Thairath Logo
กีฬา

ประชามติปลดนายกฯ

โดย ลมกรด
4 ก.ย. 2557 05:01 น.
Share :

การปฏิรูปประเทศได้รับกระแสตอบรับอย่างดี มีการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ถึงกว่า 6 พันคน ยอดทะลุเป้า ยิ่งช่วงโค้งสุดท้ายคนเด่นคนดังแห่กันมาเพียบ

รายชื่อเหล่านี้จะถูกส่งไปให้คณะกรรมการสรรหาแต่ละจังหวัด และคณะกรรมการสรรหา 11 ด้านพิจารณา ซึ่งวันนี้มีการประชุมคณะกรรมการสรรหา 11 ด้านเพื่อเลือกประธานแต่ละชุด และวางกรอบการทำงาน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ไปมอบแนวทางการปฏิบัติงาน

เมื่อคณะกรรมการสรรหาคัดเลือกรายชื่อรอบแรกแล้ว จะส่งให้ คสช.ร่อนตะแกรงอีกทีให้เหลือเพียง 250 คน สำหรับคนอกหักไม่ผ่านการคัดเลือก หวังว่าคงไม่น้อยใจหันหลังให้กับการปฏิรูปประเทศ แม้ไม่ได้เก้าอี้ยังสามารถเสนอแนะความเห็นหรือสะท้อนปัญหาต่างๆไปถึง สปช.ได้ เดี๋ยวนี้สื่อมีหลากหลายชนิด และผมก็จะพยายามนำข้อเสนอที่เป็นประโยชน์มาถ่ายทอดอีกทางหนึ่ง

อย่างวันนี้ขอนำไอเดียของ คุณโอกาส เตพละกุล อดีตประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง “การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแบบประเทศไทย” ซึ่งเป็นรายงานส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย รุ่น 2 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมาเล่าให้ฟัง โดยตัดตอนมาส่วนหนึ่ง เอาเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบการทำหน้าที่และการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี

เริ่มจากที่มาของนายกฯ ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งประเทศ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และเป็นได้แค่ 2 วาระเท่านั้น

สำหรับหน้าที่ของนายกฯมี 4 ข้อหลัก 1.บริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ปราศจากการคอร์รัปชัน 2.บริหารราชการอย่างมีหลักนิติธรรม

หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักความมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า 3.นโยบายต่างๆที่ออกมาต้องโปร่งใส โดยชี้แจงงบประมาณต่อสาธารณะว่าจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ ผลดีผลเสียอย่างไร ถ้าเกิดผลเสียมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ให้รับผิดชอบเป็นการส่วนตัว เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการทำงาน 4.กรณีบริหารผิดพลาดทำให้ประเทศชาติเสียหาย นายกฯต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญา

ขณะเดียวกันมีการเพิ่มช่องทางใหม่ในการตรวจสอบนายกฯ โดยการจัดทำประชามติเพื่อให้นายกฯพ้นจากตำแหน่ง ถ้าประชาชนลงคะแนนไม่ไว้วางใจมากกว่า นายกฯจะหลุดจากตำแหน่งทันที

ประตูสู่การจัดทำประชามติมี 2 ช่องทาง ช่องทางแรก กรณีที่เห็นว่านายกฯทำผิด “หน้าที่” ให้สิทธิประชาชนเข้าชื่อกันเพื่อเสนอให้มีการลงประชามติปลดนายกฯ

ช่องทางที่สอง กรณีที่มีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้ ส.ส.มีหน้าที่เพียงอภิปรายในสภาเท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิโหวต ไม่ว่าฝ่ายค้านจะมีหลักฐานเด็ดมาสาวไส้ประจานได้ชัดเจนขนาดไหน ไม่ว่านายกฯจะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้กระจ่างหรือไม่ หลังอภิปรายจบแล้วให้ประชาชนลงประชามติ

แม้ต้องเสียงบประมาณในการจัดทำประชามติครั้งละ 2 พันล้านบาท แต่คุ้มค่าครับ ทำให้อำนาจอยู่ในมือประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ให้ ส.ส.โหวตกันเอง นายกฯคุมเสียงข้างมากในสภา โหวตยังไงก็ไม่มีวันแพ้ อย่างแย่ที่สุดก็ชิงยุบสภาหนี ที่สำคัญประชาชนสามารถให้คะแนนนายกฯได้ทุกปี เพราะประเพณีการเมืองไทยฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกปีอยู่แล้ว

นี่เป็นเพียงโมเดลส่วนหนึ่งของคุณโอกาสที่ผมหยิบมาถ่ายทอด เผื่อโดนใจใครอยากนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการออกแบบประเทศ สามารถขอรายงานฉบับเต็มได้ที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ช่วยกันทุกทาง ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อสร้างบ้านที่ดีให้กับลูกหลาน.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...
หมายเหตุประเทศไทยลมกรดปฏิรูปประเทศไทยสปช.สรรหาคณะกรรมการประชามติ