ข่าว
100 year

"รวบแล้วหนุ่มนักธุรกิจฉ้อโกงชาวบ้านขายน้ำองุ่นแดง หลายล้านบาท"

ทีมข่าวภูมิภาค4 ก.ย. 2557 00:30 น.
SHARE

ตร.รวบนักธุรกิจหนุ่มฉ้อโกง ชาวบ้านขายน้ำองุ่นแดง หลายล้านบาท ผู้เสียหายอีกหลายจังหวัดแห่ชี้ตัวเพียบ ขณะเจ้าตัวตอบผู้เสียหายส่องไปในทางเชิงภาคเสธว่าให้ไปขอรับคืนจากคนที่รับเอาเงินไป

เมื่อเวลา 18.15 น. วันที่ 3 ก.ย. 57 พ.ต.ท.รุ่งปัญญา สาสนาน พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน บช.ภ.4 ร่วมกับตำรวจ สภ.นาแก จ.นครพนม ควบคุมตัวนายวิโรจน์ ภู่หมื่นไวย์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 254 / 7 หมู่6 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น มอบให้ พ.ต.อ.กิตติรัชต์ น้อยโพนทอง ผกก. และ ร.ต.อ.นพรัตน์ หลวงสนาม พงส.สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีในข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2556 นายสมเลิศ ชูชุมพล อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129 หมู่1 ต.โพธิ์สัย อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด พร้อมเพื่อนบ้านชาว ต.ศรีสมเด็จ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และ ชาวอ.เมืองยโสธร รวม 10 คน พากันเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.บรรเจิด ชมพูพฤกษ์ พงส.สภ.เมืองร้อยเอ็ดว่า เมื่อประมาณต้นเดือนสิงหาคม 2555 นายวิโรจน์ ภูหมื่นไวย์ เป็นนักธุรกิจชาว จ.ขอนแก่น มาแนะนำข้อดีของธุรกิจริชเวย์ รวบเร็ว ลงทุนต่ำ ผลตอบแทนสูง พร้อมทั้งได้เงินลงทุนกลับคืนไว ไม่มีความเสี่ยง โดยร่วมลงทุนหุ้นละ 30,375 บาท จะได้น้ำองุ่นแดง ไปขายจำนวน 3 ลัง (จำนวน 36 ขวด) ขายขวดละ 1,200 บาท ต้นทุนเพียง 120 บาท หากผู้ร่วมหุ้นสามารถแนะนำสมาชิกมาร่วมลงทุนเพิ่มขึ้น จะได้เงินค่าตอบแทน รายละ 3,000 บาท และได้เปอร์เซ็นต์จากยอดขายร้อยละ 5 บาท หากลงทุนมาก ก็จะได้ทุนคืนมาก ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อ จึงใช้เงินสะสมที่มี บางรายเลือกที่กู้มาลงทุน และขายที่นาอีกด้วย เพื่อมาร่วมลงทุน รายละ 2 หมื่นบาท บางรายมากถึง 1 ล้านบาท

หลังร่วมลงทุนแล้วปรากฏว่า ได้รับเงินค่าตอบแทนคืนเพียง 1 เดือนเท่านั้น จากนั้นไม่เคยได้รับเงินค่าตอบแทนอีกเลย บรรดาผู้เสียหายพยามติดต่อกับนายวิโรจน์ แต่สามารถติดต่อได้ และช่วยตรวจสอบหาบริษัทริชเวย์ ปรากฏว่าไม่มีตัวตน ผู้ร่วมลงทุนจำนวนมาก จึงมั่นใจถูกฉ้อโกงแน่นอน จึงรวมตัวกันได้บางส่วนเข้าแจ้งความ ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำสำเนาการแจ้งความไปร้องทุกข์กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ( ดี เอส ไอ) กระทรวงยุติธรรม ปรากฏว่าเรื่องเงียบหาย

ต่อมาเมื่อต้นเดือน ส.ค.57 ที่ผ่านมานี้ นางกรัณญาพร จันทร์ส่อง อายุ 56 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด พร้อมผู้เสียหายหลายราย เข้าร้องเรียนกับ พล.ต.นคร สุขประเสริฐ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.ร้อยเอ็ด (ผบ.กกล.รส.จว.ร้อยเอ็ด) ให้ทราบเหตุการณืที่เกิดขึ้นเพื่อขอความเป็นธรรม

ส่วนกกล.รส.จว.รอ. เร่งประสานกับ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินการสอบสวนทราบว่า นายวิโรจน์ ภู่หมื่นไวย์ มีตัวตนจริงและมีที่อยู่อยู่ใน จ.ขอนแก่น ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด เร่งขออนุญาตศาลจังหวัดร้อยเอ็ดออกหมายจับ นายวิโรจน์ นักธุรกิจ ที่อยู่ใน อ.เมืองขอนแก่น จากนั้นตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด นำหมายจับไปประสานกับตำรวจชุดสืบสวน บกช.ภ.4 สืบทราบว่า นายวิโรจน์ ไปดำเนินธุรกิจอยู่ที่ อ.นาแก จ.นครพนม

ดังนั้นตำรวจชุดสืบสวนของ บช.ภ.4 จึงประสานความร่วมมือตำรวจ สภ.นาแก ติดตามจับตัวนายวิโรจน์ ได้ในขณะอยู่ริมถนนเปรมพัฒนา บ้านจอมมณี หมู่ 4 ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม เมื่อตอนบ่ายวันที่ 3 ก.ย.นี้ พร้อมควบคุมตัว นำส่งมอบให้ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันมีผู้เสียหายเฉพาะใน จ.ร้อยเอ็ด จำนวนมากพากันมา สภ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อรอดูหน้านายวิโรจน์ ด้าน พ.ต.อ.กิตติรัตน์ น้อยโพนทอง ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินคดีกับนายวิโรจน์ เพื่อให้ชาวบ้านผู้เสียหายได้รับทราบ และ ชาวบ้านผู้เสียหายส่วนหนึ่ง ขออนุญาตเข้าดูตัวนายวิโรจน์ ขณะอยู่ในห้องขัง สภ.เมืองร้อยเอ็ด ผู้เสียหายขอให้นายวิโรจน์ ส่งเงินที่โกงไปคืนให้ เพราะหลายคนที่กู้เงินมา กำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย บางคนไม่มีเงินจะให้ลูกไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย บางคนกำลังประกาศขายที่ดินและบ้านเพื่อชำระหนี้

ส่วนนายวิโรจน์ กลับตอบผู้เสียหายส่องไปในทางเชิงภาคเสธว่า เงินที่ชาวบ้านจ่ายไปให้นั้น ไม่ได้รับ ดังนั้นควรไปแจ้งความจับคนที่มารับเอาเงินจากผู้เสียหายมาดำเนินคดี จะดีกว่า และขอให้พากันไปขอรับคืนจากคนที่รับเอาเงินไป ส่วนตนเองจะขอต่อสู้คดี

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผู้เสียหายจากหลายจังหวัดทราบข่าว ต่างพากันเดินทางมาดูตัวนายวิโรจน์ เพื่อไปแจ้งความในท้องที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฉ้อโกงน้ำองุ่นแดงร้อยเอ็ดต.ศรีสมเด็จกรมสอบสวนคดีพิเศษ( ดี เอส ไอ)ธุรกิจริชเวย์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้