ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ถ้าใครทุจริต "ติดคุกลูกเดียว"

    สายล่อฟ้า3 ก.ย. 2557 05:01 น.
    SHARE

    ประกาศเสียงดังฟังชัดในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯหมาดๆบอกว่า ผู้ที่เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีหากใครทุจริต “ติดคุกลูกเดียว” ถือว่าเป็นนายกฯคนแรกที่พูดอย่างตรงไปตรงมา

    ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าแม้รัฐบาลทุกรัฐบาลประกาศนโยบายชัดเจนในเรื่องการป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน แต่ก็ไม่ได้พูดตรงไป
    ตรงมาอย่างนี้

    ก็เป็นเรื่องที่ดีและต้องติดตามกันต่อไป

    การที่ พล.อ.ประยุทธ์หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดก็คงเนื่องมาจากที่รัฐบาล “ประยุทธ์ 1” ของเขานั้นว่ามีทหารเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นรัฐบาลของพี่ ของเพื่อน ของน้องอะไรทำนองนั้น

    จึงเกรงกันว่าหากมีรัฐมนตรีคนไหนทุจริตจะทำอย่างไรเพราะเป็นพวกเดียวกันทั้งนั้น ก็ต้องออกตัวกันเสียก่อนเพื่อเป็นการปรามกันล่วงหน้าอย่าได้ทำเป็นอันขาด

    “อย่าระแวงจนเกินไป ถ้ารัฐมนตรีทำงานไม่ดีก็ปรับใหม่ได้ ใครทุจริตก็ติดคุกลูกเดียว”

    แน่นอนว่าหลังจากที่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองและได้การขานรับจากประชาชน ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะภาพลักษณ์ที่ดีของ พล.อ.ประยุทธ์จนได้รับการยอมรับ

    แต่นั่นเป็นเรื่องเฉพาะตัวเท่านั้น แม้จะเชื่อมั่นในตัวนายกฯ

    คนใหม่ แต่ต่างคนต่างจิตต่างใจจะเหมารวมทั้งหมดคงไม่ได้ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

    ในฐานะนายกฯซึ่งต้องรับผิดชอบทุกอย่างไม่เฉพาะการบริหารประเทศเท่านั้น แต่บุคคลที่นำเข้ามาร่วมเป็น ครม.ก็ต้องควบคุมดูแลทั้งด้านการปฏิบัติหน้าที่และการกระทำต่างๆถ้าทำดีก็ได้ดีกันทั้งคณะ

    หากมีการทุจริตประพฤติมิชอบก็พังกันไปทั้งคณะ

    การที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจการปกครองประเทศนั้นนอกเหนือจากการทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบและสร้างความปรองดอง การปฏิรูปประเทศตามที่ทุกฝ่ายต้องการและปรารถนา

    อีกเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือการทุจริตคอร์รัปชัน

    นั่นจึงเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องพึงตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้

    มิฉะนั้นก็จะกลายเป็น “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” ทำนองนั้น

    ต้องไม่ลืมว่าการดำเนินการต่างๆของ คสช.ที่ผ่านมาก็เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของประเทศในทุกๆด้านเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศครั้งสำคัญ

    ซึ่งการปฏิรูปนั้นการคอร์รัปชันก็เป็นส่วนสำคัญที่จะต้องมีการพูดถึงกันมากและจะต้องหาทางป้องกันและแก้ไขให้เป็นรูปธรรม

    เพราะหากไม่สามารถดำเนินการได้ ต่อให้ปฏิรูปอย่างไรก็แก้ไขปัญหาของประเทศไม่ได้

    มีตัวอย่างเช่นว่าหากมีการทุจริตจะต้องลงโทษอย่างรุนแรง ไม่หมดอายุความ คือเป็นโทษติดตัวไปจนตาย

    นอกจากนั้นบทลงโทษจะขยายความไปถึงผู้ร่วมทุจริตด้วยไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า นักธุรกิจที่จ่ายใต้โต๊ะให้ข้าราชการ นักการเมือง รัฐมนตรีอีกด้วย

    ยิ่งไปกว่านั้นการยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นในส่วนของนักการเมือง ข้าราชการจะต้องมีการแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วยว่าได้มาอย่างไร เสียภาษีหรือไม่

    หรือยังมีข้อเสนอด้วยว่าหากมีการทุจริตเลือกตั้ง การซื้อสิทธิขายเสียงจะต้องมีการลงโทษอย่างเต็มที่ เช่นว่าห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต

    ต่างๆเหล่านี้ยังเป็นเพียงแนวคิดที่จะต้องนำไปพิจารณากันในที่ประชุม สปช.ว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไร เพราะที่ผ่านมา แม้จะมีองค์กรตรวจสอบจากหลายส่วนแต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

    นั่นคงเป็นเพราะสังคมยังไม่กล้าที่จะใช้ “ยาแรง”.

    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้ารัฐมนตรีครม.ประยุทธ์1ทุจริตติดคุกชัดเจนคอร์รัปชัน

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 21:44 น.