Thairath Logo
กีฬา

ขู่ทหารพันเอก ชุดปราบ‘รุกที่’

Share :

หลังเข้าลุยปากช่อง เจ้าตัวแฉเป็นตำรวจ ให้‘ตั้งการ์ดสูงเอาไว้’

คณะทำงานด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 “พ.อ.สมหมาย บุษบา” หน.ชุดตรวจสอบขบวนการบุกรุกที่ดินศูนย์สงครามพิเศษ ลพบุรี แฉถูกนายตำรวจสัญญาบัตรในกลุ่มผู้สูญเสียประโยชน์ข่มขู่ “ตั้งการ์ดสูงๆเอาไว้ มีคนติดตาม” แต่ไม่หวั่นถ้าเป็นอะไรถือว่าหมดกรรม เดินหน้าลุยหาหลักฐานร่วมประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตรวจสอบพื้นที่หาข้อมูลผู้บุกรุกพื้นที่ทหาร เผยเตรียมให้เจ้าของพื้นที่ทำเรื่องถึงนิคมลำตะคอง-หนองสาหร่าย ยกเลิก นค.1 หรือ นค.3 เพื่อเพิกถอนโฉนด ขณะที่จเรตำรวจแห่งชาติ เตรียมประสานขอข้อมูลหาตัวคนข่มขู่ ด้านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชุมวางแผนจัดที่ดินให้เกษตรกรยากจนไร้ที่ทำกิน เตรียมอพยพคนออกจากพื้นที่ป่า โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำไปอยู่ในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ โดยให้สิทธิชุมชนทำกิน

จากกรณี พ.อ.สมหมาย บุษบา เสนาธิการกองยุทธการ กองทัพภาคที่ 2 คณะทำงานด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินบริเวณชะง่อนผาเขาหนองเชื่อม ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พื้นที่ของศูนย์สงครามพิเศษ ลพบุรี พบมีการบุกรุกที่ดินประมาณ 330 ไร่ และมีการปลูกสร้างคฤหาสน์หรูรวม 8 หลัง ส่วนผู้บุกรุกมีกว่า 10 คน เป็นนายตำรวจ 6 นาย ที่ทั้งระดับผู้บัญชาการ และรองผู้บัญชาการ พนักงานอัยการ คน อาจารย์มหาวิทยาลัยและญาตินักการเมือง ยังไม่สามารถยึดคืนพื้นที่กลับมาได้แต่ชุดทำงานกลับถูกนายตำรวจฝ่ายผู้สูญเสียผลประโยชน์ข่มขู่ต้องปรับแผนดูแลให้ความปลอดภัยชุดทำงาน

เหตุการณ์ขบวนการรุกที่ข่มขู่ทหารชุดตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ศูนย์ส่งครามพิเศษลพบุรีรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา พ.อ.สมหมาย บุษบา คณะทำงานด้านกฎหมายกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์กว่า 10 คน ว่าคณะทำงานของตน ทำงานนานเดือนเศษ ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าในภาคอีสานราว 14 จุด ส่วนใหญ่ไม่มีการกระทบกระทั่งเกิดขึ้น แต่ในการตรวจสอบการบุกรุกป่าที่ อ.ปากช่อง กลับมีการข่มขู่คุกคามเกิดขึ้นกับคณะทำงาน เนื่องจากมีทั้งข้าราชการระดับสูงของสำนักงานหนึ่งที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงที่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้และมีอำนาจหน้าที่โดยตรงทั้งอาจารย์และพนักงานอัยการ

พ.อ.สมหมายกล่าวต่อว่า ขณะนี้มีคนผู้ไม่หวังดีได้ส่ง ว.0 หรือคำสั่งลับๆ ผ่านเจ้าหน้าที่ในสายงานของกลุ่มที่สูญเสียบอกให้เราตั้งการ์ดสูงๆเอาไว้ มีคนติดตาม ความหมายของคำว่าตั้งการ์ดสูงของผู้ที่ส่งข้อความก็คือ เป็น ว.0 และ ว.4 ในการรับคำสั่ง เตรียมปฏิบัติของทีมที่มีปัญหาที่สูญเสีย เพราะคนดีคงไม่ทำอะไรตน หากข้องใจอะไรทำไมไม่มาถามตนที่สำนักงานภายในกองทัพภาคที่ 2 ยินดีที่จะตอบทุกคำถาม และขอยืนยันจะทำหน้าที่ตรงนี้ในฐานะข้าราชการของรัฐด้วยอำนาจและหน้าที่ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ถ้าตนเป็นอะไรไปถือว่าหมดกรรม ได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามระดับตั้งแต่กองทัพภาคที่ 2 ถึงกองทัพบก ว่าการทำงานทุกจุดทุกตำแหน่งไม่มีปัญหา แต่มีแค่จุดนี้ที่บอกว่าให้ตนตั้งการ์ดสูง จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่าเป็นนายตำรวจระดับสัญญาบัตร ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้หน่วยรบพิเศษ และกำลังในแต่ละพื้นที่ให้ดูแลตนและคณะ เข้มงวดมากขึ้นในการลงพื้นที่ทำงาน

เสนาธิการกองยุทธการ กองทัพภาคที่ 2 กล่าวอีกว่า ตนทำงานให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เมื่อมีผู้ร้อง ก็ไปตรวจสอบไปดูจุดให้ผู้ถูกร้องเอาเอกสารมาแสดงโดยใช้หลักรัฐศาสตร์ ทำในฐานะเป็นข้าราชการของรัฐไม่ได้มีส่วนได้เสียกับรายใดเลย เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ทำให้เหนื่อยและท้อแท้ กลับยิ่งมีพลังทำงานเพื่อจะได้พิสูจน์กันนอกพื้นที่นี้แล้ว เป้าหมายต่อไปที่ จ.อุบลราชธานี จำนวน 1,600 ไร่ มีการออกโฉนดที่ดินงอกเกิดสันดอนในแม่น้ำมูล ที่ป่าภูเรือ จ.เลย เนื้อที่หลายพันไร่ถึงหมื่นไร่สร้างรีสอร์ตผสมสวนยาง ส่วนที่ อ.เชียงคาน จ.เลย จบแล้ว ที่ จ.อุดรธานี ป่าน้ำโสม-นายูง อ.บ้านผือ เป็นสวนยาง ตัดต้นยางไปแล้วกว่า 1 พันไร่ ส่วนใหญ่ผู้บุกรุกเท่าที่รู้ไม่ใช่ผู้ยากไร้ แต่เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และเป็นผู้มีอิทธิพลทั้งนั้น

พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า กรณีทหารถูกขู่โดยบอกให้ตั้งการ์ดสูงๆ ว่า ไม่ทราบว่าหมายความอย่างไร ส่วนเรื่องการบุกรุกที่ดินพื้นที่ อ.ปากช่อง มีทหารไปตรวจสอบ ตำรวจพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองได้ให้ความร่วมมืออย่างดี เรื่องที่เกิดขึ้นคิดว่าไม่มีใครที่จะกล้าไปยุ่งกับทหาร น่าจะเป็นเรื่องฝ่ายเดียว โดยเฉพาะทราบว่า ยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจคงทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ เรื่องนี้ตนคิดว่าคงต้องไปถามทาง พ.อ.สมหมายจะชัดเจนขึ้น

ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า เบื้องต้นจะมีการประสาน พ.อ.สมหมาย บุษบา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับข้อมูลที่มีการระบุว่ามีนายตำรวจส่งข้อความลักษณะข่มขู่ชุดตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าของทหารเพื่อตรวจสอบหาต้นตอของข้อความที่มีการข่มขู่โดยเร่งด่วน เพราะการป้องกันปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้สัตว์ป่าทรัพยากรธรรมชาติถือเป็นนโยบายสำคัญของชาติ ทุกคนต้องมีหน้าที่อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลาน หากมีตำรวจหรือข้าราชการคนใดเข้ามาเกี่ยวข้อง มีพยานหลักฐานจะดำเนินการทางวินัยและทางอาญา

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่หอประชุมเมืองปากช่อง พ.อ.สมหมาย บุษบา และ พ.ท.สิรวิชญ์ แข็งขัน ผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ เข้าร่วมประชุมประจำเดือนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.ปากช่อง มีนายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ นายอำเภอปากช่อง หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมกว่า 600คน ร่วมประชุมด้วย โดย พ.อ.สมหมายกล่าวในที่ประชุมกรณีการบุกรุกพื้นที่ศูนย์สงครามพิเศษ ว่าผู้บุกรุกมีทั้งนายพลตำรวจ อาจารย์ และอัยการ อยากถามอัยการที่เป็นผู้รู้กฎหมายรู้จักภูเขามั้ย เอาที่ป่าที่ทหารมาออกเอกสารสิทธิน่าสงสัย แหล่งที่มาของ นค.1 หรือ นค.3 ซึ่งเอาพื้นที่ทหารมาเป็นของนิคมลำตะคอง-หนองสาหร่าย มันไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่รังวัดก็มาจากส่วนกลางไม่ใช่จากสำนักงานที่ดิน จ.นครราชสีมา สาขาปากช่อง ขอฝากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตรวจสอบว่าที่ดินแต่ละแปลง บ้านแต่ละหลังเป็นของใครรายงานให้นายอำเภอปากช่องเพื่อรายงานต่อกองทัพภาคที่2

หลังการประชุม พ.อ.สมหมายเปิดเผยว่าขั้นตอนต่อไปในการดำเนินการกับผู้บุกรุกที่ทหาร330 ไร่ ว่า ศูนย์สงครามพิเศษ เจ้าของพื้นที่ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อแจ้งไปยังนิคมลำตะคอง-หนองสาหร่าย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าเป็นที่ดินของทหาร จากนั้นนิคมฯต้องเพิกถอน นค.1 และ นค.3 ในส่วนของกรมที่ดินก็เพิกถอนสิทธิต่อไป ส่วนสิ่งปลูกสร้างตนจะเสนอผู้บังคับบัญชาให้ ปปง.เข้ามาตรวจยึด พร้อมขอเปลี่ยนรายละเอียดเอาอาคารมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ และยังไปตรวจพบเขต ต.คลองม่วง ที่มีการบุกรุกที่ของทหารอีกกว่า 200 ไร่ ก็จะดำเนินการต่อไปอีก

ทางด้านนายมลศักดิ์ จงรักษ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การดำเนินการในกรณีการบุกรุกที่ทหารที่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง ผวจ.นครราชสีมา ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ หรือ กปร. กรณีดังกล่าวมีการออก นค.3 หรือหนังสือให้ใช้ประโยชน์ในเขตนิคม แล้วมาออกโฉนด 330 ไร่ ฝ่ายความมั่นคงได้รวบรวมเอกสารเสนอให้ทางนิคมสร้างตนเองลำตะคองตรวจสอบแล้วเพิกถอน นค.3 จากนั้นอธิบดีกรมที่ดินจะออกคำสั่งแจ้งให้สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาก่อนแล้วให้เจ้าพนักงานที่ดินสาขา อ.ปากช่อง มีนายก อบต. เจ้าหน้าที่ที่ดิน นายอำเภอ และนิคมฯในรูปคณะกรรมการดำเนินการเพื่อยกเลิกโฉนด และจะต้องมีการสืบเสาะพฤติกรรมเจ้าหน้าทีี่ที่เกี่ยวข้องว่ามีการกระทำโดยทุจริตหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ ส่วนการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 8 หลัง คงเป็นเรื่องของเจ้าของพื้นที่

ขณะเดียวกันนางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษฏ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรฯ ได้ร่วมประชุมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย หาแนวทางจัดหาที่ดินทำกินให้ประชาชนที่ยากจนไร้ที่ดินทำกินในลักษณะที่ไม่ให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยกำหนดให้ทุกหน่วยงานที่มีพื้นที่ของรัฐในการควบคุมดูแลให้ยุติการบุกรุกถือครองของราษฎร ให้สำรวจจัดทำข้อมูลราษฎรที่ทำกินในพื้นที่ จัดแยกกลุ่มราษฎรที่ทำกินว่ากลุ่มใดสามารถอยู่ทำกินได้ กลุ่มใดไม่สามารถอยู่ทำกินได้ พร้อมทั้งตรวจสอบหาพื้นที่รองรับราษฎรที่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ที่ทำกินอยู่ รวมทั้งวางแนวทางในการจัดระบบการถือครองในพื้นที่ดังกล่าว แต่จะไม่ให้สิทธิ์เป็นรายบุคคล แต่จะให้ในลักษณะสิทธิทำกินชุมชน ส่วนในรายละเอียดต้องหารือกันอีกครั้ง

นายธีรยุทธ์ สมตน ผอ.สำนักจัดการที่ดินป่าไม้ กรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้รวบรวมข้อมูลโดยใช้มติ ครม. วันที่ 30 มิ.ย.41 เป็นเกณฑ์พบว่ามีคนอยู่พื้นที่ป่าในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ประมาณ 6 แสนราย คิดเป็นเนื้อที่ 6.4 ล้านไร่ ซึ่งการอยู่มาก่อนประกาศเขตป่าจะมาพูดคุยกันในทางนโยบายว่าจะดำเนินการอย่างไรให้มีความเหมาะสม อาจจะให้สิทธิเป็นรายชุมชนหรือพื้นที่ โดยชุมชนที่จะได้สิทธิทำกินจะต้องเป็นชุมชนในลุ่มน้ำชั้น 3, 4 และ5 เท่านั้น ส่วนพื้นที่ต้นน้ำ ชั้น 1 และ 2 จะไม่มีการให้สิทธิทำกิน เพราะต้องอนุรักษ์เป็นแหล่งต้นน้ำ อาจจะมีการย้ายชุมชนเหล่านั้นออกมาโดยจ่ายค่าชดเชย หรือจัดสรรหาที่ดินใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า แนวทางการจัดการที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรในลักษณะไม่ให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น จะไม่นำพื้นที่ป่าอนุรักษ์ไปปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรณีอยู่อาศัยทำกินมาก่อนวันประกาศเขตสงวนหวงห้ามและเป็นพื้นที่ไม่ล่อแหลมคุกคามต่อระบบนิเวศน์ ให้อยู่อาศัยทำกินที่เดิมมีการจัดขอบเขตให้ชัดเจน แต่หากเป็นพื้นที่ล่อแหลมคุกคามต่อระบบนิเวศน์ ให้ช่วยเหลือตามความเหมาะสม ส่วนกรณีที่อยู่อาศัยทำกินหลังวันประกาศเขตป่าให้เคลื่อนย้ายออกไปพื้นที่รองรับอื่น หากเคลื่อนย้ายไม่ได้ทันทีให้ควบคุมพื้นที่และจัดระเบียบให้เพียงพอกับการดำรงชีพ

จากการสำรวจการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรฯ มีพื้นที่ป่าตามกฎหมายทั้งหมด 135 ล้านไร่ ถูกนำไปใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 23.5 ล้านไร่ มีประชาชนมาขึ้นทะเบียนเพื่อให้สำรวจตามมติ ครม. วันที่ 30 มิ.ย.41 โดยกรมอุทยานฯ ได้ตรวจสอบพิสูจน์การครอบครองที่ดินของราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมายแล้ว พบว่ามีประชาชนอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า 150,622 ราย จำนวน 211,923 แปลง เนื้อที่ 1,434,842 ไร่ โดยอยู่ก่อนประกาศเขตป่า 67,037 ราย เนื้อที่ 89,911 แปลง พื้นที่ 499,980 ไร่ อยู่หลังประกาศเขตป่า 87,560 ราย เนื้อที่ 127,050 แปลง เนื้อที่ 984,844 ไร่

อ่านเพิ่มเติม...
สมหมาย บุษบาข่มขู่ปากช่องนครราชสีมาเพิกถอนโฉนดปราบปรามมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษฏ์บุกรุกที่ดิน