ข่าว
100 year

แผนสันติภาพปูติน เรื่องจริงหรือกลลวง

วีรพจน์ อินทรพันธ์7 ก.ย. 2557 05:01 น.
SHARE

พลันที่สถานการณ์การสู้รบในภาคตะวันออกยูเครนดูจะเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ก็มีสัญญาณใหม่จากสองขั้วขัดแย้ง ที่สร้างความหวังให้แก่ชาวบ้านที่ระทมทุกข์จากสงคราม

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยื่นข้อเสนอแก่นายเปโตร โปโรเชงโก ประธานาธิบดียูเครน ถึงแผนการสันติภาพ ที่มีทั้งหมด 7 ประการ

ได้แก่ 1. กองทัพยูเครนและกองกำลังกบฏแยกดินแดน ต้องยุติปฏิบัติการบุกโจมตีที่กำลังดำเนินอยู่ทั้งหมด 2.กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังออกนอกระยะยิงปืนใหญ่ใส่พื้นที่อยู่อาศัย 3.ดึงนานาชาติเข้ามาสังเกตการณ์การหยุดยิง 4.ห้ามใช้เครื่องบินรบโจมตีพลเรือน 5.การแลกเปลี่ยนเชลยศึกของทั้งสองฝ่ายโดยไร้เงื่อนไข 6.เปิดช่องส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยสงคราม และ 7.ฟื้นฟูสิ่งก่อสร้างที่ถูกทำลายเสียหายในการรบ

ทหารยานเกราะกองทัพยูเครน เคลื่อนพลเข้าสู่แนวรบชานเมืองท่ามาริอูโปล ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่กองกำลังกบฏเปิดฉากยิงปืนใหญ่ปูพรม กลุ่มควันพวยพุ่งเห็นมาแต่ไกล ก่อนเปิดฉากการรุกคืบเข้ามาทุกขณะ.

นับตั้งแต่ศึกเริ่มปะทุมานานเกือบ 6 เดือน ทั่วโลกต่างรับรู้และเข้าใจกันดีว่า สถานการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความขัดแย้งภายในยูเครนธรรมดาๆ แต่เป็นสนามแห่งการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่สิ้นสุดยุคสงครามเย็น ระหว่างขั้วมหาอำนาจตะวันตกที่หนุนรัฐบาลยูเครน และรัสเซียที่หนุนกำลังกบฏ

ซ้ำยังเป็นการยากที่จะหาจุดลงเอย ไม่มีใครยอมหลบตากันและกัน เพราะยูเครนก็ต้องการรักษาอธิปไตยอย่างเหนียวแน่น หลังจากสูญเสียคาบสมุทรไครเมียแก่รัสเซียไปแล้ว ขณะที่รัสเซียก็ยืนกรานในแนวทางของตัวเองมาตลอดแม้จะถูกมาตร– การคว่ำบาตรเป็นระลอกๆ ว่ายูเครนควรยอมมอบอำนาจปกครองให้พื้นที่ที่อยากแบ่งแยกตนเอง นอกจากนี้ ยังไม่นับถึงเรื่องผลประโยชน์สัมปทานด้านพลังงานในภาคตะวันออก ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ที่อดีตรัฐบาลยูเครนหลายชุดได้รับปากไว้ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลชุดนั้นฝักใฝ่ฝ่ายใด

เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่าแผนสันติภาพยูเครนครั้งนี้ ยังมีขึ้นประจวบเหมาะกับการประชุมสุดยอดผู้นำชาติสมาชิกสนธิสัญญาแอตแลนติก เหนือ (NATO) พอดิบพอดี โดยการประชุมดังกล่าวนี้ได้ถูกจับตาให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นการแสดงจุดยืนว่านาโตพร้อมที่จะทำอะไรบ้างต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดเผยแผนการสันติภาพยูเครนต่อสื่อมวลชน ขณะเดินทางเยือนมองโกเลีย.

ทั้งยังเป็นการปรับนโยบายที่จำเป็นของนาโตในการคานอำนาจรัสเซียหลังยุคสงครามเย็น เพราะในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา การติดต่อเจรจาตกลงใดๆกับรัสเซียที่ดูเหมือนจะไปได้ราบรื่น สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นหมันไปทุกครา นาโตจำต้องยืนคนละข้างกับรัสเซียตลอดไม่ว่า ศึกความขัดแย้งโคโซโว ปี 2542 สงครามจอร์เจีย ปี 2551 หรือล่าสุดวิกฤตการณ์ยูเครนครั้งนี้ ที่นับว่ารัสเซียได้ละเมิด “กฎหมายความร่วมมือนาโต-รัสเซีย ปี 2540” มีใจความว่าทั้งสองฝ่ายจะเคารพอธิปไตย และรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพของชาตินั้นๆอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ดูจากผลการประชุมนาโตที่ออกมาแล้ว ก็ยังเรียกไม่ได้ว่าเด็ดขาดนัก อย่างการประกาศแผนตั้ง “กองกำลังเคลื่อนที่เร็ว” ประกอบด้วยทหารหลักพันนายจากชาติสมาชิก ที่จะสามารถเข้าระงับเหตุด้านความมั่นคง ความขัดแย้งได้โดยทันที ก็เป็นเรื่องเก่าเอามาปัดฝุ่นใหม่ เคยมีการเสนอมาแล้วแต่ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน กระนั้นที่จะเรียกได้ว่าเป็นการ “กดดัน” รัสเซีย ก็คือฐานของหน่วยดังกล่าว จะอยู่ในประเทศยุโรปตะวันออกวนเวียนเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ

ส่วนเรื่องมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินและเศรษฐกิจเพิ่มเติมต่อรัสเซียที่ออกมา ก็เป็นสิ่งที่ชาติตะวันตกร่วมกันตกลงไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว ทั้งยังไม่อาจส่งผลให้รัสเซียเคลื่อนไหวเปลี่ยนท่าทีแต่อย่างใด เพราะหากวัดกันจริงๆ ยุโรปต่างหากที่จะเจ็บปวดกว่าเพราะ พึ่งพาการค้าขายกับรัสเซียไว้เยอะ

ยิ่งดูจากสถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออกของยูเครน กองทัพยูเครนจำเป็นต้องล่าถอยจากที่มั่นเป็นครั้งแรกในรอบเดือน หลังถูกกองกำลังกบฏเปิดฉากการรุกครั้งใหญ่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ มีการใช้ปืนใหญ่ยิงกระหน่ำปูพรมแนวรับของทัพยูเครน ก่อนตีทะลวงด้วยกองกำลังผสมยานเกราะบีเอ็มดี บีทีอาร์ รถถังประจัญบาน ที-72 บีเอ็ม, ที-80 อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและใกล้ที่จะยึดเมืองท่ามาริอูโปลได้ทุกขณะ ซึ่งกองทัพยูเครนระบุว่า หน่วยที่ใช้ยุทโธปกรณ์หนักพวกนี้ คือทหารชั้นหัวกะทิจากกองทัพรัสเซียที่ส่งเข้ามาร่วมรบ

จึงเป็นไปได้หรือไม่ที่จะตั้งคำถามว่า แผนการสันติภาพของนายปูตินครั้งนี้เป็น “ของจริง” โดยพยายามที่จะยับยั้งความสูญเสียจากการทำสงครามเต็มรูปแบบ? หรือแท้จริงแล้วคือ “กลลวง” ของทางรัสเซีย ที่หยอดมาเพื่อลดกระแสกดดัน รอเวลาให้ผ่านพ้นสัปดาห์นี้ที่จะมีทั้งการประชุมสุดยอด นาโต และกำหนดเส้นตายขู่คว่ำบาตรจากสหภาพยุโรป

ยิงระเบิดควันบดบังความสนใจ ก่อนเป่านกหวีดเข้าโหมโรมรัน!?

วีรพจน์ อินทรพันธ์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

7 วันรอบโลกวีรพจน์ อินทรพันธ์ยูเครนกบฏกองทัพยุคสงครามวลาดิเมียร์ ปูตินเปโตร โปโรเชงโก

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้