อย อายุ 27 ปี พิการเดินไม่ได้มานาน 14 ปี สาเหตุเนื่องจากเมื่อ 14 ปี ก่อน ขณะเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ มีรุ่นพี่เข้ามาทำร้ายเพื่อน น.ส.สายฝนจึงเข้าไปห้าม ก่อนจะถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และกลายเป็นคนพิการในที่สุด

โดย น.ส.สายฝน ได้อัดคลิปลงในเฟซบุ๊กเล่าถึงความเป็นมาของสาเหตุที่ต้องพิการและกลายเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ จนกระทั่งในวันนี้ พ.ต.ปรีชา ชมชาติ นายทหารฝ่ายยุทธการ กรมทหารพรานที่ 35 อ.คลองลาน ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานนับสิบนาย เดินทางไปจัดการเก็บกวาดและตัดถางหญ้ารวมทั้งวัชพืชต่างๆ ที่ขึ้นรกชัฏในบริเวณบ้านของ น.ส.สายฝน ซึ่งใต้ถุนบ้านมีน้ำขังจากฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ ส่วนบนบ้านที่รกรุงรัง ก็จัดการเก็บจนสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย

พ.ต.ปรีชา ได้สอบถามถึงความเป็นมาเพื่อหาทางช่วยเหลือ ซึ่ง น.ส.สายฝน เปิดเผยว่าหลังจากที่ถูกรุมทำร้ายผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ ตนรู้สึกปวดสะบักหลังทั้งซ้ายและขวา ขาทั้งสองข้างชา จึงได้เข้ารักษาตัวโรงพยาบาล แพทย์ได้ลงความเห็นว่าต้องผ่าตัด แต่หลังการผ่าตัดรักษาแล้วก็ไม่หายจนกลายเป็นคนพิการเป็นอัมพาต ร่างกายไม่มีความรู้สึกตั้งแต่ลิ้นปี่ลงไป ปัสสาวะ และอุจจาระไม่รู้สึกตัว ขาทั้งสองข้างขยับไม่ได้ พบฝีหนองในช่วงกระดูกสันหลัง ใช้เวลารักษานานถึง 1 ปี แต่อาการอัมพาตของร่างกายก็ไม่หาย เป็นเหตุให้ต้องเป็นผู้ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บเรื้อรัง สุดท้ายก็เรียนไม่ได้ ต้องเดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านใน จ.กำแพงเพชร

น.ส.สายฝน เปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ มีผู้ต้องหา 4 คนที่ถูกดำเนินคดี โดยยอมชดใช้เป็นค่าเสียหายคนละ 1 หมื่นกว่าบาท ผ่อนชำระเดือนละ 3,000 บาท ส่วนรุ่นพี่เหลืออีก 3 คน ยังไม่ถูกดำเนินคดี และ 1 ในนั้นเป็นลูกตำรวจ จึงได้อัดคลิปลงเฟซบุ๊กร้องขอความเป็นธรรมให้กับตนเอง และหลังจากที่ข่าวออกไป เมื่อวานนี้ก็ได้รับแจ้งว่าทางตำรวจจับกุมตัวคนที่เหลืออีก 3 คน รวมทั้งลูกตำรวจได้แล้ว ซึ่งตนต้องการให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างยุติธรรม และอยากฝากไปถึงคนที่รุมทำร้ายตนว่า เงินค่าชดเชยที่ได้รับมามันแลกกับความสูญเสียทั้งชีวิตของตนไม่ได้เลย อยากให้คนที่รุมทำร้ายตนมาเป็นแบบตนบ้าง จะได้รู้ว่าความพิการที่เป็นอยู่นั้นลำบากเพียงใด

"ความฝันที่จะเรียนแล้วสอบเข้ารับราชการเป็นพยาบาลช่วยรักษาผู้ป่วย และรักษาแม่ที่มีอาการปวดขามาตลอด ความฝันดังกล่าวก็สูญหายไป เรียนไม่ได้ต้องกลายมาเป็นผู้พิการแทน แม่เสียใจมากจนเสียชีวิตไปแล้ว ต้องอยู่กับพ่อตามลำพัง 2 คน และพ่อก็มาประสบอุบัติเหตุขาพิการไปอีกคน ในแต่ละเดือนได้รับเบี้ยผู้พิการของตัวเองและของพ่อ เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และยังรับจ้างพิมพ์รายงานได้ครั้งละ 50 บาท พอจะมาจุนเจือได้บ้าง" น.ส.สายฝนกล่าว

ทางด้าน พ.ต.ปรีชา ได้ปรึกษากับนายอานนท์ อภิชาตตรากูล นายกเทศมนตรีตำบลพรานกระต่าย โดยทางนายกเทศมนตรีจะทำเรื่องของบประมาณจากกระทรวงมหาดไทยสร้างบ้านเทิดไท้ให้กับ น.ส.สายฝน ส่วนเงินช่วยเหลือหลังจากที่เป็นข่าว มีคนโอนเงินมาช่วยแล้วประมาณ 150,000 บาท และในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ พ.อ.กฤช พันธะสา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 35 อ.คลองลาน จะเดินทางมามอบสิ่งของและหาทางช่วยเหลืออีกครั้ง ตามนโยบายคืนความสุขให้กับประชาชนของ คสช.

สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องการจะช่วยเหลือ สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาพรานกระต่าย บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี น.ส.สายฝน มาน้อย หมายเลขบัญชี 203-2-917790-1 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 084-3837378

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้