นี่คือประเทศไทย

ข่าว

    นี่คือประเทศไทย

    ลิขิต จงสกุล

      7 ก.ย. 2557 05:01 น.

      นี่คือประเทศไทยอะไรต่อมิอะไรเป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าจะเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นมาอีกจนได้ หรือหัวหน้า คสช.จะว่ายังไง เศรษฐกิจกำลังแย่แต่ยังไม่ยอมยกเลิกกฎอัยการศึก

      ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้รัฐบาล “ประยุทธ์ 1” หรือว่าให้ถึงที่สุดก็คือ “รัฐบาลทหาร” เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนเรียบร้อยไปแล้ว อำนาจการบริหารประเทศจึงสมบูรณ์พร้อม

      หมายกำหนดการที่วางเอาไว้จะมีการประชุม ครม.นัดแรก 9 ก.ย.57 ด้วยฤกษ์งามยามดี (9–9) เพื่อเตรียมตัวที่จะแถลงนโยบายต่อ สนช.

      ก่อนที่จะไปถึงวันนั้นมีเหตุการณ์อยู่ 2 เรื่อง เป็นวาระขั้นกลางที่น่าสนใจไม่น้อย

      1.ศาลอาญาได้ยกคำร้องกรณีที่ กกต.ได้มีมติให้ใบเหลือง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. อันเนื่องมาจากมีการปราศรัยหาเสียง ใส่ร้ายคู่แข่งด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

      “สุขุมพันธุ์” ก็รอดตัวไป กลับมาทำหน้าที่ผู้ว่าฯกทม.ต่อไป

      2.อัยการสูงสุดโดยนายตระกูล วินิจนัยภาค ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.ที่ปลดนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ออกไปเข้ามาแทนที่

      เหตุผลมี 3 ประการ คือ 1. ควรรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนว่านายกฯ มีอำนาจในการยับยั้งโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลและได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาแล้วหรือไม่

      2.ส่วนการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ควรรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ว่าโครงการรับจำนำข้าว หลังถูกท้วงติงจาก ป.ป.ช.และ สตง. แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ดำเนินการตรวจสอบป้องกันการทุจริตหรือไม่ อย่างไร ผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร

      3.ควรไต่สวนพยานเพิ่มเติมว่าโครงการรับจำนำข้าวพบการทุจริตในขั้นตอนใดและอย่างไร รวมถึงให้รวบรวมรายงานวิจัย โครงการนโยบายข้าวของทีดีอาร์ไอเพิ่ม เติม เนื่องจากในสำนวนมีเพียงหน้าปกรายงานวิจัยเท่านั้น

      เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องตั้งคณะทำงานร่วมภายใน 14 วัน จากนั้นก็พิจารณาร่วมกันระหว่างอัยการกับ ป.ป.ช.โดยไม่มีกำหนดเวลา

      เสร็จเมื่อใดก็เมื่อนั้น แต่จะส่งฟ้องหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

      หากไม่ส่งฟ้อง ป.ป.ช.ก็สามารถยื่นฟ้องเองได้ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดในอายุความ

      ป.ป.ช.ได้ออกมาแสดงความคิดเหมือนจะตั้งคำถามว่า “อสส.” คิดอะไรอยู่ ทั้งๆที่พยานหลักฐานต่างๆชัดเจนอยู่แล้ว

      หรือจะต้องถามไปที่ คสช.ซึ่งแต่งตั้ง อสส.คนนี้

      ขนาดประเทศอยู่ในภาวะไม่ปกติอย่างนี้ยังมีเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นมาได้

      ว่ากันถึงประเด็นใหญ่อีกประเด็นคือ “กฎอัยการศึก” ซึ่งมีเสียงเรียกร้องกันระงมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากภาคธุรกิจทั้งหมด

      เพราะนี่คืออุปสรรคสำคัญที่มีผลกระ-ทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

      ไม่ว่าจะมองในแง่มุมไหน ต่างก็รู้กันดีว่ารัฐบาลชุดนี้มีภารกิจที่จะต้องคืนความสุขให้ประชาชนด้วยการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะดีนัก

      ทางเดียวที่จะรอดพ้นไปได้ก็คือการท่องเที่ยว อย่างอื่นยังมองไม่เห็น

      ดังนั้นการที่ยังคงกฎอัยการศึกเอาไว้จะเกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยตรง เพราะนักท่องเที่ยว นักลงทุนจะไม่เข้ามาประเทศไทย

      เพราะไทยจะเป็นประเทศที่อันตรายไม่ปลอดภัย หลายประเทศมีกฎหมายห้ามคบค้าสมาคม ห้ามมาเที่ยว ห้ามมาลงทุน

      มาได้แต่ไม่รับประกันภัยหรือคิดค่าประกันสูงกว่าปกติ

      นั่นจึงเป็นเหตุทำให้มีนักท่องเที่ยวน้อยลง อย่างสหรัฐฯ–ยุโรปหายไปชัดเจน ญี่ปุ่นก็แทบจะไม่เห็นหัว

      ถ้าเป็นอย่างนี้ก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊งเท่านั้น

      ที่บอกว่าจะยกเลิกบางจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือไม่มีเหตุที่เกี่ยวกับความมั่นคงนั้น ไม่มีประโยชน์อันใด ไม่ใช่การแก้ไขปัญหา

      มาถึงขั้นนี้แล้วมีอำนาจเต็มๆจะกลัวอะไรไปไย!!!

      อ่านเพิ่มเติม...

      วิดีโอแนะนำ

      มือมีด สุดเหิมเกริมจอดดักรอ ก่อนขี่สะกดรอยตาม จี้ชิงทรัพย์เด็กหน้าโรงเรียน
      04:03

      มือมีด สุดเหิมเกริมจอดดักรอ ก่อนขี่สะกดรอยตาม จี้ชิงทรัพย์เด็กหน้าโรงเรียน

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 เวลา 01:05 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์