วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สธ.สั่งสำรองเซรุ่มแก้พิษงู 7 ชนิดช่วงน้ำท่วม

สธ.สั่งสำรองเซรุ่มแก้พิษงู 7 ชนิดช่วงน้ำท่วม

  • Share:

สธ.เตือนงูพิษหนีน้ำท่วม สั่งโรงพยาบาลในสังกัดสำรองเซรุ่มแก้พิษงู 7 ชนิด พร้อมแนะหากถูกงูกัดให้อยู่นิ่ง และรีบส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ห้ามกรีดแผล ดูดพิษ ขันชะเนาะเด็ดขาด...

นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงฝนตกหนัก มีน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง หลายพื้นที่ ได้กำชับให้สถานบริการในสังกัดทุกแห่ง เตรียมความพร้อมป้องกันสถานบริการไม่ให้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและอาสาสมัครสาธารณสุข ติดตามดูแลสุขภาพผู้ที่ต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ป่วยจิตเวชอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ จนถึงวันนี้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกปฏิบัติการแล้ว 23 ครั้ง มีผู้รับบริการ 3,026 ราย ส่วนใหญ่เป็นการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปวดเมื่อย น้ำกัดเท้า เป็นต้น 

สธ.สั่งสำรองเซรุ่มแก้พิษงู 7 ชนิดช่วงน้ำท่วม

นายแพทย์ณรงค์ กล่าวต่อว่า ในช่วงที่มีน้ำท่วม ประชาชนอาจได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษที่หนีน้ำมาอยู่ในบ้านเรือนได้ โดยเฉพาะงูพิษ หากถูกกัดอาจทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากในแต่ละปีจะมีผู้ถูกงูกัดประมาณ 7,000-8,000 ราย ซึ่งร้อยละ 50 ถูกกัดในช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม ได้ให้โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนในสังกัด สำรองเซรุ่มแก้พิษงู 7 ชนิด ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา งูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้ พร้อมให้การดูแลรักษาประชาชนทันที รวมทั้งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการป้องกัน สัตว์มีพิษและงูกัด และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล เพื่อป้องกันการเสียชีวิต

ทางด้าน นายแพทย์อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร ผู้อำนวยการสำนักการสาธารณสุขฉุกเฉิน กล่าวว่า หากประชาชนถูกงูกัด ขอให้ตั้งสติ อย่าตกใจเกินไป ให้สังเกตรอยแผลที่ถูกกัด หากเป็นงูพิษ ลักษณะรอยแผลเขี้ยวงู จะมีขนาดเล็กคล้ายถูกเข็มตำ โดยปกติจะมี 2 รอยอยู่คู่กัน แต่บางครั้งอาจจะเห็นเพียงรอยเดียวหากถูกกัดที่ปลายมือหรือปลายเท้า ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ที่ถูกงูกัด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ไม่กรีดแผล ดูดแผล ใช้ไฟหรือไฟฟ้าจี้แผล โปะน้ำแข็ง พอกสมุนไพร ดื่มเหล้า กินยาแก้ปวดที่มีแอสไพริน เนื่องจากจะทำให้เพิ่มการติดเชื้อ ทำให้เนื้อตาย และไม่ได้ช่วยรักษาผู้ป่วย ขอให้โทรแจ้งหน่วยแพทย์กู้ชีพทางหมายเลข 1669 หรือให้รีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที โดยพยายามเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวัยวะที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด เพื่อชะลอพิษงูซึมเข้าสู่ร่างกายช้าลง รวมทั้งไม่ขันชะเนาะ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดไปเลี้ยง เกิดเป็นเนื้อตายได้ และหากเป็นไปได้ควรนำซากงูที่กัดไปให้แพทย์ดูด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้