Thairath Logo
กีฬา

บิ๊กตู่ยอมรับอาจปรับลด กฎอัยการศึก

Share :

แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ให้แม่ทัพ1สรุป เพื่อเสนอคสช.

“ประยุทธ์” แจ้งกลางวงประชุม คสช.ชุดใหญ่ รอแบ่งงาน 5 รองนายกฯ หลังนำ ครม.ชุดใหม่เข้า เฝ้าฯถวายสัตย์ฯ กำชับเร่งผลักดันภารกิจสำคัญ สั่ง มทภ.1 สแกนสถานการณ์ก่อนทบทวนใช้กฎอัยการศึก ยืนยันไม่ตีกรอบเวลา ครม.ไม่อยากให้เกิดแรงกดดัน มท.พร้อมเต็มที่ “สิงห์ดำ” พรึบพรับช่วยงาน “อนุพงษ์” “พรเพชร” แจงโปรแกรมรัฐบาลแถลงแนวนโยบาย คาด 9 ก.ย. ได้ถก ครม.นัดแรก “ปนัดดา” เคลียร์ใจ อปท.ย้ำไม่มีอคติ ถึงคิวแฉข้าราชการนั่ง 747 ซดวิสกี้จั่วไพ่ นัดท้องถิ่นเปิดอกถกงบปี 58 วันสุดท้ายแห่สมัคร สปช.คึกคัก “สมบัติ-บรรเจิด” มาครบเซต “กร-สุวิจักขณ์-สนธิญาณ” เอาด้วย สรุปยอด 20 วัน พุ่ง 6,729 คน กปปส.ตั้งมูลนิธิปฏิรูปคู่ขนาน “พระสุเทพ” จัดบวชหมู่ถวายในหลวง

ระหว่างรอกำหนดการนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ยืนยันต่อที่ประชุม คสช.ชุดใหญ่ จะไม่กำหนดกรอบเวลาการทำงานของ ครม. เพื่อไม่ให้เงื่อนเวลามาเป็นแรงกดดัน และพร้อมสานต่อโรดแม็ป คสช.

“บิ๊กตู่” เรียกประชุม คสช.ชุดใหญ่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะ คสช. ครั้งที่ 13/2557 โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช. รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช. และ รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคสช. และ รมว.คมนาคม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. และ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช. และ รมช.กลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง

ขอศึกษาก่อนคลายกฎอัยการศึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อที่ประชุมว่า ขอให้ทุกส่วนงานขับเคลื่อนเรื่องเร่งด่วนให้เสร็จก่อนที่จะมีการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ การทำหน้าที่ของ คสช.จะลดระดับลง เน้นดูแลด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนกรอบการทำงานระหว่าง คสช.กับคณะรัฐมนตรี จะชี้แจงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง สำหรับกฎอัยการศึก ได้มอบหมายให้ พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบ (กกล.รส.) ไปสรุปสถาน-การณ์ภาพรวม เพื่อนำเสนอมายัง คสช. พิจารณาปรับลดหรือผ่อนคลายต่อไปในอนาคต แต่ยืนยันว่ายังไม่ใช่ในเวลานี้

กำชับติดตามงานภารกิจสำคัญ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการคือ การรักษาสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัยของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้คนในชาติและต่างประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับดีโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน เรากำลังเร่งสร้างความเชื่อมั่นและทำความเข้าใจกับกลุ่มประเทศยุโรป ว่าเรากำลังร่วมกันพัฒนาประเทศเพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ส่วนกรณีที่ประเทศสหรัฐฯจัดอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยอยู่ที่ tier3 คสช.จะขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม โดยมอบหมายให้กระทรวงต่างประเทศไปชี้แจงกับนานาประเทศต่อไป สำหรับด้านเศรษฐกิจ คสช.จะขับเคลื่อนให้มีเงินหมุนเวียนเข้าประเทศ โดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้องวางแผนพัฒนาประเทศเพื่อจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามนโยบาย ส่วนโครงการใหญ่ๆต้องทยอยดำเนินการ ส่วนงานด้านสังคมจิตวิทยา ด้านกฎหมายและกิจการพิเศษ ให้ยึดหลักค่านิยมคนไทย 12 ประการ

แบ่งงานรองนายกฯหลังเข้าเฝ้าฯ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า หลังมีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ครม. ก็ต้องดำเนินการตามแนวทางเร่งด่วนของ คสช.ต่อไป และพร้อมส่งมอบงานให้ ครม.เมื่อมีการแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้คิดแนวทางการทำงานไว้แล้ว โดยมอบให้ 5 รองนายก– รัฐมนตรีขับเคลื่อนงานทุกด้านที่จัดสรรใน 19 กระทรวง และในส่วนของ คสช. ยังคงมี 5 คณะทำงานเช่นเดิม โดยจะประชุมเพื่อนำข้อสรุปเสนอให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง โดย คสช.จะไม่เข้าไปก้าวก่าย แต่จะขับเคลื่อนในเรื่องเร่งด่วน อาทิ การดูแลรักษาความมั่นคงภายใน ดูแลการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนการประกาศใช้กฎอัยการศึกจะมีการปรับลดและผ่อนคลายลง แต่ไม่ใช่ในช่วงนี้

ไม่ตีกรอบเวลา ครม.ลดแรงกดดัน

หัวหน้า คสช.กล่าวต่อว่า ส่วนการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะไม่มีการกำหนดระยะเวลาการทำงาน เพราะไม่ต้องการให้เงื่อนไขของเวลามาเป็นอุปสรรค หรือสร้างความกดดันให้กับ ครม. ที่ผ่านมามักมีการถามถึงระยะเวลาการทำงาน ตนจะไม่กำหนด แต่การทำงานของ ครม.ต้องมีผลงาน “หลักการทำงานของผมมี 4 คำ คือ ทำก่อน ทำจริง มีผลสัมฤทธิ์ปี 58 และยั่งยืน มีคนขอเบอร์โทร.วันเดือนปีเกิดผม บอกว่าจะเอาไปดูฮวงจุ้ย โหงวเฮ้งที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ผมไม่ได้นึกถึงฮวงจุ้ย แต่ยึดความดีมากกว่า ว่าความดีจะต้องชนะความไม่ดี และจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

มท.คึกคักเตรียมรับรัฐมนตรี

สำหรับบรรยากาศตามกระทรวงต่างๆ ที่กระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ได้จัดสถานที่ไว้รอรับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย โดยมีการนำป้ายชื่อ พล.อ.อนุพงษ์มาติดไว้ที่หน้าห้อง พร้อมทำความสะอาดและจัดห้องเตรียมรับรัฐมนตรีและคณะทำงาน ขณะที่ห้องทำงานของนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย จะอยู่ฝั่งตรงข้ามห้อง รมว.มหาดไทย โดยช่วงเช้านายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าพบ พล.อ.อนุพงษ์ ที่บ้าน เพื่อประสานเตรียมการเข้าปฏิบัติหน้าที่
โดย พล.อ.อนุพงษ์และนายสุธีจะยังไม่เข้าทำงาน รอจนกว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อ สนช.

“สิงห์ดำ” พรึบช่วยงาน “อนุพงษ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหวจัดวางตัวบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย โดยมีชื่อนายประชา เตรัตน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี อดีต ผวจ.ฉะเชิงเทรา เป็นเลขานุการ และที่ปรึกษา พล.อ.อนุพงษ์ นอกจากนี้ยังวางตัวนายจาดุร อภิชาตบุตร อดีตหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นที่ปรึกษานายสุธี รวมถึงผลักดันนายศิวะ แสงมณี อดีตอธิบดีกรมการปกครอง มาเป็นคณะทำงานด้วย แต่ทาง คสช.ยังไม่เห็นด้วย เนื่องจากนายศิวะ เคยขึ้นเวทีของ กปปส. อาจทำให้ถูกจับตามองจากฝ่ายตรงข้ามได้ โดยผู้ที่ถูกวางตัวลงตำแหน่งต่างๆ เป็นที่น่าสังเกตว่าล้วนจบจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ “สิงห์ดำ”

“พรเพชร” ยันได้รับประสานแล้ว

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ได้รับการประสานเป็นการภายในจากรัฐบาลว่า หลังจากนำ ครม.เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้ว รัฐบาลพร้อมจะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อ สนช.ทันที ซึ่งสนช.จะจัดสรรเวลาให้ยืดหยุ่นพอสมควร เพื่อให้สมาชิกเตรียมตัวในการให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ขณะนี้ สนช.หลายคนเริ่มทำการบ้าน คงมีข้อเสนอแนะที่ดีไปยังรัฐบาล ถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะได้แสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารงาน คาดว่าจะใช้เวลาอภิปรายเพียงวันเดียวน่าจะเพียงพอ และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาชี้แจงและให้ข้อมูลหากมีข้อสงสัยจาก สนช. ซึ่ง สนช.สามารถตั้งกระทู้ถามรัฐบาลได้

วางฤกษ์ 9 ก.ย.ถก ครม.นัดแรก

ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง ทีมโฆษก คสช. แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งในที่ประชุม คสช. ให้เร่งรัดทำห้องประชุม ครม. ที่ชั้น 5 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาลให้เสร็จเรียบร้อย ทันวันที่ 9 ก.ย. คาดว่าจะมีการประชุม ครม.นัดแรก และสั่งการให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดเตรียมการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อ สนช. โดยหัวข้อหลักจะเป็นการแบ่งงานของรองนายกฯทั้ง 5 ฝ่าย เน้นด้านเศรษฐกิจความอยู่ดีกินดี คุณภาพชีวิตประชาชน ในสโลแกนที่ว่า “ทำก่อน ทำจริง เกิดผลสัมฤทธิ์ปี 58 และยั่งยืน” พล.อ.ประยุทธ์จะใช้คำง่ายๆให้ประชาชนเข้าใจและตรงประเด็น ภายหลังถวายสัตย์ปฏิญาณ ครม.จะทำงานทันที

คสช.ชง 2 ร่าง พ.ร.บ.เข้า สนช.

น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า ที่ประชุม คสช.เห็นชอบเสนอร่างกฎหมาย 2 ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. คือ ร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มีสาระ สำคัญเป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อป้องกันการฮั้วข้อมูล โดยห้ามบุคคลภายในเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ หรือการเปิดเผยข้อมูล และกำหนดมาตรการการลงโทษทางแพ่งไว้ด้วย เพื่อให้การซื้อขายหลักทรัพย์เป็นไปด้วยความสุจริต และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง กำหนดบทบัญญัติองค์ประกอบของคณะ กรรมการตุลาการศาลปกครองให้ชัดเจนมากขึ้น

คืนความสุขให้ทหารชั้นผู้น้อย

น.ส.ปถมาภรณ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุม คสช. ยังอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ในส่วนของงบกลาง 180 ล้านบาท เพื่อชดเชยเป็นเงินเดือนแรกบรรจุให้กับข้าราชการทหารชั้นผู้น้อยของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่บรรจุเข้ารับราชการเป็นทหารก่อนวันที่ 1 ม.ค.2556 ให้สอดคล้องกับบัญชีเงินเดือนใหม่ของข้าราชการพลเรือน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2555 จำนวน 9,231 คน แบ่งเป็นระดับชั้นสัญญาบัตร 1,586 คน และระดับชั้นประทวน 7,645 คน และยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการคลัง มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้ตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ปีงบประมาณ 2556-2561 โดยคาดว่าจะมีข้าราชการทหารเข้าร่วมโครงการประมาณ 5,000 คน งบประมาณ 1,982 ล้านบาท เป็นภาษีสูญเสีย 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบไม่มากนัก

สั่งเคลียร์ 4 หมื่นเรื่องร้องเรียน

พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า จากการเปิดศูนย์ 1111 รับเรื่องร้องทุกข์ มีเรื่องร้องเรียนเข้ามากว่า 4 หมื่นเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์กำชับให้หน่วย งานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข และรายงานผลต่อนายกฯโดยตรง สั่งกองทัพบกและกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมความพร้อมไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมกำชับกระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้า หลังการปรับลดราคาเชื้อเพลิงลง ส่วน 4 โครงการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ วงเงิน 9 พันล้านบาท ที่ชะลอโครงการไว้ก่อนหน้านี้ ปัจจุบันกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเสร็จสิ้นแล้ว ทำให้ประหยัดงบประมาณ 2 พันล้านบาท จึงอยากให้ทุกหน่วยงานเอาเรื่องนี้เป็นแบบอย่าง

อปท.บุกเคลียร์ใจ “ปนัดดา”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) เข้าพบ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อ ขอคำชี้แจงกรณีโพสต์เฟซบุ๊กแฉพฤติกรรมนายกฯอบจ.บางคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดย ม.ล.ปนัดดากล่าวยืนยันว่า ไม่มีความคิดยุบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อย่างที่ลือกัน อยากเห็นการปฏิรูป อปท. มากกว่า การเขียนลงเฟซบุ๊กไม่ได้คิดมุ่งร้ายกับใครทั้งสิ้น ถ้าพินิจพิเคราะห์ให้ดี ตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. มีเรื่องร้องเรียนมาที่ตู้ ปณ.1111 สารพัด แต่ไม่เคยเหมารวมทั้งองค์กร ด้วยความสัตย์จริง สิ่งที่พูดเมื่อมีคนท้วงติงก็อย่าไปทำ สื่อก็อย่าเขียนให้ขัดแย้งอีก พอกันที

แฉ ขรก.นั่ง 747 ซดวิสกี้จั่วไพ่

“เรื่องที่ร้องเรียนมีแม้กระทั่งสายการบินร้องข้าราชการไทย ขึ้นเครื่อง 747 กินเหล้าบนเครื่อง แอร์โฮสเตสไม่ให้ เข้าไปในครัวเองเลย เปิดลิ้นชักเอาวิสกี้ออกมา พอเมาได้ที่เล่นไพ่กันอย่างสนุกมากที่หน้าห้องน้ำ เป็นที่น่าตกอกตกใจของคนบนเครื่อง แต่ไม่ใช่ อปท.อย่าเข้าใจผิด เป็นเรื่องหน่วยงานอื่น จากนี้ไปจะไม่เอ่ยชื่ออะไรทั้งสิ้น ผลสุดท้ายกัปตันต้องเอากุญแจมือใส่นักเล่นพนันที่หน้าห้องน้ำ สารพัดเรื่องที่ส่งมา แต่อะไรที่พูดไปแล้ว ก่อให้เกิดความไม่สบายใจต้องขออภัย จากนี้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ผมไม่เคยลุแก่อำนาจ กวาดบ้านตนเองเสมอ เมื่อครั้งอยู่มหาดไทยก็เตือนเพื่อนมหาดไทยว่าต้องไม่เป็นเจ้าขุนมูลนาย ต้องไม่มีศักดินา ต้องไม่เป็นอำมาตย์” ม.ล.ปนัดดากล่าว

อ้อนนายกฯขอให้เหมือน ขรก.

ด้านนายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีตำบลยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ และนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) กล่าว ว่า วันนี้เทศบาลทั้งประเทศกำลังเดือดร้อนเรื่องงบ ประมาณ เมื่อมี คสช.เกิดขึ้น สำนักงบประมาณใช้อำนาจไม่เรียกประชุม ทำให้ตัวเลขการจัดสรรเงิน อุดหนุนทั่วไปตามอำนาจหน้าที่ออกมาน้อย ซึ่งเงินจำนวนนี้ต้องนำไปจ่ายเป็นเงินเดือน ค่าตอบแทน เงินประกันสังคม และการขึ้นเงินเดือนของรัฐบาลแต่ละสมัยไม่เคยขึ้นเงินเดือนให้ท้องถิ่น ขึ้นแต่ตัวเลข ไม่เคยนำงบกลางมาจ่าย ให้ท้องถิ่นเอาเงินที่มีอยู่น้อยนิดมาจ่ายเป็นเงินเดือนเอง เดือดร้อนมาก เห็นด้วยกับนโยบาย คสช.เอาใจขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั่วประเทศ แต่ต้องนำเงินมาอุดหนุนท้องถิ่นด้วย แต่งบประมาณปี 58 จากกว่า 61,000 ล้านบาท กลับถูกตัดเหลือ 37,000 ล้านบาท ฝากเรื่องนี้ถึงนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาเป็นวาระเร่งด่วน

นัดท้องถิ่นเปิดอกถกงบฯ 58

นายชัยมงคล ไชยรบ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า การให้สัมภาษณ์ของ ม.ล.ปนัดดาก่อให้เกิดผลกระทบวงกว้างรุนแรงต่อ อปท. แต่เรายอมจบ ยอมเจ็บ เพื่อ นำไปสู่การปฏิรูป สิ่งที่อยากเสนอคือข้อมูลปัญหาการจัดทำงบประมาณให้กับ อปท.ปี 58 ที่สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจ ภายใต้สังกัด สปน. จัดทำร่วมกับสำนักงบประมาณ ไม่ได้นำรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณเข้าหารือกับคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. จนเป็นเหตุให้งบประมาณปี 58 กระจุกตัว ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ คสช. กำหนดให้มีการกระจายงบประมาณอย่างทั่วถึง

ขณะที่ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า วันที่ 3 ก.ย. จะ ประชุมเป็นการภายในถึงปัญหาการจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นปี 58 โดยเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงบประมาณ ตัวแทนท้องถิ่น มาพูดจาแบบเปิดอก เพื่อความชัดเจน จะได้รู้รูรั่วงบประมาณ มันต้องมี เหตุผล การใช้งบประมาณท้องถิ่นจะได้มีความโปร่งใส

จี้ “บิ๊กตู่” แจงใช้อัยการศึกซ้อน

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือผ่านระบบอีเอ็มเอสถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอให้ตรวจสอบกฎอัยการศึกที่ใช้อยู่ทั้ง 2 ฉบับ ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ โดยตนเคยถูกเรียกตัวตามคำสั่ง คสช.ที่ 42/2557 เข้าใจว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามกฎอัยการศึกตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 2/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค.57 หาได้เป็นไปตามกฎอัยการศึกตามประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 1/2557 ลงวันที่ 20 พ.ค.57 และพบความจริงอีกด้านหนึ่ง เมื่อ คสช.ออกคำสั่งที่ 108/2557 ในคำสั่งดังกล่าวอ้างถึงกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 20 พ.ค.57 ทำให้เกิดความเข้าใจที่สับสนว่า ปัจจุบันคสช.ใช้กฎอัยการศึกฉบับไหนกันแน่ เพราะเมื่อไปตรวจสอบในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา พบว่าปัจจุบันยังมีการใช้กฎอัยการศึกอยู่ถึง 2 ฉบับด้วยกัน และไม่พบว่ามีพระบรมราชโองการให้เลิกการใช้กฎอัยการศึกฉบับใดฉบับหนึ่ง ตามความในมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ด้วยเหตุผลดังกล่าวจำเป็นต้องทำหนังสือถามไปยังนายกฯว่า ทำไมขณะนี้ใช้กฎอัยการศึกถึง 2 ฉบับ และควรจะยกเลิกฉบับใดหรือไม่ หรือควรยกเลิกทั้ง 2 ฉบับ

ปูดศึกภายในเริ่มก่อคลื่นใต้น้ำ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลไม่ได้เผชิญหน้าความท้าทายเฉพาะการบริหารประเทศ และฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น แต่กำลังเกิดศึกภายในที่น่ากลัว โดยผู้ใกล้ชิดของผู้ยิ่งใหญ่โกรธมาก ที่นายกฯไม่ให้ความสำคัญในหลายเรื่อง โดยเฉพาะผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ต้องการให้เอกชนรายหนึ่งได้โครงการวางเคเบิลใยแก้วใต้ทะเลเชื่อมต่อกับต่างประเทศ วงเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท แต่หัวหน้า คสช.ไม่ยอม และไปให้รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งทำแทน รวมทั้งการแต่งตั้งบุคคลขึ้นมารับตำแหน่งในกองทัพ ที่หัวหน้า คสช.จำเป็นต้องเอาพรรคพวกของตัวเองขึ้นมาคุมกำลังหลัก ป้องกันถูกปฏิวัติซ้อน ดังนั้นรายการคุณขอมาจึงไม่ผ่านการเห็นชอบจากหัวหน้า คสช.

“วรงค์” เปิด “มหากาพย์โกงข้าว”

อีกเรื่อง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันที่ 3 ก.ย. เวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นประธานเปิดตัวหนังสือ “มหากาพย์โกงข้าว” ที่มีเนื้อหาชำแหละการทุจริตโครงการจำนำข้าวทุกขั้นตอน แบ่งเป็น 10 ตอน รวม 231 หน้า พิมพ์สี่สีพร้อมภาพประกอบ เปิดจำหน่ายราคาเล่มละ 310 บาท พร้อมลายเซ็น หากใครได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะทราบถึงขั้นตอนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวทุกขั้นตอน สำหรับเกษตรกรที่ขายข้าวแล้วมีปัญหา หนังสือเล่มนี้จะช่วยแก้ไขปัญหา รู้เท่าทันการเอารัดเอาเปรียบ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ชาวนาไทยทุกคนว่ายังมีคนสู้เพื่อพี่น้องชาวนาไทย

คนพิการขอใช้ ก.ม.สิทธิเท่าเทียม

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา เครือข่ายทูตอารยะสถาปัตย์ เครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชนพร้อมตัวแทนผู้พิการทุกประเภท นำโดยนายกฤษณะ ไชยรัตน์ แกนนำเครือข่ายฯ เข้ายื่นหนังสือต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ขอให้ สนช.เร่งบังคับการใช้กฎหมายส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ เพื่อให้ผู้พิการมีสิทธิเท่าเทียมกัน สามารถเข้าถึงทรัพยากร การขนส่ง ข้อมูลข่าวสารและบริการสาธารณะได้ง่ายขึ้น ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการทุกรูปแบบ โดยเรื่องเร่งด่วนที่ควรพิจารณาคือ การออกแบบสร้างอาคารสถานที่ที่สะดวกและเข้าถึงได้ และระบบขนส่งสาธารณะที่เอื้ออำนวยต่อคนทุกคน รถโดยสารต้องเป็นรถไร้บันได ที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งนายสุรชัยรับเรื่องไว้ และจะสรุปส่งต่อไปยัง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต่อไป

วันสุดท้ายแห่สมัคร สปช.คึกคัก

สำหรับการเปิดรับเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วันที่ 2 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับการเสนอชื่อ บรรยากาศตลอดทั้งวันมีองค์กรนิติบุคคลทยอยเข้าเสนอรายชื่ออย่างคึกคักต่อเนื่อง อาทิ ด้านอื่นๆ มูลนิธิศิลปินตลกแห่งประเทศไทย เสนอชื่อนายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือถั่วแระ เชิญยิ้ม นายกสมาคมศิลปินตลก ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เสนอชื่อ นายสุทธิพล ทวีชัยการ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มูลนิธิกรมพระธรรมนูญ เสนอชื่อ พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ และพล.ท.ศานิต สร้างสมวงษ์ อดีตหัวหน้าสำนักงานตุลาการทหาร กรมบังคับคดี เสนอชื่อ น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรมเสนอชื่อ นายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดฯ

“สมบัติ-บรรเจิด” มาครบเซต

ด้านปกครองท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร เสนอชื่อนางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยเสนอชื่อ นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอชื่อ นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.พิจิตร ด้านการเมือง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า เสนอชื่อ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีนิด้า และแกนนำ กปปส. และนายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ ด้านการศึกษา โรงเรียนวัดนวลนรดิศ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ศึกษาในระดับมัธยม เสนอชื่อ นายประเสริฐ ผุดผ่อง ผอ.โรงเรียน

“กร-สุวิจักขณ์-จุลสิงห์” เอาด้วย

ด้านสังคม มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเสนอชื่อ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิฯ มูลนิธิ 5 ธันวาเสนอชื่อ นายโฆสิต สุวินิจจิต ด้านพลังงาน มูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.ชัย มุกตพันธุ์ เสนอชื่อ นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเสนอชื่อ นายกร ทัพพะรังสี นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์-ฟื้นฟูปะการังและชายหาด เสนอชื่อ นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านประมง ด้านบริหารราชการแผ่นดิน สมาคมนักเรียนเก่าราชสีมาวิทยาลัยเสนอชื่อ นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มูลนิธิพลังงานไทยเสนอชื่อ นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อดีตอัยการสูงสุด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเสนอชื่อ นายจรินทร์ จักกะพาก และนายศิริพงษ์ ห่านตระกูล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

“ลีน่าจัง” ยังตามป่วนไม่เลิก

ด้านเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจเสนอชื่อนายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานมูลนิธิสถาบันพัฒนาสยาม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอชื่อ นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ด้านสื่อมวลชน มูลนิธิชื่นฤทัยในธรรมสำนึกรักบ้านเกิดนครศรีธรรมราช เสนอชื่อ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อดีตแกนนำ กปปส.

ขณะเดียวกัน นายบัญชา อร่ามวิบูลย์ นายกสมาคมคนขับรถรับจ้าง ได้เดินทางมาที่สำนักงานกกต. เพื่อส่งหนังสือแจ้งเลขาธิการ กกต. ขอถอนชื่อตัวเองออกจากการเข้ารับการสรรหา สปช.ด้านการเมือง หลังจากยื่นเอกสารต่อสำนักงาน กกต.ไปเมื่อวันที่ 27 ส.ค. เนื่องจากต้องการเปิดโอกาสให้นายมานะ มหาสุวีระชัย ใช้สิทธิของสมาคมฯเข้ารับการสรรหา สปช.ด้านพลังงานแทน ขณะที่นางลีนา จังจรรจา หัวหน้าพรรคมหาประชาชน เข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่าไม่เคยยื่นหนังสือถอนตัวจากการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.

ไม่ตัดสิทธิแม้ขาดคุณสมบัติ

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีนางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัด กทม. ถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช. แต่นางนินนาทเป็นคณะกรรมการสรรหา สปช.กทม. ว่า หากตรวจสอบแล้วไม่ถูกต้องก็มีการหมายเหตุไว้ให้คณะกรรมการสรรหาฯและ คสช. เมื่อเสนอชื่อเข้ามาต้องรับไว้ทุกคน ส่วนการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระบุว่าไม่ได้มีมติเสนอชื่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ารับการสรรหา ขณะนี้ยังมีเวลาตรวจสอบเอกสาร นอกจากนี้ยังพบว่ามีวัดบางแห่งไม่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้น ซึ่งก็ต้องตรวจสอบอีกครั้งก่อนทำหมายเหตุเสนอรายชื่อไปยัง คสช.

สรุปยอด 20 วันพุ่ง 6,729 คน

นายภุชงค์กล่าวต่อว่า สรุปยอดการเปิดรับเสนอชื่อวันที่ 20 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย มีผู้เสนอชื่อ 921 คน แบ่งเป็นนิติบุคคล 579 คน ระดับจังหวัด 342 คน เมื่อรวมตลอด 20 วัน มีจำนวนทั้งสิ้น 6,729 คน แบ่งเป็นนิติบุคคล 3,959 คน จังหวัด 2,770 คน ด้านที่มากสุดคือการศึกษา 619 คน น้อยสุด สื่อมวลชน 171 คน ส่วนจังหวัดที่เสนอมากสุดคือ กทม. 113 คน น้อยสุดระยอง 13 คน ทั้งนี้ตัวเลขผู้เข้ารับการเสนอชื่อยังไม่เป็นทางการ ต้องรอการเสนอชื่อมาทางไปรษณีย์ ซึ่งคาดว่า กกต.จะรวบรวมรายชื่ออย่างเป็นทางการไม่เกินวันที่ 4 ก.ย. และจะรายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์รับทราบ

กปปส.ตั้งมูลนิธิปฏิรูปคู่ขนาน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตโฆษก กปปส. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ยื่นเรื่องขอตั้งมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศควบคู่ไปกับการทำหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คาดว่าภายในเดือน ต.ค.จะจัดตั้งแล้วเสร็จตามขั้นตอนกฎหมาย โดยมีพระสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นประธานมูลนิธิ และตนทำหน้าที่เลขานุการมูลนิธิ มีแกนนำ กปปส.ที่ลาออกจากตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 9 คน และคนอื่นอีก 12 คน เป็นกรรมการ เช่น นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายอิสสระ สมชัย น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร นายชุมพล จุลใส นายสกลธี ภัททิยกุล ส่วนที่ใช้ชื่อมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ เพื่อให้เชื่อมโยงกับ กปปส.เดิม ส่วนการเคลื่อนไหวจะต้องดูบรรยากาศทางการเมืองที่ยังมีการประกาศกฎอัยการศึกอยู่ด้วย และจะไม่เชื่อมโยงกับพรรคประชาธิปัตย์

“พระสุเทพ” จัดบวชถวายในหลวง

นายเอกนัฏยังกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของพระสุเทพว่า กำลังมีแนวคิดเชิญชวนแกนนำ กปปส.หลายคนร่วมอุปสมบท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเชิญบุคคลทั่วไปเข้าร่วมอุปสมบท 2 รุ่น รุ่นละ 88 รูป พระที่อุปสมบท ทั้ง 2 รุ่นไปจำวัดธารน้ำไหล (สวนโมกขพลาราม) จ.สุราษฎร์ธานี และปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์นานาชาติ 6 วัน ปฏิบัติธรรมที่ทีปภาวันสาขาของวัดสวนโมกข์ที่ อ.เกาะสมุย เป็นเวลา 4 วัน โดยจัดคอร์สอบรมอย่างเข้มข้น รุ่นแรกจะอุปสมบทในวันที่ 29-31 ต.ค. รุ่นที่ 2 วันที่ 28-30 พ.ย. มีกำหนดอุปสมบทอย่างน้อย 30 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วนการครองสมณเพศของพระสุเทพ คาดต้นปี 2558 คงลาสิกขา

“จารุพงศ์”จวกอย่าอ้างรักชาติ

วันเดียวกัน นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า กรณีที่นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้คนไทยทุกคนต้องให้ความร่วมมือกับ คสช. โดยอ้างความรักชาตินั้น ทั่วโลกให้ความเห็นชอบว่าทุกชาติต้องมีกฎพื้นฐาน คือต้องเคารพผู้อื่นอย่างเท่าเทียมกับตัวเรา การที่สังคมจะอยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบก็ต่อเมื่อทุกคนรู้จักหน้าที่ เคารพสิทธิผู้อื่น ที่สำคัญคือการยอมให้มีผู้หนึ่งมาเป็นหัวหน้ากลุ่ม คนนั้นต้องได้รับการยอมรับฉันทานุมัติจากคนในสังคมด้วยเสียงส่วนใหญ่ การจะทำให้คนไทยรักชาติได้ต้องทำให้ระบอบการปกครองเป็นระบอบที่ทุกคนยอมรับได้ว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน จึงจะทำให้ทุกคนรักชาติโดยสมัครใจ ไม่ต้องให้ใครบังคับ

สะกิด “บิ๊กเจี๊ยบ” แจงชาวโลก

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น รมว.ต่างประเทศคนใหม่ มีภารกิจสำคัญต้องชี้แจงให้นานาประเทศเข้าใจถึงการดำเนินงานของรัฐบาล เพราะสื่อต่างชาติส่วนใหญ่เป็นห่วงว่า ครม.มีนายทหารเข้าไปดำรงตำแหน่งถึง 1 ใน 3 และช่วงเดือน ก.ย.นี้จะมีการประชุมสหประชาชาติ เป็นโอกาสดีที่จะใช้เวทีนี้ชี้แจง และต้องยืนยันให้สังคมโลกเข้าใจว่าประเทศไทยจะกลับสู่การเลือกตั้งภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง และมีรัฐธรรมนูญใหม่ สำคัญที่สุดนายกฯต้องดำเนินการให้เกิดความโปร่งใส ขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลทำงานได้ รัฐมนตรีคนไหนทำไม่ถูกต้องพวกตนจะช่วยตรวจสอบให้อีกแรง เพื่อให้ประเทศไทยปลอดการทุจริต

ตั้งลำอุทธรณ์คดีสลายเสื้อแดง

อีกเรื่อง นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ปี 2553 ในฐานะโจทก์ร่วมในคดียื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือพระสุเทพ ปภากโร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 1-2 กล่าวว่า กำลังอยู่ระหว่างขอคัดคำพิพากษาของศาล คงต้องรอศึกษาดูรายละเอียดก่อนว่าจะยื่นอุทธรณ์ในประเด็นใดบ้าง ภายในกรอบระยะเวลา 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด แต่หากยื่นไม่ทันสามารถขอขยายเวลาได้

ลุ้น อสส.ชี้ขาดฟ้องคดีจำนำข้าว

สำหรับความคืบหน้าคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฐานปล่อยปละ ละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาทนั้น นายวันชัย รุจนวงศ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด อยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนคดี หากเสร็จสิ้นเมื่อใด จะแถลงอย่างเป็นทางการ

ด้านนางสันทนี ดิษยบุตร รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 10 ระบุว่าให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับเรื่อง คดีนี้จะครบกำหนดวันที่ 4 ก.ย.นี้ เว้นแต่ภายในระยะเวลาดังกล่าวอัยการสูงสุดมีความเห็นว่า เรื่องที่ส่งมายังมีข้อไม่สมบูรณ์ และแจ้งข้อไม่สมบูรณ์กลับไปยัง ป.ป.ช. ถ้าหากเกินเลยกรอบระยะเวลาที่กำหนด อัยการสูงสุดสามารถพิจารณาสั่งฟ้องได้จนกว่าคดีจะหมดอายุความ หากมีความเห็นสั่งฟ้อง อัยการสามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ทันที

กมธ.งบ 58 หั่นทิ้งโครงการฉาว

พล.ท.ชาตอุดม ดิตถะสิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 กล่าวว่า คณะกรรมาธิการยึดตามกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ไม่ได้ยึดการจัดสรรตามโครงการเหมือนช่วงรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ที่เน้นทำตามนโยบายหาเสียง จัดสรรงบประมาณตามพื้นที่ของ ส.ส. ส่วนการทำข้อสังเกตของกรรมาธิการจะเน้นการใช้งบให้คุ้มค่า สอดคล้องกับนโยบายหัวหน้า คสช. โดยโครงการที่เป็นของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะพิจารณาสานต่อหากเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่หากเป็นนโยบายเน้นประชานิยม เช่น โครงการรับจำนำข้าว จะไม่ได้ดำเนินงานต่อ

ซึ่งการพิจารณาในวาระ 2 และ 3 จะนำเข้าสู่ที่ประชุม สนช. วันที่ 17 ก.ย. โดยใช้เวลาพิจารณา 1 วัน ส่วนการประเมินผลการใช้งบปี 58 หัวหน้า คสช.มอบนโยบายในที่ประชุม คสช.ล่าสุดว่า จะมีการประเมินผลทุก 3 เดือน

ทหารสั่งเบรกเวทีแฉ คสช.

ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หรือเอฟซีซีที อาคารมณียาเซ็นเตอร์ ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดเสวนาภายใต้หัวข้อ “ความยุติธรรมที่ถูกปรับปรุง” โดยเตรียมเปิดรายงานฉบับความจริงของสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงตั้งแต่ที่มีการรัฐประหาร แต่ก่อนจะมีการแถลงข่าว พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี นำกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบสนธิกำลังกับชุดเฉพาะกิจของ ม.พัน. 1 รอ. กระจายกำลังรอบอาคารมณียา จากนั้นนำหนังสือจาก พ.ท.ภาสกร กุลรวิวรรณ ผบ.ม.พัน. 1 รอ. ยื่นต่อคณะผู้จัดงานระหว่างตั้งวงเตรียมแถลงข่าวท่ามกลางสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก โดยหนังสือมีข้อความระบุว่า ขอความร่วมมือให้งดจัดงานนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย คสช. และให้ทางกลุ่มไปยื่นคำร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทยแทน ทำให้กลุ่มดังกล่าวต้องยอมยุติการแถลงข่าว

ดิ้นหาช่องตีแผ่พฤติกรรมด้านมืด

น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ชี้แจงว่า ได้รับการติดต่อจากทหารขอให้ยุติการจัดงานนี้มาแต่วันที่ 1 ก.ย. โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ ทั้งยังขู่ว่าอาจมีความผิดฐานขัดคำสั่ง คสช. ขอยืนยันรายงานฉบับนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอุปสรรคในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ช่วงรัฐประหารเท่านั้น ข้อมูลก็มาจากที่ได้รับการร้องเรียน ไม่ได้มีเจตนาจะชุมนุมทางการเมือง และขอประณามพฤติกรรมคุกคามที่เกิดขึ้น ในฐานะองค์กรทางกฎหมายจะเสนอข้อมูลสถานการณ์สิทธิมนุษยชน 100 วันหลังการรัฐประหารในช่องทางอื่นต่อไป เพื่อไม่ให้มีผู้ถูกละเมิดสิทธิ โดยไม่ได้รับการค้นหาความจริงจากกระบวนการยุติธรรม และขอเรียกร้องให้เลิกกฎอัยการศึก เลิกการกักตัวควบคุมตัวโดยอาศัยอำนาจกฎอัยการศึก เลิกควบคุมเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมทุกรูปแบบและเลิกการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหารด้วย

อ่านเพิ่มเติม...
ประยุทธ์ จันทร์โอชากฎอัยการศึกครม.ไม่กำหนดกรอบเวลาโรดแม็ปคสช