วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไข่มุก..หอยน้ำจืดประมงไทยทำได้แล้ว

ไข่มุก..หอยน้ำจืดประมงไทยทำได้แล้ว

  • Share:

เป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรไทย กำลังจะมีอาชีพใหม่...เลี้ยงหอยมุกน้ำจืด

จากแต่เดิมเราประสบปัญหา หอยมุกน้ำจืด Chamberlainia hainesiana หอยที่มีขนาดใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย ถูกพ่อค้าลักลอบส่งไปขายยังญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงไข่มุก ส่งผลให้ประชากรหอยชนิดนี้ลดลงอย่างรวดเร็วจนเกือบจะสูญพันธุ์...ปี 2528 กรมประมง โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดกาญจนบุรี จึงมีโครงการรวบรวมหอยมุกน้ำจืดที่พบในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี มาศึกษาหาวิธีเพาะขยายพันธุ์ เพื่อนำไปปล่อยทดแทนหอยในธรรมชาติที่ลดลง

ไข่มุกที่ได้จากการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ


แต่ช่วยบรรเทาปัญหาหอยใกล้สูญพันธุ์ได้แค่ระดับหนึ่ง เพราะยังไม่สามารถแก้ที่ต้นเหตุของปัญหาได้ การศึกษาวิจัยหอยพันธุ์นี้จึงถูกยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง นั่นคือ หาวิธีเลี้ยงหอยมุกน้ำจืด เพื่อนำมาผลิตเป็นไข่มุก

“กว่าเราจะหาวิธีเพาะเลี้ยงหอยให้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาหลายปี เพราะขั้นตอนมีความซับซ้อน เนื่องจากลูกหอยระยะแรกมีขนาดเล็กประมาณ 200 ไมครอน ต้องใช้เวลาถึง 4 เดือน เพื่อให้ได้ขนาดความยาวเปลือก 1 เซนติเมตร และที่ผ่านมาทางศูนย์เพาะเลี้ยงลูกหอยได้ปีละแค่ 30,000ตัว ซึ่งถือว่าน้อยมาก ถ้าจะทำให้ได้เชิงพาณิชย์

เราเลยต้องพัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงมาตลอด จนกระทั่งปี 2534 ถึงจะประสบความสำเร็จ ในการเพาะเลี้ยงลูกหอยมีอัตราการรอดตายสูงขึ้น โดยการควบคุมทั้งในเรื่องของอาหาร คุณภาพน้ำ เราถึงสามารถผลิตลูกหอยมุกน้ำจืดได้เพิ่มขึ้นเท่าตัว ปีละ 60,000-100,000 ตัว”

นายนิวัฒน์ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง เผยถึงความเป็นมาของการเลี้ยงหอยมุกน้ำจืดกว่าจะสำเร็จได้ในวันนี้...

แต่กระนั้นการเพาะเลี้ยงให้ได้ปริมาณมากขึ้น ยังไม่อาจจะทำเป็นไข่มุกในเชิงพาณิชย์ได้ เพราะงบประมาณปกติมิอาจให้ทำได้ง่ายๆ ปี 2555 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ได้สนับสนุนงบประมาณให้ดำเนินโครงการการพัฒนาการเพาะเลี้ยงหอยมุกน้ำจืด และการผลิตไข่มุกน้ำจืดเพื่อการพาณิชย์...สิ่งที่คนไทยไม่เคยได้ทำ จึงบังเกิดขึ้น

ไข่มุก...โดยวิธีปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ


“การทำมุกในหอยน้ำจืดจะแตกต่างกับหอยมุกทะเล หอยมุกทะเลจะใช้ทรายใส่เข้าไปในตัวหอย แต่หอยมุกน้ำจืดจะได้ไข่มุกต้องใช้วิธีปลูกถ่ายเนื้อเยื่อใส่เข้าไปในหอย เพื่อกระตุ้นให้หอยขับสารออกมาเคลือบเป็นไข่มุกโดยสีของไข่มุกที่ได้จะแตกต่างกันไปขึ้นกับชนิดของหอย มีทั้งสีขาวและสีเหลือง”

อธิบดีกรมประมงบอกว่า การศึกษาขณะนี้ เราสามารถทำเป็นไข่มุกจากหอยน้ำจืดได้แล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นสูงสุด นั่นคือ ทำให้ไข่มุกสีขาวและเหลือง เปลี่ยนเป็นสีอื่น ด้วยวิธีการย้อมสี ฟอกสี และฉายรังสี

แต่ความสำเร็จเพียงนี้ เพียงพอจะส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงหอยมุกน้ำจืด เพื่อผลิตไข่มุกในเชิงพาณิชย์ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้แล้ว.


ไชยรัตน์ ส้มฉุน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้