Thairath Logo
กีฬา

'แพมแพม' แถลงขอโทษวอนจบ! ยันไม่มีการรุมกระทืบข้างบ้านสมองบวม

Share :

แพมแพม ดาราธิป ออกโรงแถลงข่าวที่ร้าน Bitter Sweet ซ.ลาดพร้าว 64 ถึงเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกับคนข้างบ้าน เรื่องการขับรถเร็วในหมู่บ้าน ก่อนเรื่องจะลุกลามเป็นข่าวใหญ่เมื่อคู่กรณีเผยว่าถูกรุมจากชายฉกรรจ์ 3 คนจากฝั่งบ้านนักแสดงสาว โดย แพมแพม เผยว่า

"เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ทางคู่กรณีเขามากดกริ่งที่บ้านของหนูค่ะ ซึ่งตอนนั้นเขาบอกว่าคุณพ่อขับรถเร็วเกินไป ตอนนั้นมีคุณแม่อยู่บ้านคนเดียว คุณแม่ก็ตกใจ งงว่าคุณพ่อไปทำอะไรให้ เขาก็บอกว่าเดี๋ยวรอสักครู่นะ เดี๋ยวจะให้เจ้าตัวมาคุยเพราะอาจจะมีการเข้าใจผิด จะได้อธิบายเหตุผลกันได้ คุณพ่อกำลังจะกลับมา รอสักครู่นะคะ เขาก็บอกว่างั้นเดี๋ยวไปเจอที่บ้านแล้วกัน เขาก็บอกว่าบ้านเลขที่นี้นะ คุณแม่เลยโทรบอกพ่อเลย คุณพ่อก็เลยกลับเข้ามา

ก็ขับรถไปพบเขาค่ะ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าบ้านหลังไหนยังไง แต่เขาก็ยืนรออยู่ที่บ้านนะคะ พอไปถึงเขาก็บอกให้ลงจากรถ แต่ใช้คำพูดที่ไม่สุภาพน่ะค่ะ แล้วคุณพ่อแพมอายุ 60 แล้วนะคะ ส่วนคู่กรณีอายุ 30 กว่าๆ พอลงไปเนี่ยคุณพ่อก็ไม่อยากมีปัญหาเพราะว่าเพราะยังไม่รู้เลยว่าเกิดจากเรื่องอะไรหรือสาเหตุอะไร ซึ่งถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แพมคิดว่าคุณพ่อคิดว่าสามารถไกล่เกลี่ยกันได้หรือใช้เหตุผลกันได้ ไม่ต้องมีปัญหา เพราะอย่างน้อยเราอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันค่ะ คุณพ่อก็ถามว่ามีปัญหาเรื่องอะไร เขาก็เริ่มด้วยอารมณ์ เขาก็พูดจาไม่สุภาพค่ะ มีการข่มขู่ อ้างชื่อถึงนามสกุลหรือชื่อต่างๆ ค่ะ

พอถึงตรงนั้นคุณพ่อก็บอกว่างั้นให้คุณภรรยาพาคุณสามีเข้าบ้านดีกว่าจะได้แยกย้ายกันไม่มีปัญหา ถึงตรงนั้นเนี่ยน้องแพมเข้ามาพอดี ต้องบอกก่อนว่าวันนั้นแพมไปทำธุระกับน้องที่พัทยา แต่ขากลับแยกย้ายกันกลับคนละคันเพราะก่อนเข้าบ้านแพมจะต้องไปทำธุระของแพมก่อนค่ะ แต่คุณแม่โทรมาบอกว่ามีคนมาหาที่บ้านนะ แม่อยู่บ้านคนเดียว ยังไงก็รีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนหน่อย คุณแม่เขาก็เป็นห่วงความปลอดภัยของเขา เพราะเขาไม่รู้ว่าคนนั้นเป็นใครเพราะเขามาแบบกึ่งมีอารมณ์ค่ะ แพมก็เลยบอกว่าเดี๋ยวบอกน้องให้เพราะแพมติดธุระ อาจจะกลับมาไม่ทัน น้องแพมเลยรีบกลับไปเจอ เขาก็เลยตามไปเจอคุณพ่อทันด้วยความเป็นห่วง เพราะคุณพ่ออายุค่อนข้างเยอะแล้วค่ะ

พอไปถึงก็เห็นว่ากำลังเถียงคุยกันอยู่เขาก็รีบลงไปเพราะเป็นห่วงคุณพ่อเพราะคุณพ่อแก่แล้ว น้องแพมอายุ 20 คุณพ่ออายุ 60 คู่กรณีอายุ 30 กว่าๆ พอคู่กรณีเห็นว่าน้องชายแพมลงมา ต้องบอกก่อนว่าเจตนาที่น้องชายแพมทำไปไม่ได้จะไปรุมเขาหรือบุกทำร้ายอย่างที่เขาพูดนะคะ น้องทำไปด้วยความเป็นห่วงคุณพ่อจริงๆ เพราะคุณพ่อไปคนเดียวค่ะ เขาก็ไม่รู้ว่ามันมีปัญหาอะไร เลยรีบไปอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อ

ซึ่งพอน้องลงไปจากรถเนี่ย เขาก็ได้ท้าน้องแพมว่าให้ลูกคุณน่ะมาตัวต่อตัวกับผมไหม ซึ่งคุณพ่อของแพมเขามาแล้วไม่ได้จะมีปัญหาตั้งแต่แรกค่ะ เขามาเพื่ออยากให้เข้าใจ สมมติว่ามีอะไรไม่เข้าใจกัน เรายังสามารถคุยกันได้นะ คุณพ่อก็เลยบอกว่าอย่าเลยลูก ขึ้นรถไป เชื่อป๊านะ กลับบ้าน แล้วก็บอกคู่กรณีว่าพาคุณสามีเข้าบ้านเถอะ อย่ามีปัญหาเลย เรื่องแค่นิดเดียว แล้วน้องแพมมากับแฟน เขาก็ขึ้นรถไปเพราะป๊าแพมบอกไม่ให้มีเรื่องเลย น้องก็เลยขึ้นรถแต่ด้วยความที่เขาเป็นห่วงคุณพ่อ เขาก็ยังไม่อยากจะไปไหน เขาก็เห็นว่าคู่กรณีชี้หน้าด่าคุณพ่อแพมแล้วโวยวายเพราะใช้อารมณ์ใช้คำพูดไม่สุภาพ และมีการท้าต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งแพมคิดว่าคุณพ่อใจเย็นสุดๆ แล้วด้วยความเป็นผู้ใหญ่

พอน้องแพมเริ่มเห็นว่าเขาชี้หน้าด่าทำท่าทางกิริยาไม่เหมาะสมแล้ว น้องเขาก็ลงมาอีกทีแล้วบอกว่าเป็นห่วงป๊า เข้าบ้านไปเถอะ แต่คราวนี้คู่กรณีก็เห็นว่าน้องแพมลงมาอีกรอบนึง แพมไม่แน่ใจว่าเขาคิดว่าน้องแพมจะลงมาทำร้ายหรืออะไร เขาก็พุ่งเข้าหาน้องแพมทันที หลังจากนั้นก็เกิดการชุลมุน กลายเป็นทะเลาะวิวาท

แพมต้องบอกว่าการทะเลาะวิวาทเป็นแค่ 2 คนจริงๆ คือมีคู่กรณีและน้องชายของแพม ไม่ได้มีชายฉกรรจ์ 3 คนหรือแพมเอาพวกไปบุกรุมทำร้ายเขาอย่างที่เป็นข่าว คือแพมไม่เข้าใจว่ามันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงเพราะน้องแพมมากับคุณพ่อและแฟนเขาจริงๆ ค่ะ กลายเป็นว่ามีชายฉกรรจ์ 3 คนเป็นผู้ที่บุกทำร้ายเขาสมองบวม ทั้งที่เป็นแค่การชกต่อยของคน 2 คนค่ะ แต่กลายเป็นเรื่องที่มันไม่ใช่อย่างที่เป็นทุกวันนี้ค่ะ พอเขาชุลมุนวุ่นวายกันเสร็จแล้ว คุณพ่อได้เข้าไปห้ามก็โดนผลักออกมา ฝ่าเท้าเย็บ 5 เข็ม

จากนั้นชาวบ้านแถวนั้นก็เข้ามาช่วยกันแยก พ่อก็แยกน้องออกมา แล้วต่างคนต่างก็แยกกันเข้าบ้าน หลังจากนั้นน้องกับคุณพ่อก็ได้ไปแจ้งความที่ สน.ว่าโดนข่มขู่และมีการลงบันทึกประจำวันค่ะ และไปทำแผลที่ รพ.ค่ะ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นแพมคิดว่ามีแค่นี้จริงๆ แพมสาบานว่ามันไม่มีชายฉกรรจ์ 3 คนหรือมีพวกรุมทำร้ายเขาจนสมองบวม แพมก็คิดว่าเขาจะสมองบวมยังไง เพราะมันเป็นแค่คนสองคนต่อยกัน มันไม่ใช่การยกพวกรุมตีเขาค่ะ"

แพมแพม ดาราธิป

สาเหตุที่เกิดเรื่องมาจากอะไร?
"เท่าที่ทราบคือเขาไม่พอใจที่คุณพ่อขับรถเร็วเกินไปและไปผ่านซอยบ้านเขา ท่านก็ไม่แน่ใจว่ามันเร็วยังไง คุณพ่อเองก็ยังงงจนถึงทุกวันนี้ อยากรู้เหตุผล ก็เลยจะเข้าไปคุยกับเขาด้วยเหตุและผลจริงๆ ไม่อยากมีปัญหาทะเลาะวิวาทค่ะ"

จากเหตุการณ์วันนั้นคู่กรณีบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน สมองบวมอย่างที่อ้างไหม?
"ไม่นะคะ เพราะเป็นการต่อยแค่ 2 คนแบบมือเปล่า ไม่มีอาวุธหรือมีการรุม น้องแพมก็เจ็บค่ะ เจ็บทั้งคุณพ่อและน้อง เขาเองก็เจ็บเหมือนกัน เจ็บทั้งคู่ แต่กลายเป็นว่าเขาพูดเหมือนเขาโดนรุมคนเดียว น้องหนูก็เจ็บเหมือนกันค่ะ"

แพมแพมรู้สึกยังไงกับข่าวที่ออกมาบ้าง?
"ต้องบอกก่อนว่าแพมไม่ได้เป็นนักแสดงสังกัดช่องไหน แพมเป็นนักแสดงอิสระนะคะ ณ เหตุการณ์วันนั้นหนูไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แล้วแพมก็อยู่กันครอบครัว 4 คนจริงๆ ค่ะ ไม่ได้เป็นครอบครัวใหญ่ ไม่ได้พวกพ้องที่ไหนที่จะสามารถเอาพวกไปรุมเขาได้ค่ะ แพมไม่ได้คิดว่าแพมเป็นดาราดังค่ะ"

สภาพจิตใจตอนนี้เป็นไงบ้าง?
"แพมว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องใหญ่สุดในชีวิตค่ะ เพราะพอตื่นเช้าขึ้นมาอีกวัน มันเหมือนว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่วันนั้นเป็นเลยค่ะ เหมือนทุกคนยังไม่ทันได้ฟังจากฝั่งเราค่ะ (เสียงเครือ) แล้วไปตีความว่าแพมกับที่บ้านไปทำร้ายเขาทั้งที่เขามาเตือนธรรมดา ซึ่งแพมคิดว่าพ่อแพมมีเหตุผลมากพอ ถ้ามาเตือนธรรมดาก็คงไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้วเพราะเขาอายุเยอะแล้วค่ะ ส่วนน้องก็ทำไปด้วยความหวังดีกับครอบครัวจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาไปรุมเขาค่ะ แพมก็น้อยใจว่าเขามีจุดประสงค์ทำอย่างนี้เพื่ออะไร วันนี้แพมอยากจะบอกในส่วนของแพมว่าเหตุการณ์เป็นแบบนี้นะ มันไม่ได้รุนแรงจนทำให้เขาสมองบวมและมีชายฉกรรจ์ 3 คนรุมทำร้ายจริงๆ ค่ะ"

เป็นตัวแทนขอโทษแทนครอบครัว

แต่กระแสในอินเทอร์เน็ตเป็นอีกแบบนึง?
"คือตอนนี้มันมีทั้ง 2 ฝั่ง แพมก็ไม่รู้ว่าคำพูดมันอาจจะมีทั้งจริงและเท็จ ตอนนี้เรายังหาหลักฐานไม่ได้ว่าคนที่พูดเขาพูดจริงหรือแต่งเรื่องขึ้นมา แต่คุณพ่อแพมเนี่ยปกติแล้วในหมู่บ้านจะไม่น่าขับรถได้เร็วขนาดนั้นเพราะซอยในหมู่บ้านมันเล็ก ไม่ได้เป็นถนนเลนใหญ่ มีแค่ 2 เลน แล้วก็จะมีรถที่จอดตามหน้าบ้านค่ะ ซึ่งมันก็ต้องซิกแซก มันไม่สามารถขับรถได้เร็วหรือซิ่งขนาดนั้นหรอก ตัวคุณพ่อเองส่วนใหญ่เวลาออกไปข้างนอกเขาจะออกไปทำธุระให้ลูกๆ เพราะเขาแก่แล้ว ก็เกษียณแล้วค่ะ"

คุณพ่อได้พูดกับเราเรื่องขับรถเร็วไหมหลังจากเกิดเรื่อง?
"ตัวคุณพ่อเองตั้งแต่วันที่กลับมาเขาตั้งใจจะไปคุยเพราะเขารู้สึกว่าเขาไม่ได้ขับรถเร็วอย่างที่เขาพูดหน้าบ้านเลยนะ เขารู้สึกว่าไปเคลียร์ดีกว่าเผื่อมีการเข้าใจผิด เรายังปรับความเข้าใจได้เพราะคงไม่มีใครอยากมีปัญหากับคนที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ต้องเจอกันเห็นหน้ากันทุกวันน่ะค่ะ"

เรื่องขับรถเร็วเขาอาจจะเข้าใจผิดรึเปล่า จริงๆ อาจจะเป็นแพมเองไหม?
"ทุกวันนี้แพมยังขับรถไม่ได้เลยค่ะ ถ้าคนที่สนิทกับแพมจริงๆ จะรู้ว่าเขาแทบจะไปรับส่งแพมทุกที่เลยค่ะเพราะก่อนหน้านี้จะเป็นคุณพ่อ แต่ตอนนี้คุณพ่ออยากจะอยู่บ้าน เพราะเขาส่งแพมมาทั้งชีวิตแล้ว แก่แล้วค่ะ ตอนนี้น้องก็มารับส่งแพมแทน ซึ่งตัวคู่กรณีไม่ได้ระบุว่าเป็นน้องค่ะ เขาบอกว่าเป็นคุณพ่อ เขาบอกว่าเป็นคนแก่แล้ว"

หลังจากนั้นได้คุยกับฝ่ายโน้นรึยัง?
"มีค่ะ ก็คุยกันที่โรงพักค่ะ คือแพมไปแจ้งความวันที่เกิดเหตุว่าเกิดเหตุการณ์โดนข่มขู่จริงๆ คือแพมเป็นห่วงความปลอดภัยของที่บ้านค่ะ ป๊าก็เลยบอกว่าไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันก่อน แต่พออีกวันทาง สน. โทรมาบอกว่าอยากให้ไกล่เกลี่ยกัน ก็เลยได้เจอกับคู่กรณีวันนั้นค่ะ ซึ่งวันนั้นเขาก็ยังมาได้ปกติ แต่มาแบบขามีพันเฝือกไว้ มีผ้าปิดตาค่ะ ก็ยังมาโรงพักมาพูดคุยได้ค่ะ วันที่แพมไปโรงพักไกล่เกลี่ยแพมก็คิดว่ามันจบแล้วค่ะ คิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กมาก อาจจะเกิดการเข้าใจผิด ถ้าครอบครัวแพมทำอะไรให้เขาไม่พอใจก็คุยกันได้ค่ะ แต่หลังจากวันนั้นเนี่ยมันกลายเป็นว่ามีข่าวอันนี้เกิดขึ้นเช้าอีกวันหลังไปโรงพัก"

เราอยากจะจบหรือดำเนินการต่อยังไงบ้าง?
"แพมพูดตามความจริงว่าแพมเป็นห่วงความปลอดภัยของที่บ้าน เพราะแพมก็อยู่กัน 4 คนพ่อแม่ลูกจริงๆ แพมขอเป็นตัวแทนของทางครอบครัวนะคะ ถ้าสมมติทำให้เกิดความไม่พอใจหรือเข้าใจผิด แพมขอโทษ ณ ตรงนี้ด้วยนะคะ (ยกมือไหว้) ขอโทษแทนคุณพ่อคุณแม่ แพมคิดว่าแพมอยากให้เรื่องมันจบเพราะว่าวันนี้แพมสบายใจที่ออกมาพูดในส่วนของแพม ถ้าจบได้ก็ดีเพราะทุกคนจะได้อยู่กันอย่างสบายใจ เพราะเขาเองก็ตัองอยู่ตรงนั้น แพมก็อยู่ตรงนั้น ถ้าสมมติทุกอย่างคลี่คลายไม่มีปัญหา แล้วหลังจากนี้มีคนสร้างให้มันเป็นเรื่องอื่นอีก แพมว่ามันน่าจะจบได้ที่ตรงนี้ค่ะ"

ถ้าฝั่งคู่กรณีแถลงต่อหรือเอาหลักฐานอื่นมาอีกจะว่ายังไง?
"คือหลังจากนี้แพมยังไม่คิดถึงตรงนั้นว่าจะทำยังไงค่ะ".

วอนจบเรื่องราวทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม...
แพมแพมแพมแพมดาราธิปทะเลาะข้างบ้านกระทืบข้างบ้านขับรถเร็ว