ข่าว
100 year

‘เก๋’ เผยเคลียร์เจ้าของหมา ‘เจคอป’ จบด้วยดี ย้ำเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.สัตว์ฯ

ไทยรัฐออนไลน์2 ก.ย. 2557 23:50 น.
SHARE

เก๋-ชลลดา เผยเคลียร์เจ้าของเจคอป สุนัขปอมเมอเรเนียนที่ถูกทำร้าย หลังอีกฝ่ายเข้าใจผิดเรื่องข้อความเฟซบุ๊ก ยันหมดหน้าที่แล้ว เพราะอีกฝ่ายขอดูแลสุนัขเอง ส่วนคนทำร้ายสุนัขปล่อยให้ตำรวจจัดการ ย้ำเดินหน้าดันพ.ร.บ.สัตว์ต่อไป...

กลายเป็นประเด็นที่ขาเมาท์ รวมทั้งบรรดาคนรักสัตว์วิพากษ์วิจารณ์ สำหรับกรณีที่มูลนิธิเดอะวอยซ์ เสียงจากเรา ซึ่งมีพิธีกรสาว เก๋-ชลลดา เมฆราตรี เป็นประธานมูลนิธิ ได้เข้าไปช่วยเหลือกรณี "น้องเจคอป" สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ที่ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก โดยมีบาดแผลที่ขาทั้ง 4 ข้าง และถูกน้ำยาล้างห้องน้ำกัดทั่วทั้งตัว ทำให้ต้องตัดขาทิ้ง 1 ข้าง แต่สุดท้าย น.ส.อรัญญา สุระบุตร หรือคุณรัน ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขดังกล่าว ยืนยันผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่ขอรับความช่วยเหลือจากทางมูลนิธิฯ เพราะตนปรึกษากับทางครอบครัวแล้วว่า อยากดูแลน้องเจคอปอย่างใกล้ชิด และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด และน้องเจคอป ติดตนมาก จึงกลัวว่าหากต้องไปอยู่ที่อื่น อาจจะเกิดความเครียดจนร่างกายทรุดหนักได้

งานนี้ เก๋-ชลลดา จึงนัดสื่อมวลชน มารับฟังการชี้แจงจากเจ้าตัวพร้อมด้วย นายโรเจอร์ โลหนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย และนายสัตวแพทย์ณัฐกาญจน์ แกล้วเขตต์การ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ณ ห้องสุรวงษ์วิวัฒน์ ชั้น 10 อาคารศรีสุริยวงศ์ โรงแรมตวันนา ถ.สุรวงศ์ พร้อมทั้งเผยถึงความคืบหน้าในการยื่นเรื่องร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์ ฉบับประชาชน เพื่อให้เป็นกฎหมายบังคับใช้ในประเทศไทยอีกด้วย

เก๋-ชลลดา

โดย เก๋-ชลลดา เผยถึงกรณีน้องเจคอป สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ให้ฟังว่า "ที่มาแถลงข่าววันนี้คือเก๋ต้องการชี้แจงว่าการทำงานของมูลนิธิเดอะวอยซ์เสียงจากเรา ของเก๋ในฐานะที่เป็นประธานได้หมดสิ้นหน้าที่ในกรณีนี้ลงแล้ว คือมูลนิธิของเรามีจุดประสงค์แรกเริ่ม คือช่วยเหลือสัตว์ยากไร้และต้องการความช่วยเหลือจากเรา แต่สำหรับกรณีน้องเจคอป เราได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมน้องและเจ้าของแล้ว ซึ่งทางเจ้าของแจ้งความประสงค์ว่า จะรับผิดชอบดูแลสุนัขของเขาเอง ซึ่งขอบเขตกฎหมายไทยเนี่ยเก๋ก็หมดหน้าที่ตั้งแต่ตรงนี้แล้ว ที่ออกมาพูดเพราะอยากให้เข้าใจตรงกัน เพราะบางกระแสยังเข้าใจว่า เจคอปยังอยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลหรือรักษาอยู่ในส่วนคุณรันและครอบครัวแล้ว ส่วนจะมีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือต้องถามทางคุณรันค่ะ"

เราได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมมาเป็นไงบ้าง? "เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ติดต่อทางครอบครัวคุณรัน ได้โดยผ่านเพื่อนคุณรันอีกที ก็มีโอกาสเข้าไปพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบว่า ต้องการความช่วยเหลือยังไงบ้าง เหมือนกับที่เราได้รับข่าวสารบ้างรึเปล่า เพราะมูลนิธิฯ ของเราได้รับข่าวสารจากการแชร์ เราก็ลงพื้นที่แล้วถามว่าต้องการการช่วยเหลือจากเราในด้านสัตวแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางอย่างที่ต้องการหรือไม่ ต้องการทุนทรัพย์อย่างที่เราได้รับข่าวสารหรือไม่ ซึ่งทางครอบครัวได้ชี้แจงกับเราแล้วว่า ไม่ได้ต้องการการช่วยเหลือตอนนี้แล้ว คิดว่าเขาจะดูแลด้วยตนเองค่ะ หลังจากวันนี้ที่เราแถลงข่าวก็ต้องบอกว่าทางมูลนิธิฯ ของเราหมดหน้าที่แล้ว ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกรณีนี้อีกต่อไปแล้วเพราะเจ้าของแสดงความประสงค์ออกมาแล้วค่ะ ซึ่งถือว่าจบลงด้วยดี ไม่มีเหตุทะเลาะอย่างที่หลายคนเข้าใจ”

บรรยากาศการแถลงข่าว

จะมีติดตามผลโทรไปเช็กไหม? “แน่นอนค่ะ คือเราเป็นมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเนี่ยเราก็จะติดตามผลต่อไป ในส่วนตัวคนร้ายเองก็ต้องเป็นหน้าที่ของทางตำรวจ สน.โคกคราม ซึ่งท่านผู้กำกับ ท่านรองสารวัตรสืบสวน ท่านก็ลงมือสอบสวนอย่างเต็มที่ ก็ต้องติดตามความคืบหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป”

ทางเจ้าของยินดีให้เราติดตามอาการของน้องเจคอป? “ใช่ค่ะ เจ้าหน้าที่ของเรามีการพูดคุยว่าน้องเป็นยังไง รักษาอยู่ที่ไหน ก็มีการสอบถามอาการค่ะ” ได้คุยกับคุณรันไหมว่าหลังจากนี้จะจัดการยังไง? “อย่างที่บอกไปว่าพี่เก๋ไม่มีโอกาสคุยกับคุณรันโดยตรง นอกจากการเขียนเฟซบุ๊กเมื่อวาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เข้าไปเขียนหน้าเฟซบุ๊กของคุณรันว่ามีการเข้าใจผิดกันนิดนึงเรื่องข้อความที่ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้โพสต์ขึ้นเฟซบุ๊กว่า วันนี้จะมีการแถลงข่าวของการสิ้นสุดคดีถึงที่สุด ซึ่งทางคุณรันเข้าใจผิดว่าเราหมายถึงทางคดี ตอนที่เราส่งหมายข่าวไป คือเราหมายความว่าสิ้นสุดคดีในฐานะที่เราเป็นมูลนิธิ คือหมดหน้าที่ของมูลนิธิฯ แล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยลงไปเบื้องลึกขนาดที่ว่าอนาคตต่อไปเขาจะเลี้ยงดูอย่างไรนะคะ เพราะตรงนี้ถือเป็นสัตว์เลี้ยง ก็เป็นสิทธิ์ของเขาจริงๆค่ะ อย่างที่เก๋บอกไปว่าตามกฎหมายไทยปัจจุบันที่มีอยู่ คือสัตว์เลี้ยงคือสมบัติของผู้นั้น ฉะนั้นก็อยู่ที่วิจารณญาณของผู้เป็นเจ้าของ เก๋อยากฝากถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนว่าคดีนี้อาจจะเป็นการเตือนสติปลูกจิตสำนึกในแง่ดีว่าจริงๆ การเลี้ยงสัตว์ 1 ตัวต้องดูความพร้อมของตัวเองทุกด้าน เพราะ 1 ชีวิตคือภาระหน้าที่ความผูกพัน ถ้าคุณไม่พร้อมดูแลเขาก็อย่าเลี้ยงเลยดีกว่า”

เก๋-ชลลดา พร้อมด้วยนายโรเจอร์ โลหนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย และนายสัตวแพทย์ณัฐกาญจน์ แกล้วเขตต์การ ร่วมเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์ ฉบับประชาชน


ถามถึงร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์ฉบับประชาชน ไปถึงส่วนไหนแล้ว? “ล่าสุดที่มีข่าวว่าพวกเราไปรวมตัวกันที่หน้ากองทัพบกเพื่อยื่นร่างพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์ ให้ทาง คสช. ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็อยากจะวิงวอนอยากให้ท่านรับพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ซึ่งยื่นโดยประชาชน มีทั้งหมด 20 ข้อ โดยเป็นร่างที่มาจากคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นสัตวแพทย์ อาสาสมัคร หรือผู้ดูแลสัตว์ต่างๆ ทุกชีวิตที่มีความเชี่ยวชาญและลงความเห็นตรงกันว่าไม่มีช่องว่างหรือช่องโหว่ใดๆ ทั้งสิ้น คือมาตรฐานมันชัดเจนมากๆ เพราะเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวกับการยอมรับของต่างประเทศด้วย แล้วตอนนี้เราจะเข้า AEC แล้ว เก๋อยากให้ชาติไทยเป็นชาติแรกในอาเซียนที่จะมี พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ค่ะ”

ต้องผ่านอีกกี่กระบวนการถึงจะได้บังคับใช้? “โดยตามความจริงถ้าท่านนายกฯ เปิดสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อไหร่ และมีการพิจารณากฎหมาย ถ้า พ.ร.บ.สัตว์เข้าไปเมื่อไหร่ เก๋เชื่อว่าเมื่อทุกคนเห็นร่าง พ.ร.บ.คงจะไม่มีใครขัดข้อง แค่สนช.ทุกท่านยกมือเห็นด้วยพร้อมกันแล้วประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกาบรรจุเป็นกฎหมายไทย แค่นี้ทุกสรรพสัตว์ก็จะมีสิทธิเสรีภาพและโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีโดยที่เราไม่ต้องไปเบียดเบียนเขาแล้ว”

แสดงว่าเรามั่นใจกับการร่างกฎหมายนี้? “มากเลยค่ะ ต้องบอกว่ากฎหมายฉบับนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียง 1-2 อาทิตย์ กฎหมายฉบับนี้ได้ถูกแต่งเติมแก้ไขตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา วันนี้เก๋เป็นตัวแทนรุ่นล่าสุดของคนที่ยืนยันป้องกันการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ แล้วปีนี้เป็นปีที่โชคดีมากๆ ที่ท่านนายกฯ รับเรื่องนี้ไว้ ฉะนั้นเก๋รอมา 7 ปีเต็มแล้ว อยากให้ลูกหลานได้มี พ.ร.บ.นี้ เขาจะได้รู้ว่าความเมตตาในสังคมไทยเป็นยังไงค่ะ จริงๆ แล้วจากที่เคยมีการเดินขบวนเรียกร้องหรือไปรวมพลอย่างสงบที่หน้ารัฐสภาเมื่อ 7 เม.ย. 2556 ตอนนั้นรัฐบาลไม่ได้รับร่าง พ.ร.บ. แต่วันนี้ท่านนายกฯ คนปัจจุบันรับเรื่องแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับว่าสภาฯจะเปิดเมื่อไหร่ค่ะ”

ภาพบางส่วนของสัตว์ที่ถูกทำร้าย

เราก็เดินหน้าสู้ไม่ถอยแน่นอน? “ใช่ค่ะ ไม่ใช่ว่าเก๋ใจร้อน ทำแล้วต้องทำให้ได้เพราะเป็นเก๋ เพียงแต่เขาทำกันมาต่อเนื่องแล้วเหมือนกับส่งไม้ผลัดค่ะ ซึ่งเก๋ขอเป็นเสียงตรงนี้ส่งมาถึงสื่อมวลชนทุกแขนง ซึ่งจะเป็นส่วนที่ทำให้ความฝันของคนรักสัตว์เป็นจริงซะที และเก๋เชื่อว่าทุกคนในที่นี้เมตตาสัตว์ค่ะ ถ้า พ.ร.บ.นี้ออกไป แค่คุณเห็นรถชนสุนัขแล้วหนี คุณไปแจ้งความที่โรงพัก จดป้ายทะเบียนรถคันนั้น รถคันนั้นต้องดูแลรับผิดชอบชีวิตสุนัขตัวนั้นจนหาย ซึ่งจะทำให้ไม่มีเรื่องราวทำให้สลดหดหู่ในสังคมไทยอีกแล้วค่ะ”

แต่ถ้ายื่นเรื่องไปแล้วไม่ผ่านเราจะทำยังไงต่อไป? “ถ้าไม่ได้รับการพิจารณา เราก็ยืนหยัดต่อสู้ต่อไป คือเจตนารมณ์เราทำมาตั้งแต่ต้น ก็อยากให้ทุกคนได้เห็น เก๋ว่าตอนนี้หลายๆ สื่อออกมาพูดเรื่องคดีสัตว์ต่างๆ ซึ่งมันมีเยอะมากเลย เก๋ว่าถ้าทางรัฐบาลไทยอยากให้หน้าตาบ้านเราดูเป็นบ้านเมืองที่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน กฎหมายนี้ควรถูกบรรจุเป็น พ.ร.บ.สักทีค่ะ”

คิดว่าจะได้เห็นในปีนี้ไหม? “ก็คาดหวังมากๆ ค่ะ แต่น่าเสียดายที่ต้องรอท่านนายกฯ นะคะ ยังไงก็ฝากท่านนายกฯ ด้วยนะคะ คืนความสุขให้ประชาชนแล้ว คืนความเมตตาให้กับสัตว์ทุกชีวิตด้วยแล้วกันนะคะ ถือว่าวันนี้เก๋พูดแทนสรรพสัตว์ที่พูดไม่ได้ค่ะ”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เก๋ชลลดา เมฆราตรีเคลียร์อรัญญา สุระบุตรเจ้าของเจคอปสุนัขปอมเมอเรเนียนถูกทำร้ายบาดเจ็บบาดแผลตัดขาน้ำยาล้างห้องน้ำกัดเดินหน้าผลักดันพ.ร.บ.สัตว์พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์ ฉบับประชาชน

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้