ข่าว
100 year

กักตัวสาวกินี ตรวจ‘อีโบลา’

ทีมข่าวหน้า 13 ก.ย. 2557 06:23 น.
SHARE

จากแอฟริกามาไทย-มีไข้

กระทรวงสาธารณสุขพบหญิงชาวกินีวัย 24 ปี เดินทางเข้าประเทศ ไทยเพื่อตามหาสามีอยู่ในเกณฑ์สอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา หลังมาถึงไทยเมื่อ 10 วันก่อน แล้วเพิ่งมีอาการไข้ เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน ด้านกรมควบคุมโรคเร่งส่งทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่สัมภาษณ์ประวัติผู้เข้าข่าย-คนใกล้ชิดอีก 16 รายอย่างละเอียด เบื้องต้นผลตรวจไม่พบเชื้ออีโบลา ยืนยันมาตรการเฝ้าระวังไม่ได้หละหลวม

หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เคยเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกอีโบลา จากสาวไทยวัย 48 ปีที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรค เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งผลตรวจเลือดไม่พบติดเชื้อแต่อย่างใด แต่เมื่อวันที่ 2 ก.ย. เวลา 11.30 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. กล่าวว่า จากมาตรการเฝ้าระวังสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลานั้น เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาทาง สธ.ได้รับรายงานว่าพบผู้อยู่ในเกณฑ์สอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา 1 ราย เป็นหญิงชาวกินีอายุ 24 ปี ซึ่งเดินทางมาจากทวีปแอฟริกา เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา และเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบไข้ และหญิงรายดังกล่าว เริ่มมีไข้เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา และได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทางโรงพยาบาลดังกล่าวจึงได้สอบสวนโรครวมถึงรับเข้าระบบเฝ้าระวังเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา และได้ส่งเลือดตรวจที่ห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อที่ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลก (WHO) สัตว์สู่คน ภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวง สาธารณสุข ซึ่งจะทราบผลเบื้องต้นภายใน 1 วัน อย่างไรก็ตาม สำหรับการสอบสวนโรคนั้น จะมีการติดตามผู้ใกล้ชิดกับหญิงรายดังกล่าวอีกรวม 16 ราย โดยจะมีการสอบประวัติและแยกว่ามีประวัติสัมผัสใกล้ชิดหรือไม่เพื่อทำการติดตามต่อไป

“สำหรับหญิงรายดังกล่าว พบว่าเบื้องต้นมีไข้ เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน แต่เบื้องต้นไข้เริ่มลดลง โดยขณะนี้ได้รับตัวเข้ารักษาและเฝ้าระวังอาการที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งหนึ่งแล้ว ในห้องแยกโรคที่มีการปรับความดัน และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด ขณะนี้ยังไม่ถือว่า หญิงรายดังกล่าวติดเชื้อหรือเป็นผู้ป่วย แต่เมื่อเข้าข่าย คือมาจากพื้นที่ระบาดและมีไข้ ก็ต้องเข้าข่ายสอบสวนโรค” นพ.ณรงค์กล่าว

ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เบื้องต้นอาการของผู้ที่จะเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคแบ่งเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่ 1.เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด และมีไข้ 2.มาจากพื้นที่ระบาด อาการต้องสงสัย มีอาการชัดเจน เช่น เลือดออก เป็นต้น 3.อาการน่าจะเป็น คือ มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยในพื้นที่ แต่ยังไม่มีผลตรวจยืนยัน และ 4.มีผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการชัดเจน โดยหญิงรายดังกล่าว ถือว่าเข้าข่ายกรณีแรก คือเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงและมีไข้ อย่างไรก็ตาม หญิงรายดังกล่าวมาพบแพทย์เพราะมีไข้ และเมื่อสอบสวนประวัติ จึงทราบว่าเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงถือว่าต้องเข้าข่ายสอบสวนเฝ้าระวังโรค ส่วนประวัติการสัมผัสของหญิงรายดังกล่าวในพื้นที่กินี ต้องรอให้ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SART) สัมภาษณ์ประวัติอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้สำหรับผู้ที่เข้าข่ายสัมผัสกับหญิงรายดังกล่าว จะต้องแยกกลุ่มตามประวัติ สัมผัสใกล้ชิด และไม่ใกล้ชิดด้วย

นพ.โสภณ เมฆธน กล่าวอีกว่า ทีมสอบสวนโรคประจำจังหวัดที่หญิงชาวกินีวัย 24 ปี อาศัยอยู่ได้สอบสวนโรคเบื้องต้น พบว่าหญิงรายดังกล่าวเดินทางเข้ามาหาสามีในไทยและมาทำธุรกิจด้วย ยังไม่มีประวัติสัมผัส อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคได้ส่งเจ้าหน้าที่ SART จากส่วนกลางลงไปในพื้นที่แล้ว คาดว่าจะได้ข้อมูลสอบสวนโรคที่มากยิ่งขึ้น ส่วนสามีของหญิงรายดังกล่าวพบว่าเดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่อ 5 เดือนก่อนแล้ว

ต่อข้อถามการเจอผู้หญิงเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายนี้หลังจากที่เข้ารักษาที่โรงพยาบาล ถือว่ามาตรการเฝ้าระวังหละหลวมหรือไม่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีนี้ถือว่าสามารถพบเจอผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคได้อย่างรวดเร็ว การเฝ้าระวังมีประสิทธิภาพ เนื่องจากในการเฝ้าระวังจะแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1.ที่ท่าอากาศยาน หากพบว่ามีไข้จะนำตัวเข้ารับการดูแลรักษาในโรงพยาบาลทันที ถ้าไม่มีไข้จะมีการติดตามสอบถามอาการทุกวันจนครบ 21 วัน 2.การเฝ้าระวังที่ชุมชน และ 3.เฝ้าระวังที่โรงพยาบาล แต่ผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคชาวกินีรายนี้ ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ พูดได้เฉพาะภาษาฝรั่งเศส การสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์จึงเป็นไปได้ลำบาก จนเมื่อมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล จึงจัดหาล่ามภาษาฝรั่งเศสมาช่วยสื่อสาร อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคอีโบลาทั่วโลกสะสม 3,069 ราย เสียชีวิต 1,552 ราย อัตราป่วยเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 51

ต่อมาเวลา 17.40 น. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผลการตรวจเลือดหญิงชาวกินี วัย 24 ปี ซึ่งเข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคติดเชื้ออีโบลา โดยส่งตรวจเลือดที่ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อ ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลก สัตว์สู่คน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าผลการตรวจเบื้องต้นทั้ง 2 แห่ง ให้ผลเป็นลบ คือไม่พบการติดเชื้ออีโบลา โดยจะตรวจเลือดซ้ำอีกครั้งในวันที่ 4 ก.ย. ซึ่งจะทราบผลชัดเจนในสัปดาห์นี้

ด้าน นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงผลการตรวจเลือดหญิงวัย 24 ปี ชาวกินี ว่า ทางกรมวิทย์ฯได้ตรวจวิเคราะห์ชีวโมเลกุล หรือระบบพีซีอาร์ (PCR: Polymerase Chain Reaction) แล้ว โดยผลการตรวจครั้งแรกชุดตรวจจากประเทศจีนให้ผลลบ ส่วนผลตรวจครั้งที่สองซึ่งเป็นชุดตรวจจากประเทศเยอรมนีให้ผลเป็นลบเช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงหมายถึงไม่พบเชื้ออีโบลา ซึ่งในการตรวจครั้งหน้าจะมีการเพิ่มเครื่องตรวจเชื้อเพื่อให้เกิดความรวดเร็วของการรายงานผลด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอีโบลาอีโบลา ในไทยกรมควบคุมโรคสาธารณสุขอีโบลาระบาดในไทยกระทรวงสาธารณสุขกินีเดินทางประเทศไทยโสภณ เมฆธนณรงค์ สหเมธาพัฒน์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้