Thairath Logo
กีฬา

ไทยชูโมเดล 'เมืองที่เป็นมิตรกับเด็ก'

Share :

พม.จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำรูปแบบเมืองที่เป็นมิตรต่อเด็ก ที่มีความปลอดภัย มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และสามารถเดินบนถนนได้อย่างปลอดภัย ตลอดจนมีพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกันได้...
 
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 57 นางระรินทิพย์ ศิโรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อจัดทำรูปแบบเมืองที่เป็นมิตรต่อเด็ก เพื่อร่วมกันระดมความคิด หารูปแบบการสร้างเมืองที่เป็นมิตรสำหรับเด็กที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยศึกษาจากแนวคิดขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ และศึกษาจากต้นแบบ "เมืองที่เป็นมิตรต่อเด็ก" ที่ประสบความสำเร็จทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และผู้แทนสภาเด็กและเยาวชน ที่โรงแรมฮิป ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ  

ไทยชูโมเดล 'เมืองที่เป็นมิตรกับเด็ก'

โดยนางระรินทิพย์ กล่าวว่า การสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับเด็กนั้น เป็นหนึ่งในกลไกตามแนวคิดสำคัญของกรอบอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child-CRC) ซึ่งไทยเข้าร่วมเป็นภาคีของอนุสัญญาและได้นำมาเป็นกรอบในการทำงาน เพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเด็ก นอกจากอนุสัญญาแล้ว ประเทศไทยยังรับรองปฏิญญานิวเดลี ว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างประเทศฝ่ายใต้-ด้านสิทธิเด็กในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (The New Delhi Declaration on South – South Cooperation for Child Rights in Asia and the Pacific) ซึ่งมีสาระสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็ก ทั้งระดับประเทศและระดับระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก หนึ่งในข้อเสนอแนะสำคัญคือ ด้านการพัฒนาเมืองเพื่อสิทธิเด็ก

ทั้งนี้ แนวคิดเรื่องการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับเด็ก ถือเป็นประเด็นสำคัญเร่งด่วน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมหารือ ถึงแนวทางการสร้างรูปแบบที่เหมาะสม โดยใช้เด็กเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเมืองเป็นสำคัญ ตามความเห็นขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ เมืองที่เป็นมิตรต่อเด็กมีลักษณะที่สำคัญ คือ ต้องเป็นเมืองที่เด็กมีสิทธิแสดงความคิดเห็นและออกเสียงในประเด็นเกี่ยวกับเมืองที่เด็กต้องการ เด็กมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในครอบครัว ชุมชนและสังคม สิทธิได้รับบริการพื้นฐานที่มีคุณภาพ เช่น บริการสุขภาพ การศึกษา ที่อยู่อาศัย ดื่มน้ำสะอาด และมีสุขอนามัยที่เหมาะสม ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการถูกใช้ประโยชน์ ความรุนแรงและการถูกทำร้าย เด็กที่อาศัยในเมืองที่เป็นมิตรต่อเด็ก ต้องสามารถเดินบนถนนได้อย่างปลอดภัย มีพื้นที่สร้างสรรค์ที่สามารถรวมกลุ่มทำกิจกรรมและเล่นสนุกกับเพื่อนได้อย่างมีความสุข

ไทยชูโมเดล 'เมืองที่เป็นมิตรกับเด็ก'

นอกจากนี้ เมืองยังควรมีพื้นที่สีเขียว เพื่อให้เด็กอยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีมลพิษ สามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรมและสังคม เข้าถึงบริการทางสังคมโดยไม่ถูกกีดกันในเชิงชาติพันธุ์ ศาสนา รายได้ เพศ หรืออื่นๆ สำหรับในประเทศไทยก็มีหลายเมือง ที่มีความพยายามดำเนินการสร้างเมืองให้เป็นมิตรต่อเด็ก ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลายๆ เมืองให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ และพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก เช่น กรุงเทพฯ มีพิพิธภัณฑ์เด็ก เทศบาลนครยะลา มีศูนย์การเรียนรู้ TK Park เป็นต้น

นางระรินทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมฯในครั้งนี้ จะสามารถนำเสนอรูปแบบเมืองที่เป็นมิตรสำหรับเด็ก เพื่อสามารถจัดทำแผนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถร่วมกันสร้างเมืองที่เป็นมิตรสำหรับเด็กอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในการเรียนรู้ อยู่อาศัยและพัฒนาอนาคตของชาติให้เติบโตอย่างมีคุณภาพต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...