Thairath Logo
กีฬา

วอนโจรขโมยป้ายร้านเก่าแก่ ให้นำมาคืน

Share :

คาดโจรขโมยป้ายชื่อร้านเก่าแก่เขตเทศบาลนครอุดรธานี ทำตามใบสั่งนักสะสม ลูกหลานวอนนำมาคืน ยันไม่ยอมจ่ายเงินแลก หวั่นได้ใจ...

กรณีคนร้ายตระเวนลักป้ายชื่อร้านเก่า ที่ทำด้วยไม้สัก อายุ 50-100 ปี ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จำนวน 3 ร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า เป็นการทำตามใบสั่งของนักสะสมของเก่า ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ศาลเจ้าปู่ย่าอุดรธานี ได้นำป้ายจำลอง และภาพป้ายไปจัดเป็นนิทรรศการ "ค้าขายรุ่งเรือง" ซึ่งระบุว่าเป็นชาวจีนกลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาค้าขายที่ จ.อุดรธานี เมื่อปี พ.ศ.2442 หรือ 114-115 ปีก่อน โดยพบว่า มีชื่อป้ายร้าน "อึ้งเกียเฮง" ซึ่งเป็นร้านที่ถูกคนร้าย ลักเอาป้ายชื่อร้านไป

นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล เลขาฯมูลนิธิศาลเจ้าปู่ย่าอุดรธานี เปิดเผยว่า ป้ายชื่อร้านที่เรานำมาจัดแสดงในศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน เพื่อสื่อถึงความเป็นมาของชุมชนชาวจีนใน จ.อุดรธานี ว่าเมื่อ 115 ปีที่แล้ว คนจีนเริ่มเข้ามาใน จ.อุดรธานี เราพยายามเก็บรวบรวมเรื่องราวของชุมชนชาวจีน ป้ายก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นเกร็ดที่จะย้อนรอยไปสู่อดีต เป็นรากฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ชุมชนชาวจีนจากหาบเร่แผงลอย มาสู่ร้านค้าจากร้านค้าเติบโตไปสู่อุตสาหกรรม การนำเอาป้ายมาก็เพื่อเป็นสิ่งระลึกถึง

"ป้ายที่หายไปส่วนตัวก็รู้สึกเสียดาย เสียใจ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ บางร้านที่หน้าร้านมีป้ายใหม่ แต่ป้ายเก่าติดอยู่ในร้านเป็นความรู้สึกที่พวกเขาระลึกถึงบรรพบุรุษที่ได้สร้างร้านขึ้นมา ถ้าเราสังเกตป้ายดีๆ ป้ายเก่าเหล่านี้จะมีทั้งภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ลองย้อนกลับไปดูว่า ชุมชนจีนเหล่านี้คิดสร้างป้ายอันนี้ขึ้นมาที่สำคัญป้ายส่วนใหญ่จะเป็นป้ายไม้ ที่แกะสลักในเนื้อไม้ พื้นดำ ตัวหนังสือสีทอง ถือว่าเป็นมงคล รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้ช่วยกันเก็บรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์เอาไว้" นายศักดิ์ชัย กล่าว



เลขาฯมูลนิธิศาลเจ้าปู่ย่าอุดรธานี กล่าวต่อว่า ตนไม่ทราบเจตนาของการขโมย ว่าชอบสะสมของเก่าหรือไม่ แต่คิดว่าของเก่าอาจเป็นสิ่งที่มีค่า คนที่ขโมยไปคิดว่ามันมีค่าและขายได้ รู้สึกเสียดายป้ายที่หายไป อาจจะได้คืนกลับมายาก ส่วนป้ายที่เหลืออยู่ อยากจะให้เจ้าของป้ายเองเก็บรักษาเพราะเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และอย่าปลดป้ายเลย เพราะเป็นของบรรพบุรุษเป็นมงคล ทำธุรกิจรุ่งเรือง มาช่วยกันรักษาไว้ดีกว่า

นางทิพย์รัตน์ แซ่เตียว อายุ 77 ปี เจ้าของร้านแสงไทยถนนหมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี เปิดเผยว่า ก่อนหน้าป้ายชื่อร้านถูกขโมย มีคนมาถ่ายภาพหน้าร้าน ต่อมามีผู้ชาย 2 คนอายุ 30-35 ปี เข้ามาที่ร้านถามหาซื้อของเก่า และก็ถามป้ายชื่อร้านเก่าที่เอามาติดไว้ในบ้านเป็นป้ายไม้พื้นสีแดง ตัวอักษรไทย-จีนสีทอง อายุ 50-60 ปี แต่ที่พื้นสีแดงจะพองจากความร้อน เมื่อครั้งเหตุไฟไหม้ แต่ไม่ได้ซ่อม ให้คงสภาพเดิมๆ บอกเขาไปว่า 2 แสนก็ขายไม่ได้ เพราะป้ายชื่อร้านก็เหมือนตัวแทนเรา เชื่อว่าคนร้ายจะมาถ่ายภาพ เพื่อไปเสนอคนซื้อว่าจะให้ราคาเท่าไหร่

นางศิริภร วงษ์โสฬสศิริ อายุ 64 ปีเจ้าของร้าน "อึ้งเกียเฮง" เลขที่ 193 ถ.โพศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี เปิดเผยว่า ตนเป็นรุ่นที่ 4 ของตระกูลที่มาอยู่ จ.อุดรธานี ป้ายร้านที่ถูกขโมยไป ใช้มาก่อนตนเกิดตั้งแต่ร้านเดิมข้างตลาดเทศบาล ตอนนี้ร้านนี้ก็มีอายุมากกว่า 55 ปี โดยที่ผ่านมาจะมีนักค้าของเก่า มาขอซื้อสินค้าเก่าเก็บจากร้าน อาทิ ตะเกียง เขาก็จะถ่ายรูปไปก่อน และจะกลับมาติดต่อซื้อ และก่อนป้ายจะหายก็มีคนมาถ่ายภาพหน้าร้าน



"ป้ายนี้ใช้มาหลายรุ่นอายุนับ 100 ปี เมื่อหายในยุคเราดูแล จึงรู้สึกเสียใจมากที่สุด ไม่รู้จะตอบบรรพบุรุษยังไง ฝากไปถึงคนที่ขโมยป้ายชื่อร้านไป รวมทั้งคนที่ครอบครองป้ายชื่อร้านเราอยู่ ขอให้เอาป้ายมาคืนให้กับเราด้วย เพราะไม่ใช่เพียงป้ายเท่านั้นที่เอาไป แต่มีดวงวิญญาณของเจ้าของป้ายไปด้วย เอาป้ายกลับมาคืนเรา ดวงวิญญาณบรรพบุรุษเราจะได้กลับมาด้วย เอามาคืนด้วยวิธีไหนก็ได้ แต่จะไม่ยอมจ่ายเงินแลกกับป้าย เพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นได้ใจ ไปขโมยป้ายหรือสิ่งของคนอื่นอีก" นางศิริภร กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...
ขโมยป้ายชื่อชื่อร้านเก่าแก่โบราณไม้สักอุดรธานีใบสั่งนักสะสม