Thairath Logo
กีฬา

ครั้งแรก! เปิดบ้านบุกห้องนอน ทอมหล่อบาดใจ 'ส้ม พัชรี' ผู้หญิงแมนเกิน100%

Share :

เจอหน้ากันปุ๊บ! สิ่งแรกที่คิดคือทำไม "เขา" ถึงแมนเกินผู้ชายขนาดนี้ คำนำหน้าในบัตรประชาชนใช่นางสาวจริงๆ หรือ? ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของ "ส้ม พัชรี อนันต์ทวีรัชต์" ถ้าเขาไม่พูดออกมาอาจจะไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ใช่ผู้ชายแท้ๆ...

"ไม่คิดจะไปตัดหรือเติมอะไร ไม่คิดที่จะข้ามเพศ ไม่คิดที่จะไม่มีประจำเดือน ไม่คิดที่จะต้องพูดครับ ส้มไม่คิดแบบนั้น"

เป็นสาวหล่ออีกหนึ่งคนที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นในโลกโซเชียลฯ อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ส้มคิวทองเป็นว่าเล่น เรียกได้ว่าออกสื่อแทบจะทุกรายการในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากบทสนทนาที่เป็นกันเองและน่ารักของเขาคนนี้แล้ว "ไทยรัฐออนไลน์" พิเศษกว่าที่ไหนๆ เพราะส้มเปิดบ้านให้เราเยือนเป็นที่แรก บุกถึงห้องนอน ทั้งยังไปเปิดหลังร้านทำคุกกี้ ที่มีชื่อแบรนด์น่ารักจำง่ายๆ คุกกี้มิยะ (Cookiemiya) และพาสาวๆ ไปฟินกันต่อที่ฟิตเนสใกล้บ้านส้มเล่นเป็นประจำ Suntower Privilege Fitness

นอนกับส้มไหมคะ
ผู้หญิงหรือผู้ชาย
ห้องนอนเรียบๆของส้ม

เปิดหัวใจ ดังเพราะอะไร...!

Q : ทำไมอยู่ๆ ถึงได้ดังขนาดนี้

ต้องบอกก่อนว่าส้มไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงดัง ส้มไม่เล่นโซเชียลเลย พอมาตอนหลังเริ่มมาเล่นไอจี เซตไพรเวทไอจีไว้ด้วยซ้ำ แต่เหมือนว่าเรามีพี่ๆ ที่เป็นเกย์ เป็นเฟรนด์ในไอจีเขาก็แคปเจอร์รูป ตั้งแต่สมัยยังไม่มี muscle (กล้ามเนื้อ) ยังเป็นแบบเล็กๆ อยู่ๆ เขาแคปเจอร์แล้วก็ไปลงทวิตเตอร์ก็มีการรีทวีตกันเยอะมากๆ มีการพูดถึงเราในทวีตเยอะมาก ทำให้เราไปดังในหมู่เกย์ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่รู้เลย 

หลังจากนั้นเราก็ไปเล่นเฟซบุ๊กเปิดประมาณ 3 วัน ยอดฟอลโล่วของเฟซบุ๊กไหลมาเป็นพันจนเพื่อนเต็ม ส้มก็เลยงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกเราก็ยังเฉยๆ แต่พอมีทีมงานรายการนู่นนี่นั่น ติดต่อมาเยอะแยะ ตอนนั้นเราก็คิดว่ามันต้องมีอะไรแล้วแหละ เพราะว่าเราก็ทำงานด้านนี้เราก็จะรู้เหมือนกัน

เราเป็น AR (ผู้จัดการศิลปิน) อยู่ภายใต้แกรมมี่ ดูศิลปินหลากหลาย หลักๆ ก็จะดูพี่ไอซ์ ศรัณยู เราก็ทำงานตรงนี้อยู่แล้วก็จะทราบว่าต้องมีอะไรแน่ๆ เลย มารู้อีกทีว่ามีพี่ๆ ที่เป็นเกย์ไปพูดถึงเรา แล้วก็รู้สึกว่ามีพี่ช่า เพจบันทึกของตุ๊ด เอารูปเราไปลงไอจี และบอกว่าอยากมี…กับเรา (หัวเราะ) หลังจากนั้นก็มีสื่อต่างๆ เอารูปเราไปลงเยอะเลยเป็นกระแสขึ้นมา

ฮึบบบบ !

Q : รู้สึกยังไงที่อยู่ๆ เราก็เป็นกระแส

งงมาก เราไม่ได้รู้สึกว่าเราจะดังขึ้นมาได้ในชั่วข้ามคืน เราไม่เตรียมตัวและไม่คิดว่าจะออกมาเป็นแบบนี้ ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไร เฉยๆ มากกว่า ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนขี้อายมาก ตอนแรกๆ มีคนมาขอสัมภาษณ์ออกรายการสดเราก็ไม่ไปเพราะเราไม่รู้ตอบอะไร ไม่รู้จะพูดอะไร เราขี้อายมาก แต่ตอนนี้เริ่มพูดเก่งขึ้นแล้ว เพราะออกหลายรายการ (หัวเราะ)

Q : อะไรที่ทำให้ส้มออกสื่อมากขึ้น

พี่ชายค่ะ พี่นุ่น เป็นพี่ชายแท้ๆ ของส้มเอง ตอนนี้ก็เป็นเหมือนผู้จัดการส่วนตัวของเราด้วย พี่ชายบอกเราว่า โอกาสมาแล้วนะส้ม แก่แล้วนะ 30 แล้วไปเหอะ แล้วก็ลงประกวดให้พี่ซักเวทีนึง เราก็เลยเริ่มที่จะไปสัมภาษณ์รายการต่างๆ และได้ไปลงประกวดเวที tom Actz นั่นคือจุดเริ่มต้น

Q : ประกวด tom Actz ตอนไหน ทำไมถึงต้องเวทีนี้

เพิ่งประกวดปีล่าสุดค่ะ สมัครไปประมาณเดือนกว่า สองเดือน ตอนนั้นจำได้ว่าไปวันสุดท้ายที่เขารับสมัครด้วยซ้ำ เขาจะปิดออฟฟิศแล้ว (หัวเราะ) ตอนนี้เราเพิ่งจะเข้ารอบ 25 คนสุดท้าย ต้องมีรอบต่อๆ ไป ที่เราเลือกประกวดเวทีนี้เพราะว่าตอนช่วงที่เรามีกระแสอยู่ พี่ชายก็ขอให้ลงประกวดสักเวที ซึ่งตอนนั้นก็มีแค่สองเวทีที่เปิด คือ Mr. @tom act กับอีกเวทีคือ AF แต่เราก็รู้สึกว่าเราร้องเพลงไม่ได้เลย เสียงเราเป็ดมาก เต้นก็ไม่ได้เลย ถ้าจะไปสมัคร AF คงไม่รอดแน่ๆ ด้วยเวลาที่ฉุกละหุกด้วยจะฝึกฝนก็ไม่ทัน แต่ tom Actz เราสามารถแสดงความสามารถอื่นๆ ได้ และยังพอมีเวลาเตรียมความพร้อมอยู่บ้าง

ทำคุกกี้กันเถอะ
อย่าลืมซื้อ 'คุกกี้มิยะ' กันนะคะ

Q :ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

งานของเราเลยคือทำ AR ให้แกรมมี่อยู่ หลายๆ คนอาจจะคิดว่าเราไม่ได้ทำแล้ว แต่จริงๆ ก็ยังทำอยู่ยังไปดูแลศิลปินเหมือนเดิม ยังรับงานนะคะ ติดต่อได้ผ่านแกรมมี่ (หัวเราะ) 

อีกหนึ่งอาชีพของส้มที่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึง นั่นก็คือ ทำคุกกี้ ตอนนั้นเหมือนมีช่วงว่างจากงาน AR ประมาณสามวัน เราก็คิดว่าจะทำอะไรดี เพราะเราคิดเราคงเป็น AR ไปจนแก่ไม่ได้ ตอนนี้ถึงเราจะไม่เบื่อยังโอเคกับงานนี้ที่เราทำมา 3-4 ปี แต่เราก็ต้องหาอย่างอื่นทำด้วย เผื่อมันจะเป็นอาชีพที่เราทำไปยันแก่ได้

ย้อนกลับไป พอว่างสามวันนั้นเราก็ลงเรียนทำขนม กำไรมันดี ซึ่งตอนที่เราไปเรียนเราคิดว่าคอร์สทำขนมทำไมแพงแบบนี้ เราก็พยายามตักตวงความรู้ให้ได้มาเยอะที่สุด เพื่อจะได้นำมาประยุกต์ให้เข้ากับตัวเอง เพราะเราก็ไม่ได้ชอบทั้งหมดที่เรียนมา ก็พยายามทำขนมให้ออกมาเป็นในแบบที่ตัวเองชอบที่สุด พอทำเสร็จก็เอาไปให้พี่ไอซ์ ศรัณยู ชิม พอพี่ไอซ์ชิมเขาก็น่ารักมาก เขาก็ไปเอารูปกัดคุกกี้ลงไอจี นั่นคือจุดเริ่มต้น ก็มีคนสั่งเข้ามาซึ่งเราก็ไม่มีหน้าร้าน พรีออเดอร์อย่างเดียว

Q :กระแสแรง คุกกี้ขายดีไหม

ตั้งแต่มีกระแส คุกกี้ขายดี ทำมาตลอดตอนนี้ทำได้ปีนึง เราก็ปล่อยให้เขาค่อยๆ โตขึ้น ตอนนี้เราก็มีหุ้นส่วนด้วยแล้วก็มีโปรโมชั่นน่าสนใจมาก ซึ่งเราเน้นที่ตัวแทนจำหน่าย ตอนนี้ในกรุงเทพฯ เรามีตัวแทนจำหน่ายประมาณ 60 ร้านแล้ว ตอนนี้พยายามจะขยายไปต่างจังหวัดอยู่ ซึ่งมีบ้างประมาณหนึ่ง แล้วเราก็จะมีโปรโมชั่นแจกตั๋วเครื่องบิน แจกทอง ใต้คุกกี้มันจะมีสติกเกอร์สะสมสิ่งมหัศจรรย์ 10 อย่าง ถ้าสะสมครบตามเงื่อนไขก็นำมาแลกของได้ เป็นพวกไมโครเวฟอะไรแบบนี้ซึ่งก็มีคนได้ไปแล้วด้วย พอมีคนมาร่วมหุ้นด้วยธุรกิจเล็กๆ ของเราก็เริ่มที่จะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

ส้มทำขนมเป็นค่ะ

Q : รู้ว่าตัวเองอยากเป็นผู้ชายตอนไหน

ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองอยากเป็นผู้ชาย แต่รู้สึกว่าตัวเองเป็นธรรมชาติแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ เลย เพราะว่าตัวเองโตมากับพี่ชาย ไลฟ์สไตล์ทุกอย่างเป็นแบบผู้ชายหมด แต่เรายังไม่แข็งกร้าว ยังพูดคะ ขา พูดจายังเป็นผู้หญิงอยู่

Q : ที่บ้านว่ายังไงที่เราเป็นแบบนี้

พ่อเสียไปนานแล้ว ตอนนี้เรามีแค่แม่กับพี่ชาย ซึ่งเขาก็ไม่เคยว่าอะไรเลยค่ะ เพราะเราไม่ได้ก้าวร้าวใคร ตอนเด็กๆ เราก็จะนิ่งๆ เงียบๆ เรียนสตรีวิทย์ ก็ตัดผมติ่งหู ก็เป็นเด็กเรียบร้อยคนหนึ่งเลย

มุมนี้ก็เท่

Q : ถามตรงๆ แปลงเพศไหม ตัดเพิ่มส่วนไหนบ้าง

ไม่ได้แปลงค่ะ เป็นธรรมชาติทุกอย่าง (หัวเราะ) เราภูมิใจกับความเป็นธรรมชาติของเรา เราชอบที่จะพูดคะ ขาเราก็พูด แต่จิตใจเราเป็นผู้ชายโดยที่ไม่ต้องพยายามจะเป็นผู้ชาย ไม่เคยคิดแข่งกับผู้ชายเลยหรือว่าพยายามจะเหมือนผู้ชาย ไม่คิดว่าเรามีดีกว่าผู้ชาย

จะบอกว่ามีผู้ชายบางกลุ่มที่หมั่นไส้ทอม หมั่นไส้เรา แต่ตรงนี้ก็ไปว่าเขาไม่ได้เพราะบางสิ่งที่เขาไปเจอมามันอาจจะทำให้เขาไม่ชอบ ส่วนตัวส้มไม่ได้มีปัญหากับผู้ชาย ส้มมีเพื่อนผู้ชายหมดเลยเยอะกว่าเพื่อนผู้หญิงอีก

Q : หล่อแบบนี้หลายๆ คนบอกว่าทำศัลยกรรมมา?

ไม่ได้ทำเลยค่ะ ทุกอย่างธรรมชาติหมด ไม่คิดจะทำศัลยกรรมเลย เป็นคนกลัวเจ็บ กลัวด้วยว่าพอทำไปแล้วจะไม่ดี เพราะศัลยกรรมถ้าทำดีก็ดีเลย ถ้าไม่ดีนี่ก็จบเหมือนกัน แต่เราก็ไม่ได้แอนตี้ศัลยกรรม ถ้าสมมติมีแฟนแล้วแฟนอยากทำเราก็โอเคผู้หญิงมีความสุขถ้าส่องกระจกแล้วคิดว่าตัวเองดูสวยก็ทำเถอะ

ดูกล้ามสิ
กล้ามเป็นมัดๆ

Q : มีคนไม่ชอบเราบ้างไหม

ส้มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีคนแอนตี้เราไหม มีคนไม่ชอบเรารึเปล่า เพราะส้มไม่ค่อยได้ออกไปไหน แต่ถึงจะมีคนไม่ชอบ เราก็จะไม่ค่อยมองตรงนั้น มองข้ามมันไป แต่จะมีคอมเมนต์มาบ้างหลังจากเราไปออกรายการต่างๆ แต่เราก็มองว่ามันน่ารัก ไม่ได้ติดใจอะไร จริงๆ มีคนมาคอมเมนต์เราก็ไม่แปลกเท่าไหร่ เพราะตัวเราแปลกด้วย (หัวเราะ)

Q : ส้มมองว่าตัวเองแปลก ? 

คิดว่าตัวเองแปลกค่ะ จะมีผู้หญิงที่ไหนมีกล้าม เราก็ไม่อะไรถ้ามีคนเขาตกใจ

Q :กินฮอร์โมนเพศชายไหม ทำไมเราถึงได้ดูแมนเกินชายแบบนี้

ไม่ได้กินอะไรเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตัวฮอร์โมนหรือโปรตีน เราไม่ได้กินเลยเราแลกความแมนมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา แลกมาด้วยความอดทน และก็ต้องมีมานะมาก หนึ่งเลยคือการกิน การกินสำคัญมาก สองการพักผ่อน และก็การเล่นเวทเทรนนิ่ง และคาดิโอร่วมด้วย ซึ่งก็หนักมากทั้งสองอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทั้งเวทและคาดิโอ แต่เราก็ไม่ชอบที่เราจะดูอ้อนแอ้น

กล้ามเน้นๆ

Q : ทำยังไง หุ่นเราถึงได้มีกล้ามมากกว่าผู้ชายซะอีก

จริงๆ เล่นเวทแบบเฮลท์ตี้มา 5 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้บิ้วบอดี้ บิ้วบอดี้คือการดึงกล้ามเนื้อให้มันชัดขึ้น แต่ว่าพอเล่นก็จะมีแค่ลายกล้ามเนื้อ แต่พอมาลงประกวดทอมแอคก็คิดว่าหน้าตาก็สู้เขาไม่ได้ ส่วนสูงก็แพ้อีก เดี๋ยวนี้ยิ่งมีสาวหล่ออยู่เยอะมาก เต้นก็แย่ เสียงก็เป็ด ก็เลยพยายามจะบิ้วบอดี้ขึ้นมา เล่นพวกพีระมิดขึ้น พยายามอัดเวท

สมมติถ้าปกติกินสามมื้อ ตอนนี้ก็ต้องทานทั้งหมดหกมื้อ โชคดีที่เราเป็นคนตื่นเช้าด้วยก็จะมีเวลาเตรียมอาหาร เน้นพวกอกไก่ ไข่ขาว งาดำ ผักก็ต้องกินของโครงการหลวงเท่านั้นปลอดสารพิษด้วย ก็จะเป็นอย่างนี้ตลอด พอเราเล่นหนัก ทานถึง นอนเยอะ มันก็จะเป็นกล้ามเนื้อชัดเจน แต่ว่าช่วงหลังๆ ก็จะมีพักผ่อนน้อยบ้างกล้ามเราก็เอาจจะเล็กลงไปบ้าง

เล่นฟิตเนสหกวันต่อหนึ่งอาทิตย์ วันละไม่เกิน 2 ชั่วโมง หน้าอกเราไม่ได้รัดสเตย์แบบที่สาวหล่อหลายๆ คนทำกัน เป็นก้อนเนื้อล้วนๆ จับดูได้ค่ะ (ส้มเอามือเราไปแตะ) แต่ถามว่าถ้าไม่เล่นเวทหรือฟิตกล้ามเนื้อจะเป็นแบบไหน มันก็จะอ่อนตัวลง มันก็จะนิ่มกลับมาเป็นเต้าหน้าอกแบบผู้หญิงเหมือนเดิม

เทรนเนอร์ช่วยฝึก
กล้ามจงมาๆ

Q : อะไรคือเสน่ห์ในตัวส้มที่ทำให้คนชอบ

ส้มเชื่อว่าหน้าตาส้มสู้ใครไม่ได้หรอก แต่เราเอาความจริงใจออกมาให้ทุกคนได้สัมผัสมัน ถ้าคนได้คุยกับส้มก็จะรู้ว่าส้มเป็นส้มเป็นธรรมชาิตของส้ม เรื่องหน้าตา ฐานะ การศึกษาอาจจะสู้ใครไม่ได้ แต่ว่าความเป็นธรรมชาติและความจริงใจของเราทำให้ทุกคนน่ารักกับเราด้วย

Q : หัวใจเป็นยังไง เจ้าชู้รึเปล่า

ส้มไม่เจ้าชู้ค่ะ (หัวเราะ) อย่างที่บอกเราเป็นคนขี้อาย ตอนเด็กๆ เราไม่มีแฟนเลยเพราะเป็นคนเรียบร้อยมาก ไม่ค่อยกล้า ในชีวิตเคยมีแฟนแค่สองคนตอนเรียนมหา'ลัย ปี 1 ส่วนตอนนี้ไม่มีใครเลย โสดสนิท ถามว่าชอบผู้หญิงแบบไหน เราชอบสาวผิวคล้ำ สีแทน ชอบคนสวยคม ขาวหมวยเราไม่ชอบ (หัวเราะ)

ฟิตๆ
สู้เพื่อกล้าม

Q : คิดยังไงที่เขาว่า ทอมหึงแรง รักแรง จริงไหม

จะบอกว่ามันก็ไม่แปลกนะ เพราะบางทีภาพที่เขาเห็นจากสื่อที่ออกไป เขาก็เห็นว่ามีแบบนี้จริงๆ แต่เท่าที่เราเจอะนะ มีพี่ๆ น้องๆ ที่เป็นทอมหรือเพศที่ 3 อีกหลายคนที่สร้างสรรค์งานในวงการเราหรือในสังคม บางคนเก่งระดับไปต่างประเทศไปดังที่นู่นด้วยซ้ำ ส้มว่าไม่เกี่ยวนะว่าเป็นเพศอะไร มันอยู่ที่ว่าเขาคิดยังไง เขาทำอะไรให้ใครเดือดร้อนไหม เขาทำร้ายใครหรือเปล่าก็ไม่นะ มันอยู่ที่มุมมองทัศนคติ การเลือกที่จะเป็นมากกว่า แน่นอนแหละว่าอาจจะเห็น 10 อาจจะมี 1 ที่เป็นจุดดำ แต่ถ้าคนเรามองภาพรวมทั้งหมดมันไม่ได้ดำไปทั้งหมด เรามองอย่างนั้น

Q : ความฝันวัยเด็กของเด็กหญิงพัชรี 

เราเป็นคนเรียบง่ายมาก คิดแค่ว่าโตมาเรามาทำงานอยู่กับที่ ไม่ได้คิดว่าเราจะเป็นนู่นนี่ ไม่ได้คิดจะมาเป็น AR ตอนเลือกคณะเข้ามหา'ลัย ตอนนั้นรู้สึกว่าเราไม่เก่งอิ๊ง ไม่เก่งคณิต ไม่รู้จะเรียนอะไรดี จะไปทางไหนดี สรุปก็มาเรียนที่นิเทศฯ

ส้มบอกชิลๆ
หนึ่ง สอง สาม!!

Q :สมัยเรียนเป็นยังไง

ตอนเรียนเป็นนักกีฬา คือพอเป็นนักกีฬาทุกอย่างจะเป็นตารางหมดเลย ชีวิตมหา'ลัยก็จะไม่ได้เป็นโมเมนต์ที่มีเพื่อนเยอะมาก เพราะตอนนั้นเราจะเน้นเรื่องกีฬาและเรื่องเรียนมากกว่า พอจบมาปุ๊บก็ไม่ได้อยากทำงานทางด้านนิเทศฯเลย ไม่ได้อยากเป็น AR แต่ก็มีพี่ชายนี่แหละที่เป็นคนผลักดัน เพราะเขาทำ AR อยู่แล้ว ตอนพี่ทำอยู่เราก็จะไม่ค่อยได้เจอกันเพราะเขาต้องคอยติดตามศิลปินซึ่งต้องออกต่างจังหวัด ไปนู่นไปนี่บ่อยๆ ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน เขาก็เลยชวนเราไปทำด้วยกันเพื่อจะได้ทำงานและวงจรจะได้มาเจอกัน มันก็เหมือนแค่ได้เจอกันก็อุ่นใจแล้ว ตอนนั้นพี่ชายก็พยายามจะหลอกล่อเราไปทำงานทุกอย่าง(หัวเราะ) เราก็จะไม่ๆ ไม่ทำ ไม่ชอบ แต่เขาก็หลอกล่อเราไปได้ ซึ่งเราเป็นคนที่ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบอะไรก็แล้วแต่ ถ้าหันไปทำแล้วก็จะจริงจัง ก็ลองทำ ทำมาตลอด

Q : มีอะไรที่เราอยากทำอีกไหม

เรามีความสุขกับทุกวันนี้ มีความสุขกับการทำงาน มีความสุขกับการทำคุกกี้ พยายามจะทำให้เป็นอาชีพที่ทำไปได้จนแก่ เหมือนกับถ้าเรากลับบ้านมาแล้วรู้ว่าถ้าคุกกี้ขายดีมันหายเหนื่อย มันชื่นใจ แฮปปี้

Q : วันว่างทำอะไร 

พูดถึงช่วงนี้ถ้าวันว่างปุ๊บก็จะซ้อมร้องเพลง เรียนร้องเพลง(ร้องให้ฟัง) เพราะช่วงนี้มีงานโชว์ติดต่อมา ร้องไม่ได้เดี๋ยวเงินน้อย(หัวเราะ)

หล่อเกินชาย
แบบเผลอๆ

Q : มีคนติดต่อให้ไปอยู่เบื้องหน้าบ้างไหม เล่นละคร ร้องเพลง

มีค่ะ ติดต่อเล่นละครบ้าง ต้องดูรายละเอียดงานก่อน เราก็จะให้พี่ชายเป็นคนรับและสกรีนงานทุกอย่างเอง เราก็รับทำหมดค่ะ เพราะเมื่อมีโอกาสเราก็ต้องรับมันไว้ก่อน และจะตั้งใจทำมันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

Q : มีหลายคนมองเราเป็นไอดอลเราคิดยังไง

ส้มรู้สึกดีนะ ถ้าเราเป็นไอดอลในทางที่ดีให้กับคนอื่นได้ มีน้องคนหนึ่งบอกเราว่าแม่ของเขาป่วยมาก กินข้าวไม่ได้ เจ็บคอ น้องเขาอยากให้แม่ทานผักแต่แม่ไม่ทาน เขาก็เลยเอาวิธีที่เราเคยปั่นผักลงในไอจีไปทำให้คุณแม่เพื่อแม่จะได้กินได้ง่ายๆ อาการแม่เขาก็ดีขึ้น ส้มรู้สึกดีที่ได้แชร์เรื่องราวต่างๆ ของตัวเองลงไอจีแต่ก็เป็นประโยชน์ให้กับคนอื่นได้ คือเราก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย แต่ก็พยายามดูแลตัวเองให้ได้ เรารู้สึกว่าถ้าเรื่องของเราเป็นแบบอย่างให้เขาได้แล้วทำให้เขามีความสุขเราก็รู้สึกดีไปด้วย

Q : ฝากถึงคนที่เป็นแบบเรา หรือเพศอื่นๆ ที่อาจจะกำลังสับสนในตัวเอง

ส้มจะบอกว่าเป็นอะไรไม่สำคัญหรอก บางทีคนเราให้นิยามคำจำกัดเพศที่ 2 ที่ 3 อย่างกับตัวเราจะเรียกเราว่าทอม สาวหล่อ สาวห้าว อะไรก็แล้วแต่ เราก็มองแค่ว่าเป็นแค่คำจำกัดความ นอกเหนือจากนั้นคือ ทัศนคติ ความคิด การเป็นธรรมชาติ อะไรก็ได้ที่คุณไม่ทำร้ายใครไม่เลือกไปในทางที่ไม่ดีเป็นลูกที่ดีรู้จักทำงาน ดูแลพ่อแม่ แค่นี้ก็โอเคแล้วแหละ คนเราคงไม่มีอะไรไปมากกว่านี้แล้ว

หน้าตามุ่งมั่น
เห็นหน้าแล้วสาวๆใจละลาย

Q : คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วหรือยัง

เราก็ยังไม่รู้ว่าเราประสบความสำเร็จกับชีวิตหรือยัง แต่เรามีความสุขกับทุกวัน แต่ถ้าจะแฮปปี้ที่สุดคือคุกกี้ของเราประสบความสำเร็จ ยอดขายดี และเราก็จะทำมันให้ดีกับทุกๆ เรื่องในชีวิต และเราก็มองว่าทุกวันนี้ไหวที่จะทำงานแค่ไหน และเราก็พยายามจะทำเรื่องที่อยู่ตรงหน้าเราให้มันดีที่สุดก่อนในแต่ละวัน เพราะถ้าเราตั้งใจกับทุกวัน อย่างน้อยเราก็รู้สึกว่าเราทำดีแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ในชีวิตของเรา

"ทำทุกวันให้ดีที่สุด บางทีคนเราคิดไปไกลจนกดดันตัวเราเอง ทำให้ลืมว่าในวันนี้เราต้องทำอะไรให้ดี ตอนเด็กๆ เคยเครียดกับการที่คิดไกลๆ แต่มีผู้ใหญ่คนหนึ่งเคยบอกเราไว้ว่าทำวันนี้ให้ดี พรุ่งนี้ มะรืนนี้จะไม่ดีได้ยังไง พยายามมองอะไรรวมๆ อย่ามองอะไรแค่จุดๆเดียว อย่าตีกรอบความคิดของเรา แค่นี่ชีวิตก็จะประสบความสำเร็จ มีความสุขแล้ว"

แข็งแรงเกินชาย
ส้มไหวๆ

**ล้อมกรอบ**

ส้มเกิด 20 ตุลาคม 2527 อายุ 30 สูง 167 หนัก 56 เรียนจบ คณะนิเทศศาสตร์  สาขาวิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ม.รังสิต

อ่านเพิ่มเติม...
ส้ม พัชรีพัชรี อนันต์ทวีรัชต์ทอมหล่อส้ม พัชรี เน็ตไอดอลเน็ตไอดอลทอมหล่อเกินชายเปิดบ้านทอม ส้ม พัชรีข่าวไลฟ์สไตล์ไทยรัฐไทยรัฐออนไลน์