Thairath Logo
กีฬา

บางคำของถวัลย์ ดัชนี หลังสิ้น'สับร่างให้แร้ง'

โดย
6 ก.ย. 2557 05:01 น.
Share :

ไมตรี  -  ศักดิ์สิริ  -  ถวัลย์

ความเป็นศิลปินของ ถวัลย์ ดัชนี นับเป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัวตนและผลงาน ที่ราคาแพงยิ่งกว่าทองคำ

ช่วงฮิตฮอต เล่าขานกันว่า ใครต้องการภาพเพียงเตรียมกระดาษมา รอให้ท่านตวัดวาดฉับๆไปไม่กี่วินาที ราคาเริ่มต้นที่เลข 7 หลักแล้ว

ตัวอย่างที่โด่งดังก้องโลกคือกรณีวาดภาพให้เจ้าชายเยอรมัน เรื่องมีอยู่ว่าเจ้าชายเยอรมันได้เชิญ ถวัลย์ ดัชนี ไปสร้างสรรค์
ภาพประดับฝาผนังใจกลางปราสาท อาจารย์ถวัลย์สร้างสรรค์ภาพเป็นที่พอพระทัยยิ่ง ถึงขนาดให้ค่าตอบแทนอันแสนจะฮือฮาด้วย มอบ “เช็คที่ไม่กรอกตัวเลข” ให้อาจารย์ถวัลย์มากรอกเอาเองกลายเป็นตำนานเล่าขานไม่รู้จบ

ด้วยผลงานอันโดดเด่น ทำให้ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี 2544 ตัวตนของถวัลย์ ดัชนี ในมุมของจิตรกร กวีรางวัลซีไรต์ และนักเขียนอย่างศักดิ์สิริ มีสมสืบ บอกว่า

“ถวัลย์ ดัชนี หรือ เขาเหมือนไม่ใช่มนุษย์โลก มาจากดาวดวงใดสักดวง มาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนหนึ่งในยุคของเขานักศึกษาศิลปะ คนหนุ่มสาวรุ่นผม นับถือเทพอิสระอยู่ 3 องค์ คือ ถวัลย์ ดัชนี ประเทือง เอมเจริญ และจ่าง แซ่ตั้ง บ้างตามประชิดตัวถวายใจ ค้อมหัวขอเป็นศิษย์”

ด้วยบุคคลิกภาพที่ไม่เหมือนใคร เฉียบขาด เฉียบคม “ถวัลย์ ดัชนี หยัดยงเหนือกาลเวลา เป็นบุคคลพิเศษหาได้ยาก นานๆจะจุติมาอุบัติยังโลกมนุษย์ ฝากทั้งผลงานยิ่งใหญ่ คารมคมคำให้คิดให้จดจำ ทั้งรูปธรรม นามธรรม ตลอดจนวัตถุพยานจับต้องได้ไว้ให้เพื่อนร่วมชาติร่วมแผ่นดินชั่วกัลปาวสาน ถวัลย์ ดัชนี คือ ถวัลย์ ดัชนี ไม่เป็นอื่น” ศักดิ์สิริสรุป

“การพูดคุยกับท่าน เราต้องรู้นิสัยท่านก่อน ขนาดผมเคยเขียนประวัติได้คลุกคลีมามาก บางครั้งไปเจอกัน ท่านก็ไม่พูดด้วย นั่งเฉยๆ อยู่อย่างนั้นแหละ” ไมตรีบอก

ไมตรี ลิมปิชาติ ผู้เขียนประวัติถวัลย์ ดัชนี ในหนังสือชื่อ มนุษย์ต่างดาว ถวัลย์ ดัชนี ย้อนอดีตให้ฟัง และบอกถึงความขลังในผลงานของจิตรกรเอกอีกว่า “ท่านไปอเมริกา ไปเขียนรูปอยู่ไม่กี่วันได้เงินมา 20 ล้านบาท ลองคิดดูก็แล้วกัน ขนาดสียังไม่แห้งคนยังซื้อไป เงินท่านเยอะแยะแต่ไม่เอากลับมาประเทศไทย ทิ้งเอาไว้ที่นั่นเพื่อรับศิลปินที่ไปอเมริกา ตรงนี้ผมประทับใจมาก”

และ “ต้องยอมรับว่า ท่านเป็นคนเรียนเก่ง เรียนเพาะช่างอยู่ 3 ปี ก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง เรียนมหาวิทยาลัยศิลปากรก็พูดภาษาเยอรมันได้ ท่านเป็นคนพูดได้ 7–8 ภาษา ถือว่าเป็นปราชญ์คนหนึ่งของประเทศไทย”

ภาพที่ประทับใจ ไมตรีบอกว่า ท่านเขียนด้วยปากกาลูกลื่นเดี๋ยวนี้ไม่ทราบว่ายังอยู่หรือไป ตอนที่พบวางอยู่ที่บ้านดำ จังหวัดเชียงราย แม้จะเขียนด้วยปากกาลูกลื่น แต่มีเสน่ห์ มีความสวยงาม ส่วนอีกภาพหนึ่งที่เห็นแล้วชอบ เป็นภาพที่ท่านวาดอย่างรวดเร็ว มีขนาดใหญ่ แต่มีรายละเอียดน่าศึกษา

“ผมเคยไปเห็นท่านวาดภาพใหญ่มากภาพหนึ่ง เป็นภาพที่มีรายละเอียดมาก ต้องใช้เวลาวาดนาน อาจจะเป็นเดือน ผมไปดูที่บ้านท่าน ท่านต้องปีนบันไดขึ้นไปเขียน ลองถามดูว่าวาดให้ใคร ท่านบอกว่าเขียนให้ธนาคารแห่งหนึ่ง รูปนั้นราคาประมาณ 30ล้านบาท ท่านเขียนในห้องไม่ใหญ่นัก แต่รูปใหญ่มาก ผมเลยถามว่าจะเอาออกจากห้องได้อย่างไร ท่านก็บอกว่า เรื่องเอาออกจากห้องเป็นเรื่องของธนาคาร ท่านมีหน้าที่เขียนอย่างเดียว”

ภาพของถวัลย์ ดัชนี “พูดยากว่าแต่ละภาพเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง ที่ผมทำหนังสือก็เอาภาพรวมทั้งหมด ทุกภาพมีอารมณ์ มีพลัง”
สาเหตุที่ได้ไปบ้านถวัลย์ ดัชนี เพื่อเก็บข้อมูลมาเขียนหนังสือไมตรีบอกว่า อาศัยเพื่อนคนหนึ่งที่สนิทสนมกันช่วยพาไป “ผมเป็นคนชอบเขียนภาพ สนใจงานแกมานานแล้ว แต่แล้วผมโชคดีมีเพื่อนสนิทที่เคยเรียนห้องเดียวกันมาพาไปรู้จักที่เชียงราย”

เพราะความเชี่ยวชาญในปรัชญา ทำให้การสัมภาษณ์สะดุด ไมตรีเล่าว่า การสัมภาษณ์ท่านมีปัญหามาก เพราะเมื่อถามไปประโยคหนึ่ง ปรากฏว่าท่านตอบกลับมาอย่างพรั่งพรู บางคำถามตอบประมาณ 10–20 นาที และตอบมาหลายเรื่อง

“แต่ละคำพูดเป็นปรัชญา เราจับประเด็นยากมาก ผมก็พยายามจด แต่อย่างไรก็ตาม จะเอาคำพูดมาเขียนทุกเรื่องทุกตอนคงไม่สำเร็จ ผมเลยต้องหันไปสัมภาษณ์คนใกล้ชิดแทน อย่างไปสัมภาษณ์ครูสอนหนังสือ คนที่เชื่อถือท่าน คนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของท่าน เพื่อนเรียนเพาะช่างด้วยกัน พยายามถามสิ่งรอบตัวมาให้ได้มากที่สุด แล้วค่อยเอามาเรียบเรียง”

ตัวตนของถวัลย์ ดัชนี “ท่านเป็นตัวของตัวเองสูง คิดว่าตัวเองทำออกมาดีแล้ว ไม่สนใจว่าใครจะว่าอย่างไร การพูดจาของท่านมักจะออกมาแนวเหนือจริง คุยสนุก แต่ถ้าไปถามเรื่องส่วนตัวลึกๆ ท่านคงไม่ชอบ อย่างเคยตอบนักข่าวเรื่องเงินว่า เงินที่มีอยู่ถ้าเอามากองคงสูงเท่าภูเขาทอง ส่วนเรื่องที่ดิน ท่านตอบว่า ถ้าเอาธนูมายิง ต้องยิงต่อๆ กันไปถึง 3 ลูกถึงจะสุดพื้นที่ดินที่มีอยู่”

ไมตรีบอกว่า “แม้ผมจะดูเหมือนสนิทสนม แต่เอาเข้าจริงผมเคยถามว่าจะโทร.ไปหาได้ไหม ท่านบอกว่าไม่ต้องโทร.มาหรอก ไม่เคยรับสายใคร ถ้าต้องการติดต่อจะโทร.หาเอง ประมาณเมื่อสามเดือนที่แล้ว ลูกท่านแสดงเหรียญอะไรสักอย่างที่สยามพารากอน ท่านไปช่วยวาดรูปสองสามนาที ประมูลรูปได้ 1 ล้าน ผมนำเรื่องไปเขียน ท่านก็โทร.มาขอบคุณ”

ความประทับใจต่อจิตรกรผู้ล่วงลับ “ผมประทับใจในความเป็นศิลปินแท้ๆของท่าน ท่านเป็นคนจริงใจ ช่วยเหลือคน กับเพื่อนๆ เงินเท่าไหร่ท่านก็ช่วย ตัวอย่างให้ทุนนักเรียนในโรงเรียนที่เคยเรียนมา พาศิลปินรุ่นใหม่ๆไปเที่ยวอเมริกา ท่านพาไปเที่ยวทุกปี ทำติดต่อกันมาหลายปี”

พลางสรุปว่า “คนอย่างถวัลย์ ดัชนี ผมว่าคงไม่มีง่ายๆ คนเราเก่งคนละอย่าง อย่างคนจะเป็นสุนทรภู่ไม่มีแล้ว คนจะเป็นคึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ไม่มีแล้ว คนจะเป็นอย่างท่านพุทธทาสได้ไม่มีแล้ว เช่นเดียวกับคนจะเป็นอย่างถวัลย์ ดัชนี ก็ไม่มีแล้ว ท่านเป็นคนของแผ่นดิน”

ถวัลย์ ดัชนี เกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2482 ที่จังหวัดเชียงราย เสียชีวิตด้วยโรคตับอักเสบ เมื่อวันที่ 3 กันยายน สิริอายุ 74 ปี ศพตั้งณ วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร เป็นเวลา 7 วัน ก่อนจะมีการขอพิธีพระราชทานเพลิงศพต่อไป

ร่างกายหลังสิ้นแล้ว อาจารย์ถวัลย์เคยบอกกับไมตรีว่า “ถ้าผมตายไป จะให้สัปเหร่อเอามีดสับเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้อีแร้งกิน เพราะเรากินสัตว์มาแยะแล้ว ให้สัตว์กินบ้าง ผมบอกว่า คนอย่างพี่เอาไปเผาก็ไม่ได้ ไปฝังก็ไม่ได้หรอก ให้แร้งกินก็ไม่ได้ด้วย ต้องเอาศพไปที่โรงพยาบาล ให้หมอเขาผ่ากะโหลกตรวจดูว่า สมองของพี่ทำไมดีนัก” คำพูดติดตลกลักษณะนี้ นับเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของท่าน

สำหรับการจากไปของจิตรกรเอก ถวัลย์ ดัชนี นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการศิลปะโลก.

อ่านเพิ่มเติม...
สกู๊ปหน้า 1ถวัลย์ ดัชนีศิลปินผลงานโด่งดังเจ้าชายเยอรมันไมตรี ลิมปิชาติศักดิ์สิริ มีสมสืบ