Thairath Logo
กีฬา

คุมตัวหัวโจกทำแผน-แฉแก๊ง‘ขับชน-ตบทรัพย์‘มีกว่า40คน

Share :

คุมตัวหัวโจกแก๊งขับรถชน-ตบทรัพย์ ไปทำแผนขับไล่ชนเหยื่อแล้วรีดเอาเงินที่ร้อยเอ็ด เผยตัวพยานสำคัญเป็นเจ้าของอู่ที่ผู้ต้องหาเคยเอารถไปซ่อมแล้วจำหน้าได้ ตำรวจชี้มีผู้ที่เข้าข่ายเป็นแก๊งทรชนอีกว่า40คน แต่ไม่มีผู้เสียหาย

ภายหลังจากที่มีการแถลงจับกุมแก๊ง"ขับรถชน-ตบทรัพย์"รายใหญ่ในภาคอีสาน ผู้ต้องหาคือนายนายอัครเดช เดชอุทัย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 ม.9 ต.แสนชาติ อ.จังหาร จ.รอยเอ็ด สารภาพว่าทำมากว่า 3 ปี ไม่น้อยกว่า 50 ครั้ง ผู้เสียหายมีอยู่ทั่วประเทศ ได้เงินเดือนละหลายแสนบาท โดยตั้งฐานบัญชาการที่ร้อยเอ็ดและอุดรธานี ใช้รถในการก่อเหตุถึง 23 คัน และมีผู้ร่วมขบวนการกว่า 40 คนนั้น

ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ก.ย.57 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 รรท.ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติรัชต์ น้อยโพนทอง ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ดได้พานายอัครเดช เดชอุทัย อายุ 37 ปี ผู้ต้องหามาทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพในพื้นที่ อ.เมืองร้อยเอ็ด  

ทั้งนี้ เหตุเกิดตั้งแต่เดือน มี.ค.ปีที่ผ่านมา นายอัครเดช ได้ขับรถกระบะเฉี่ยวรถเก๋งซึ่งนายบุญสม แสนมูล อายุ 54 ปี ชาว อ.หนองพอก ที่สี่แยกถนนสาย จ.ร้อยเอ็ด ไป อ.อาจสามารถ ตัดกับถนนเลี่ยงเมืองร้อยเอ็ด แล้วขับไล่ตามข่มขู่กรรโชกเอาเงินค่าซ่อมรถจำนวน 5,000 บาท ซึ่งนายบุญสม แสนมูล ตกลงจะจ่ายเงินที่ข้าง รพ.ร้อยเอ็ด แต่ขณะเดียวกันนายปัญญา อุดมศรี อายุ 52 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถชัยกลการ อยู่บ้านหนองหญ้าม้า ต.รอบเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด เห็นเหตุการณ์เดินเข้าไปดูการเจรจาระหว่างนายอัครเดช กับนายบุญสม และจำได้ว่านายอัครเดช เคยนำรถยนต์ที่ขับเฉี่ยวชนแล้วไปขอซ่อมด่วนในราคาถูกที่อู่ชัยกลการหลายครั้ง

โดยนายปัญญา อุดมศรี เจ้าของอู่ซึ่งจำนายอุดมเดชได้ เพียงแต่ถามว่า"เอาอีกแล้วหรือ"เท่านั้น นายอัครเดชก็ตกใจวิ่งไปขึ้นรถกระบะคันที่ขับตระเวนก่อเหตุหลบหนีจากที่เกิดเหตุทันที โดยไม่ได้รับเงินจากนายบุญสม แสนมูล แม้แต่บาทเดียว ซึ่งต่อมานายปัญญา อุดมศรี ได้ให้ความร่วมมือเป็นพยานสำคัญกับตำรวจชุดสืบสวนของ บช.ภ.4 จนกระทั่งศาลจังหวัดร้อยเอ็ดได้อนุมัติหมายจับให้ตำรวจชุดสืบสวน บช.ภ.4 ติดตามจับตัวนายอัครเดช เดชอุทัย ได้ขณะอยู่ที่บ้านบึงโดน หมู่ 9 ต.แสนชาติ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา นำตัวมาส่งให้ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีข้อหากรรโชกทรัพย์

หลังจากการทำแผนประทุษกรรมฯ พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 รรท.ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ขณะนี้ มีผู้ต้องสงสัยเป็นแก๊งขับเฉี่ยวชนแล้วตบทรัพย์กว่า 43 คน เข้ารายงานตัวต่อ พล.ต.นคร สุขประเสริฐ ผบ.กกล.รส.ร้อยเอ็ด โดยบอกว่าได้เลิกกระทำการดังกล่าวแล้ว สาเหตุที่ตำรวจยังไม่จับกุมมาดำเนินคดี เพราะไม่มีผู้เสียหายไปแจ้งความ ถ้าหากมีผู้เสียหายไปแจ้งความก็จะมีภาพของผู้ต้องสงสัยให้ดู เมื่อยืนยันว่าใช่แก๊งขับเฉี่ยวแล้วตบทรัพย์ ตำรวจจะจับดำเนินคดีทันที

ส่วนการป้องกันเหตุขับเฉี่ยวแล้วตบทรัพย์ สามารถทำได้โดยขับรถเดินทางไกล อย่าไปคนเดียว เมื่อเกิดเหตุรถเฉี่ยวชนกัน ขอให้แจ้งตำรวจท้องที่เกิดเหตุ โดยโทรศัพท์ หมายเลข 191 บอกท้องที่เกิดเหตุให้ชัดเจน พยายามพูดจาหน่วงเหนี่ยวในการเจรจาเอาไว้เพื่อรอตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ และขอให้ทราบด้วยจิตสำนึกทันทีว่า เมื่อเกิดเหตุรถเฉี่ยวแล้วคนขับในรถยนต์คู่กรณีลงมาพูดข่มขู่เรียกค่าเสียหาย นั่นคือเข้าลักษณะการกระทำขับเฉี่ยวเพื่อตบทรัพย์ ถ้าหากเหตุเกิดในเวลากลางคืน ถ้าไปคนเดียวหรือสองคน ขอให้ล็อกประตูรถเอาไว้ อย่าลงจากรถแล้วให้พยายามโทรศัพท์แจ้ง191 ทันที หรือโทรศัพท์บอกญาติให้ทราบ

"เหตุที่เกิดมาแล้วไม่เกิน 10 ปี ยังมีสิทธิ์เข้าแจ้งความ โดยไปแจ้งกับตำรวจท้องที่เกิดเหตุ และถ้าต้องการดูภาพผู้ต้องสงสัย ให้ไปขอดูได้ที่ บก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด สภ.เมืองร้อยเอ็ด และสภ.จังหาร"พล.ต.ต.เจริญวิทย์ กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...
อาชญากรรมขับรถชนตบทรัพย์รีดทรัพย์แก๊งใหญ่อีสานร้อยเอ็ดทำแผนข่าวทั่วไทย