ข่าว
100 year

เกร็ดข่าวลูกหนัง 06/09/57

6 ก.ย. 2557 05:00 น.
SHARE

คอนเตประเดิมหรู! อัซซูรีขยี้กังหันลม 2–0

อันโตนิโอ คอนเต กุนซือทีมชาติอิตาลีคนใหม่ ประเดิมคุมทัพนัดแรกได้อย่างสวยหรู ด้วยการนำพลพรรค“อัซซูรี” อิตาลี เปิดบ้านต้อนเอาชนะ “กังหันสีส้ม” ฮอลแลนด์ ทีมอันดับ 3 จากฟุตบอลโลก 2014 ที่เหลือผู้เล่น 10 คน ไปได้แบบราบคาบ 2-0 ในศึกฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ เมื่อคืนวันพฤหัสฯที่ผ่านมา

เกมกระชับมิตรที่สนามซาน นิโกลา เมืองบารี เป็นการเจอกันระหว่าง “อัซซูรี” อิตาลี ภายใต้การประเดิมคุมทัพนัดแรกของ อันโตนิโอ คอนเต อดีตกุนซือยูเวนตุส ซึ่งเข้ามารับงานแทนที่เซซาเร ปรันเดลลี กุนซือคนเก่าที่ลาออกไป หลังพาอิตาลีตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “กังหันสีส้ม” ฮอลแลนด์ ทีมอันดับ 3 จากศึกเวิลด์คัพ 2014

แมตช์นี้เจ้าบ้านอิตาลี มีการปรับทัพหลายตำแหน่งเพื่อทดลองทีม โดยส่ง มัตเตีย เด ชิโญ, ซิโมเน ซาซา และ ชิโร อิมโมบิเล เป็น 3 ประสานในแนวรุก ส่วนทีมเยือนฮอลแลนด์ ซึ่งได้กุส ฮิดดิงค์ เข้ามาเป็นกุนซือคุมทีมรอบ 2 วาง โรบิน ฟาน เพอร์ซี และเวสลีย์ สไนเดอร์ เป็นดาราชูโรง

เริ่มครึ่งแรกได้แค่ 3 นาที “อัซซูรี” อิตาลี พังประตูขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่เลโอนาร์โด โบนุชชี วางบอลยาวให้ ชิโร อิมโมบิเล หลุดเข้าไปยิงผ่าน เจสเปอร์ ซิเลสเซน ตุงตาข่าย หลังจากนั้นอีก 7 นาทีต่อมา อิตาลีมาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ ซิโมเน ซาซา โดน บรูโน มาร์ตินส์ อินดี ทำฟาวล์ล้มในเขตโทษ และอินดีก็โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปด้วย ก่อนที่ ดานิเอเล เด รอสซี จะสังหารเข้าไปไม่พลาดให้อัซซูรีนำห่าง 2-0 จบครึ่งแรก อิตาลีนำห่างฮอลแลนด์ที่เหลือ 10 ตัว 2-0

ส่วนครึ่งหลัง แม้อิตาลีจะมีกำลังพลมากกว่า แต่ก็ทำประตูเพิ่มไม่ได้ จบเกม อิตาลี เปิดบ้านต้อนชนะฮอลแลนด์ ที่เหลือ 10 คน ขาดลอย 2-0.

รามีซัดชัยพาไก่เปิดรังจิกกระทิงหวิว 1–0

“ตราไก่” ฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มแจ่ม เปิดบ้านหักเขา “กระทิงดุ” สเปน ที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 1-0 โดยนัดนี้ โลอิก เรมี กองหน้าตัวใหม่ป้ายแดงของเชลซี สวมบทฮีโร่ซุปเปอร์ซับ ซัลโวประตูชัยโทนให้ทีม“ตราไก่” นาที 73 ในศึกฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ เมื่อวันพฤหัสฯที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

ทีมชาติ “ตราไก่” ฝรั่งเศส เปิดสนามสตาด เดอ ฟรองซ์ ทำศึกอุ่นเครื่องลับแข้งกับ “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน โดยเกมนี้ เจ้าบ้าน “ตราไก่” ส่งผู้เล่นตัวหลักลงสนามครบพร้อมหน้า นำโดยราฟาเอล วาราน, ปอล ป็อกบา, มาติเยอ วัลบูเอนา, อังตวน กรีซมันน์ และคาริม เบนเซมา ส่วน “กระทิงดุ” สเปน ที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังทำผลงานล้มเหลวไม่เป็นท่าในศึกเวิลด์คัพ 2014 มีการปรับทัพหลายตำแหน่ง แต่ยังมีดาวดังอย่าง เซร์คิโอ รามอส, เชส ฟาเบรกัส และดีเอโก คอสตา เป็นแกนหลัก

เกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ ก่อนเสมอกันโนสกอร์ 0-0 จากนั้นกลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 73 กลายเป็น “ตราไก่” ฝรั่งเศส ที่ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ เมื่อ มาติเยอ วัลบูเอนา เปิดบอลจากกราบซ้ายเข้ามากลางประตู คาริม เบนเซมา วิ่งมาชาร์จแต่โดนไม่เต็ม บอลเลยมาเข้าทาง โลอิก เรมี กองหน้าตัวสำรอง ซัดด้วยซ้ายเสียบตาข่าย ส่วนช่วงเวลาที่เหลือ ฝรั่งเศสเล่นแบบประคองตัว ขณะที่สเปนก็ทวงประตูคืนไม่สำเร็จ จบเกม “ตราไก่” ฝรั่งเศส เปิดรังพิชิต “กระทิงดุ” สเปน ไปได้ 1-0.

ซลาตันผงาดดาวยิงสูงสุดตลอดกาลสวีเดน

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยอดกองหน้าชาวสวีดิช ประกาศศักดาครองสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติสวีเดนเรียบร้อยแล้ว หลังระเบิดฟอร์มยิงคนเดียว 2 ประตู ในเกมกระชับมิตรที่ทัพ “ไวกี้ง” สวีเดน เปิดบ้านไล่ถล่ม เอสโตเนีย 2-0 เมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดรวมการทำประตูของซลาตันกับทีมชาติสวีเดนเพิ่มเป็น 50 ประตู จาก 99 นัด และกลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลทีมชาติสวีเดนทันที

ก่อนหน้าที่ลงเตะนัดนี้ ซลาตัน ยิงได้ 48 ประตูในการรับใช้ทีมชาติสวีเดน โดยเป็นรองสเวน ไรเดลล์ ตำนานกองหน้าชาวสวีดิช ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติเดิมที่ยืนยงคงกระพันมาตั้งแต่ปี 1932 เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น

หัวหอกวัย 32 ปีจากสโมสรปารีส แซงต์แชร์กแมง กล่าวว่า “การทำลายสถิตินี้มีความหมายอย่างมากสำหรับผม และมันก็สำคัญมากๆ

สำหรับผม, สำหรับครอบครัวของผม และผู้คนที่อยู่รอบๆตัวผม ผมต่อสู้อย่างหนักเสมอเพื่อบรรลุเป้าหมายของผม และผมไม่เคยย่อท้อหมดหวัง ตอนนี้ชื่อของผมได้ขึ้นอยู่อันดับสูงสุดในรายชื่อดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติสวีเดนแล้ว
มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากจริง”

ทั้งนี้ หลังจากซลาตัน ยิงประตูที่ 2 ของตัวเองในเกมพบกับเอสโตเนียได้ เจ้าตัวก็ฉลองแสดงความดีใจด้วยการถลกเสื้อแข่งให้เห็นเสื้อยืดด้านในที่มีข้อความว่า “50 ประตู” ก่อนจะโดนแจกใบเหลืองจากผู้ตัดสิน

สำหรับผลอุ่นเครื่องกระชับมิตรทีมชาติคู่อื่นๆ วันเดียวกัน เบลเยียม ชนะ ออสเตรเลีย 2-0, บอสเนีย และเฮอร์เซโกวินา ชนะ ลิกเตนสไตน์ 3-0, โครเอเชีย ชนะ ไซปรัส 2-0, สโลวะเกีย ชนะ มอลตา 1-0.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดข่าวลูกหนัง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้