Thairath Logo
กีฬา

ออกหมายจับอดีตตร. ยัดยา-กลั่นแกล้ง เบี้ยวฟังคำพิพากษา (ชมคลิป)

Share :

ศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับ อดีตชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์สืบสวนสอบสวน ภาค 5 เบี้ยวไม่มีฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดียัดยาบ้า กลั่นแกล้ง เจ้าหน้าที่เรือนจำลำพูน 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ย.57 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 6 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ผู้พิพกาษาได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีแดงที่ 177/2552 หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษา จำคุก ส.ต.อ.มนูญ เจริญมิตรสกุล อายุ 42 ปี อดีต ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์สืบสวนสอบสวน ภาค 5 ในความวามผิด 4 ข้อหา คือ จำหน่ายยาเสพติดให้โทษ กลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา แจ้งความเท็จ และมีปืนเถื่อนไว้ในครอบครอง จึงตัดสินให้จำคุก 24 ปี ปรับเป็นเงิน 1,200,000 บาท แต่เนื่องจาก ส.ต.อ.มนูญ ให้การเป็นประโยชน์กับคดี จึงลงโทษให้เหลือจำคุก 16 ปี ปรับเงิน 800,000 บาท โดยอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 หลังจากนั้น ส.ต.อ.มนูญ ได้ให้นายประกันยื่นหลักทรัพย์ ขอประกันตัวออกไป พร้อมกับยื่นฎีกา

ในวันนี้ศาลฎีกาได้มีการนัดอ่านคำพิพากษา โดยนายจิรพันธ์ ภาวะสุทธิ อายุ 62 ปี อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานอบรมและฝึกวิชาชีพ 7 เรือนจำ จ.ลำพูน คู่กรณีพร้อมกับญาติจำนวนหนึ่งได้มารอฟังคำพิพากษาด้วย แต่ปรากฏว่า ทาง ส.ต.อ.มนูญ เจริญมิตรสกุล ไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลได้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาออกไปในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 พร้อมกับสั่งปรับนายประกันเป็นเงิน 6 แสนบาท และ ออกหมายจับ ส.ต.อ.มนูญ เจริญมิตรสกุล อีกด้วย

สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากช่วงค่ำ วันที่ 26 ธ.ค.2548 ตำรวจชุด ปปส.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เข้าตรวจค้นรถปิกอัพอีซูซุสีแดงทะเบียน ป-6774 ลำพูน ซึ่งเป็นรถของนายจิรพันธ์ ภาวะสุทธิ เจ้าหน้าที่บริหารงานอบรมและฝึกวิชาชีพ 7 เรือนจำ จ.ลำพูน ซึ่งขณะเกิดเหตุยังรับราชการ ได้ขับมาจอดบริเวณลานจอดรถงานแสดงสินค้าราชทัณฑ์ในตลาดคำเที่ยง ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ และตำรวจได้ตรวจพบยาบ้า จำนวน 176 เม็ด ซ่อนในบริเวณฝาครอบล้อรถยนต์ด้านหลังซ้าย จึงยึดเป็นของกลางพร้อมกับจับกุม นายจิรพันธ์ ภาวะสุทธิ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดี

ต่อมาทางผู้ถูกกล่าวหาได้ร้องขอความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาว่าถูกกลั่นแกล้งจากคนกลุ่มหนึ่ง และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ประสานมายัง ผบช.ภาค 5 ในขณะนั้นทำการตรวจสอบคดีโดยละเอียด เพราะสงสัยว่า นายจิรพันธ์ จะถูกกลั่นแกล้งประกอบกับตรวจพบว่าคดีมีพิรุธ จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีพบว่า นายจิรพันธ์ ถูกกลั่นแกล้งจริง และมีหลักฐานยืนยันว่า ส.ต.อ.มนูญ เจริญมิตรสกุล อายุ 35 ปี (ในขณะนั้น) ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์สืบสวนสอบสวน ภาค 5 เป็นคนนำยาบ้ามายัดในฝาครอบล้อรถยนต์ของ นายจิรพันธ์ และโทรศัพท์แจ้งตำรวจชุด ปปส.มาจับกุม โดยปมสาเหตุมาจากการขัดแย้งเรื่องงานในตำแหน่งหน้าที่ของนายจิรพันธ์

ต่อมาทาง ผบช.ภาค 5 ได้ให้พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ส.ต.อ.มนูญ ดำเนินคดีข้อหา มียาเสพติดให้โทษไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดทางอาญาแก่พนักงานสอบสวน อาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย การแจ้งความดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งบุคคลใดต้องรับโทษ หรือรับโทษหนักขึ้น ทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาเชื่อว่า ได้มีความผิดอาญาอย่างใดเกิดขึ้น และสั่งให้ออกจากราชการ

ต่อมากระบวนการเข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้น ปรากฏว่าศาลชั้นต้นยกฟ้องและสั่งปล่อยตัวจำเลย อัยการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเห็นต่างศาลชั้นต้นคือตัดสินให้จำคุก 24 ปี ปรับเป็นเงิน 1,200,000 บาท แต่เนื่องจาก ส.ต.อ.มนูญ ให้การเป็นประโยชน์กับคดี จึงลงโทษให้เหลือจำคุก 16 ปี ปรับเงิน 800,000 บาท จำเลยได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวพร้อมกับยื่นฎีกาจนศาลฎีกามีคำพิพากษาในวันนี้ แต่จำเลยเบี้ยวนัดจึงถูกศาลออกหมายจับและสั่งปรับนายประกันเป็นเงิน 6 แสนบาท

ด้าน นายจิรพันธ์ ภาวะสุทธิ อายุ 62 ปี อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานอบรมและฝึกวิชาชีพ 7 เรือนจำ จ.ลำพูน คู่กรณีที่พร้อมกับญาติจำนวนหนึ่งได้มารอฟังคำพิพากษา กล่าวว่า พอใจที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลย ซึ่งวันนี้จำเลยไม่มาศาล ท่านก็ออกหมายจับ ส่วนเรื่องที่ผ่านมานั้นทั้งผู้บงการอยู่เบื้องหลัง และจำเลย ก็ไม่ติดใจโดยปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนยุติธรรมและกฎแห่งกรรมก็จะไม่อาฆาตอะไรอีกแล้ว พร้อมกับกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวนี้ให้สังคมได้รับทราบความจริงที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาร่วม 9 ปี

อ่านเพิ่มเติม...