วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เลดี้โกไดวา

เลดี้โกไดวา

  • Share:

วรวดี วงศ์สง่า เขียนเรื่อง เลดี้โกไดวา สตรีเปลือยบนหลังม้า ไว้ในหนังสือ คนบันดาลใจ (บีไบร์ทสำนักพิมพ์) ว่าเธอมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ.997–1067

เป็นภรรยาของ ลีโอฟริก เอิร์ล แห่งเมอร์เซียและลอร์ดแห่งเมืองโคเวนทรี หนึ่งในสามของผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินอังกฤษ ลีโอฟริก เก็บภาษีประชาชนอย่างโหดหิน เลดี้โกไดวาเฝ้าขอร้องสามีให้ลดภาษี

จนถึงวันหนึ่ง เขาตัดรำคาญบอกเธอว่า “ถ้าเธอกล้าเปลือยกายขี่ม้ารอบเมืองจะยอม”

เรื่องสตรีเปลือยกายในสมัยกลางของอังกฤษถือเป็นเรื่องต่ำช้า

ลีโอฟริกกล้าพูดเพราะแน่ใจ ยังไงเธอก็ไม่กล้าทำ แต่ความเดือดร้อนของประชาชนก็เป็นแรงผลักดันสำคัญ

เลดี้โกไดวาส่งข่าวไปถึงชาวเมือง นัดหมายให้ปิดประตูหน้าต่างหลบอยู่แต่ในบ้าน

คืนนั้น...เลดี้โกไดวาก็เปลือยกายขี่ม้าไปรอบๆตัวเมือง ทั่วทั้งร่างมีเพียงเส้นผมยาวสยายลงมา เหลือช่วงขาเปลือยเปล่า
ลีโอฟริก ผู้สามีตะลึงงัน ยอมลดภาษี

เล่ากันว่า การตัดสินใจกล้าเปลือยกายขี่ม้ารอบเมือง ไม่เพียงเลดี้โก-ไดวาจะไม่ถูกประณาม หลังคืนวันนั้นเธอกลายเป็นวีรสตรีของชาวเมืองโคเวนทรีไปทันที

เรื่องเลดี้โกไดวา เล่าขานต่อๆกันมาในรูปของบันทึกหรือบทกวี ศตวรรษที่ 17 มีการใส่สีตีไข่ ขณะเธอเปลือยกายขี่ม้าก็ได้ช่างตัดเสื้อชาย ชื่อนายทอม

แอบดูเธอจากรูผนัง ทอมถูกเรียก ทอมถ้ำมอง ต่อมาก็ถูกรุมประชาทัณฑ์

ในทางวิชาการ แดเนียล โดนาฮิว ศาสตราจารย์ด้านภาษาและวรรณคดีแห่งฮาร์วาร์ด วิพากษ์ว่า พฤติกรรมของทอมถ้ำมองสะท้อนความอยากรู้อยากเห็นทางเพศ หาความสุขจากการแอบมองผู้อื่น

พฤติกรรมของเลดี้โกไดวาเข้าข่ายเปิดเผยร่างกายในส่วนลับให้ผู้อื่นชม

ส่วนการที่ทอมถ้ำมองถูกประชาทัณฑ์ คือสัญลักษณ์ความรู้สึกผิดของผู้คนที่อยากรู้เห็นทางเพศ

แต่เรื่องเลดี้โกไดวาเปลือยกายขี่ม้า นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัย

หลายคนไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง เขาเชื่อในหลักฐานว่าเลดี้โกไดวาและสามีเป็นคนเคร่งศาสนา มีน้ำใจงาม

ทั้งคู่เคยบริจาคเงินและที่ดินสร้างวัดในนิกายเบเนดิกทีน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโบสถ์โคเวนทรี ที่ถูกระเบิดทำลายในสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมทั้งวัดและโบสถ์อีกหลายแห่ง

ไม่มีเหตุผลที่ท่านเอิร์ลจะเป็นคนโหดหิน จนถึงขั้นเลดี้จะต้องประท้วงด้วยการเปลือยกายขี่ม้า

แต่ฝ่ายที่เชื่อว่าเรื่องนี้มีจริง มีบันทึก ลีโอฟริกยกเลิกภาษีให้ประชาชน ประทับตราตำแหน่งเอาไว้เป็นหลักฐาน

ทุกวันนี้ จัตุรัสกลางเมืองโคเวนทรี มีอนุสาวรีย์เลดี้โกไดวาเปลือยกายขี่ม้าโดดเด่น

31 พ.ค. ค.ศ.1678 มีการจัดหาผู้หญิงมาสวมผ้าสีเนื้อรัดกายให้ดูคล้ายเปลือยเปล่านั่งบนหลังม้าแห่ไปรอบเมือง รำลึกถึงเลดี้โกไดวา ประเพณีนี้มีต่อมาจนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก็เริ่มมีปัญหา

ผู้หญิงสมัยวิกตอเรียนต้องรักนวลสงวนตัว การหาผู้หญิงไปขี่ม้าแสดงเป็นเลดี้โกไดวาไม่ใช่เรื่องง่าย

มีการไปจ้างผู้หญิงนักเต้นรำตามสถานเริงรมย์มาแสดง ต่อมาการสวมเสื้อผ้ารัดกาย ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นผู้หญิงแก้ผ้าขี่ม้าจริงๆ สร้างความตะขิดตะขวงใจของชาวเมือง

ปี 1854 บิชอป แห่งวูสเตอร์ ทนไม่ไหวประท้วง เทศกาลโกไดวาเลิกไป 8 ปี แล้วก็มีการรื้อฟื้นขึ้นมาจัดใหม่ รูปแบบและเนื้อหาเปลี่ยนแปลงไป

การต่อสู้เพื่อเรียกร้องของสตรี...มีหลายวิธี วิธีแก้ผ้าขี่ม้ารอบเมืองเป็นวิธีหนึ่ง ซึ่งสมัยต่อมายังไม่มีสตรีที่ไหนกล้าทำ

เมืองไทยวันนี้ มีสตรีเข้าต่อสู้ทางการเมืองมากมาย ในรัฐบาลชุดล่า เป็นรัฐมนตรีสองคน หลายคนเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หลายคนสมัครเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ

บ้านเมืองเรา นับแต่วันที่คุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ก็เริ่มมีผู้หญิงสู้ทางการเมืองมากขึ้น คุณลีน่า จัง เคยทำแค่นั่งประท้วง...คุณบุญยืน ศิริธรรม เคยถูกเชิญเข้าไปคุยในค่ายทหาร 7 วัน ขู่ว่าถ้าไม่ถูกเลือกเป็น สปช.ก็คงต้องออกนอกถนน

ผู้หญิงไทยยังมีโอกาสที่ดี มีเสรีภาพมากพอที่จะรักษาความเป็นกุลสตรีไว้ได้ น่าชื่นใจจริงๆ.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้