Thairath Logo
กีฬา

ปืนปากกา-จ่อ ยิงขมับหนุ่ม

Share :

ทั้งที่ไม่มีเหตุบาดหมาง

ล่า “ไอ้เขียว” ปืนโหดจ่อยิงหัวหนุ่มพนักงานธุรการห้องเช่าร่วงต่อ หน้าเพื่อนหญิงก่อนหามส่งโรงพยาบาลแล้วสิ้นใจ น้องสาวผู้ตายร่ำไห้ขาดเสาหลัก เผยปูมพี่ชายขยันทำงานตัวเป็นเกลียว หาเงินส่งเลี้ยงดูแม่และครอบครัว พยานระบุมือปืน เพิ่งมาพักอยู่กับญาติได้เดือนเดียว ชอบกินเหล้า เก็บกดไม่สุงสิงกับใคร ไม่ทราบชนวนเหตุเพราะต่างฝ่ายไม่มีเรื่องบาดหมาง แถมไม่เคยเห็นคุยกันด้วยซ้ำ

ไอ้ปืนโหดจ่อยิงหัวเหยื่อต่อหน้าต่อตาชาวบ้าน เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 4 ก.ย. ร.ต.ท.จเรวัฒน์ ตันอยู่โชค พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ได้รับ แจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่อาคารสีตลา เลขที่ 262 ซอยลาดพร้าว 134 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. จึงรุดไปสอบสวนพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.วันชัย ขาวรัมย์ รอง ผกก.ป.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ต.สยาม นรมาตย์ สว.สส.สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น แบ่งเป็นห้องพักให้เช่า ชั้นล่างบริเวณหน้าทางเข้าอาคารพบเพียงกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.ลาดพร้าว ทราบชื่อนายสันติ บุญเปล่ง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการของอาคารดังกล่าว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 มม. เข้าที่ขมับด้านซ้ายกระสุนฝังใน อาการสาหัสกระทั่งเสียชีวิตตอนเที่ยงคืนครึ่ง พยานในที่เกิดเหตุแจ้งเบาะแสว่า มือปืนที่ลงมือยิงผู้ตาย ชื่อนายมหาชาติ หรือเขียว มากมี อายุ 36 ปี อยู่บ้าน-เลขที่ 98/1 หมู่ 4 ต.บางพระ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พักอาศัยอยู่ในอาคารกับญาติที่ห้อง 208 ประมาณ 1 เดือนแล้ว หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป

น.ส.หญิง (นามสมมติ) อายุ 40 ปี พยานที่ อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 20.40 น. ตนวานให้นายสันติมานั่งเฝ้าคอยรับโทรศัพท์ที่โอปอเรเตอร์ ขณะคุยกันกับนายสันติจู่ๆนายมหาชาติ เดินลงบันไดมามือซ้ายคีบบุหรี่ มือขวาถือปากกาด้ามสีขาว นายมหาชาติยิ้มให้ตนด้วยสีหน้านิ่งเฉย ก่อนเดินปรี่ไปหานายสันติใช้ปืนปากกาจ่อยิงที่ศีรษะ 1 นัด นายสันติหงายท้องล้มลงไปกองกับ พื้นทันที นายมหาชาติหันปากกระบอกปืนจ่อที่ศีรษะตนถึงกับตกใจรีบเอามือปัดออก จากนั้นนายมหาชาติวิ่งหนีไป พอตั้งสติได้เรียกคนมาช่วยหามนายสันติส่งโรงพยาบาลและแจ้งตำรวจ ไม่ทราบว่านายสันติถูกยิงเรื่องอะไร ทั้งคู่ไม่มีเรื่องขัดแย้งผิดใจอะไรกันและไม่เคยเห็นคุยกันด้วยซ้ำ

ด้าน น.ส.ศศิธร บุญเปล่ง อายุ 23 ปี น้องสาว ผู้ตาย ร้องไห้กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตกใจมากหลังทราบว่า พี่ชายถูกยิงตาย เนื่องจากพี่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ขยันทำงานและเป็นเสาหลักหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน แม้แต่แฟนก็ไม่กล้ามี เพราะกลัวจะลำบากทำให้เงินไม่พอใช้ ได้เงินก็ให้พ่อแม่เกือบหมด บางครั้งกินข้าวไม่ครบ 3 มื้อด้วยซ้ำเพราะห่วงงาน ตอนบ่ายโมงพี่ชายจะมาทำงานที่ตึกสีตลาเลิกงาน 3 ทุ่ม พอ 4 ทุ่มจะไปทำงาน ที่ไปรษณีย์คลองจั่น แผนกคัดแยกจดหมายจนถึงเที่ยงคืน กลับบ้านมานอนแค่พักเดียวตี 5 ก็ตื่นไปรับหนังสือพิมพ์ไปส่งจนถึง 9 โมงเช้า ทำงานแบบนี้ ทุกวัน พี่ชายตายครอบครัวต้องตกระกำลำบากแน่นอน ตนเสียใจมากที่ต้องพรากคนดีๆอย่างพี่ชายไป

ร.ต.ท.จเรวัฒน์ ตันอยู่โชค เจ้าของคดี กล่าว ว่า สอบปากคำไปแล้ว 5 ปาก เป็นพยานในที่เกิดเหตุ 1 คน พยานฝ่ายผู้ตาย 2 คน และพยานฝ่ายผู้ก่อเหตุ 2 คน ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ยิงกัน นายมหาชาติ เพิ่งมาอยู่อาศัยกับน้องสาวและสามีของน้องสาว นายมหาชาติไม่ได้ทำงานอะไร ชอบดื่มสุราเป็นคนเก็บกดไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ส่วนปืนปากกาขนาด .22 น้องสาวนายมหาชาติยอมรับว่าเป็นของสามีโดยเก็บไว้ใต้โทรทัศน์ภายในห้องพัก หลังเกิดเหตุเพียง 1 ชม. นายมหาชาติใช้โทรศัพท์สาธารณะโทร. มาหาญาติ ทางญาติพยายามเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว แต่นายมหาชาติวางสายไปก่อน พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับนายมหาชาติข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนออกติดตามตัวนายมหาชาติ ผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้ว

อ่านเพิ่มเติม...
สน.ลาดพร้าวยิงปืนปากกาไอ้เขียวมหาชาติ มากมีสันติ บุญเปล่ง