วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เตือนหมอพิสิฐ เบี้ยวคดีอุ้มบุญ หมายจับทันที!

เตือนหมอพิสิฐ เบี้ยวคดีอุ้มบุญ หมายจับทันที!

  • Share:

ตำรวจลุมพินีรอเก้อ ไร้เงา “หมอพิสิฐ” หมออุ้มบุญ มาให้ปากคำ คาดหาก 6 ก.ย.นี้ยังไม่มา ก็พร้อมออกหมายจับ ขณะที่ทนายของหนุ่มญี่ปุ่นก็เลื่อนนัดการเข้าให้ข้อมูลตำรวจ อ้างอยู่ระหว่างแปลเอกสารภาษาญี่ปุ่นเป็นไทย ด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เตรียมประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องหลังหนุ่มญี่ปุ่นจะขอรับเด็กอุ้มบุญคืน ยันต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ขณะเดียวกัน ก็ปัดคำขอที่จะส่งพี่เลี้ยงมาช่วยดูแล รวมถึงเข้ามาพบเด็ก แต่อนุโลมให้แม่อุ้มบุญเข้าเยี่ยมเด็กได้ ด้านแพทย์หญิงจากศรีราชาโร่แจ้งตำรวจ ถูกเว็บรับทำอุ้มบุญในสหรัฐอเมริกาแอบอ้างชื่อเป็นตัวแทนในไทย เจ้าตัวยันไม่คิดทำผิด ก.ม.ซะเอง

ความคืบหน้ากรณีหนุ่มญี่ปุ่นที่อ้างเป็นทายาทมหาเศรษฐีมาจ้างสาวไทยอุ้มท้อง จนคลอดทารกออกมากว่าสิบราย ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินคดีกับสถานประกอบการและแพทย์ที่ดำเนินการทำอุ้มบุญให้ โดยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ สน.ลุมพินี ว่ายังคงมีผู้สื่อข่าวบางส่วนไปติดตามทำข่าวในกรณีอุ้มบุญ โดยเฉพาะสื่อชาวญี่ปุ่นยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ก็ยังคงไร้ความเคลื่อนไหวทั้งในส่วนทนายของ นพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล เจ้าของสถานพยาบาล ออลไอวีเอฟ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกและทางด้านแม่อุ้มบุญที่ยังไม่ได้สอบปากคำอีก 3 ราย เพื่อให้ปากคำ ในกรณีการทำอุ้มบุญ

พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวนได้เตรียมเรียกแม่อุ้มบุญเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถระบุวันและเวลาได้ว่าจะเรียกมาในวันใด ในส่วนของ นพ.พิสิฐนั้นหลังจากที่ได้ให้ทนายความขอเลื่อนนัดให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่นั้น ก็ยังคงไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด คาดว่าจะมาให้ปากคำตามวันที่นัดไว้ในข้างต้นคือวันที่ 6 ก.ย.นี้ หากไม่มาตามหมายเรียก ทางเจ้าหน้าที่ก็พร้อมออกหมายจับทันที

ส่วนที่ สน.ลาดพร้าว พ.ต.อ.ภาคภูมิ พูลศิริ-โภคา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีเด็กอุ้มบุญ 15 คนว่าทนายความของนายมิตซูโตกิ ชิเกตะ ได้ประสานขอเลื่อนการให้ข้อมูลออกไปเป็นช่วงบ่ายวันที่ 3 ก.ย.นี้ โดยให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างการแปลเอกสารภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย ส่วนกรณีที่ทนายความนายมิตซูโตกินำภาพถ่ายเด็กอุ้มบุญ 4 คน ที่นายมิตซูโตกิพาออกนอกประเทศไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชามายืนยันกับตำรวจว่าเด็กทั้งหมดมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและไม่ทราบข่าวกรณีญาตินายมิตซูโตกิ ผู้ดูแลเด็กในกัมพูชาติดต่อมายังตำรวจไทยให้เข้าไปดูความเป็นอยู่ของเด็กอุ้มบุญที่ประเทศกัมพูชา แต่ก่อนหน้านี้ได้รับการติดต่อจากทนายความให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำนายมิตซู-โตกิที่ประเทศญี่ปุ่นจริง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างเตรียมเสนอเรื่องดังกล่าวให้ พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นผู้พิจารณา

ด้านนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายมิตซูโตกิ ชิเกตะ พยายามประสานนำตัวเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ คืนว่าเรื่องนี้กำลังนัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งคงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย หากยังไม่สามารถพิสูจน์ชัดเจนถึงความเป็นสายเลือด รวมถึงวัตถุประสงค์การจ้างอุ้มบุญจำนวนมาก ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนหลังจากที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ รับหน้าที่เป็นหน่วยจดแจ้งสิทธิ์หญิงตั้งครรภ์แทนที่ยังมีอยู่จำนวนไม่น้อย เพื่อให้ความคุ้มครองหญิงตั้งครรภ์แทน รวมถึงทารกในครรภ์หรือที่เกิดออกมาแล้วตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 นั้น เท่าที่รับรายงานขณะนี้มีการแจ้งเข้ามาแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถสรุปเป็นตัวเลขได้ คงต้องรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการ

ขณะเดียวกัน นางญาณี เลิศไกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างที่ตนเดินทางไปราชการที่ประเทศญี่ปุ่น นายรัฐประธาน ตุลาธร ทนายความนายชิเกตะ ได้ทำหนังสือมาถึงกรมพัฒนาสังคมฯ ระบุว่าจะขอส่งพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลเด็กที่เกิดจากหญิงตั้งครรภ์แทนที่นายชิเกตะว่าจ้างจำนวน 12 คนซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของกรม รวมถึงจะขอเข้ามาเยี่ยมเด็กทั้งหมด ซึ่งได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่กรมแจ้งและเมื่อกลับจากราชการที่ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ทำหนังสือตอบกลับถึงนายรัฐประธานไปแล้วเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาว่าทางกรมได้เลี้ยงดูแลเด็กทั้งหมดเป็นอย่างดี จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องส่งพี่เลี้ยงมาช่วย รวมถึงไม่สามารถที่จะให้นายรัฐ–ประธานเข้าเยี่ยมเด็กได้ เนื่องจากขณะนี้เด็กทั้งหมดถือว่าอยู่ในความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก อีกทั้งยังอยู่ในกระบวนการของคดีความ จึงไม่สามารถให้บุคคลอื่นใดเข้าเยี่ยมได้ เว้นแต่เฉพาะหญิงที่ตั้งครรภ์ ซึ่งตามกฎหมายยังถือว่าเป็นแม่เด็กที่จะสามารถอนุโลมให้เข้าเยี่ยมในฐานะแม่ของเด็กได้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าทางกรมได้ดูแลเด็กทุกคนอย่างดีโดยไม่ต้องเป็นห่วง ซึ่งรวมถึงหญิงที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์อีกรายขณะนี้ก็มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น และจะมีกำหนดคลอดในเดือน ต.ค.นี้

นางญาณีกล่าวด้วยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งตนได้ไปราชการที่ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่องค์กรที่ดูแลเด็ก ได้สอบถามเรื่องของนายชิเกตะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ตนพูดคุยก็ระบุว่าสื่อญี่ปุ่นเสนอข่าวเพียงระบุว่าเป็นชายวัย 24 ปีที่มีฐานะ แต่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ ทั้งสื่อยังระบุถึงความประสงค์ของนายชิเกตะโดยมองว่าขณะนี้สังคมญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุมากขึ้น เด็กเกิดน้อยลง เขาจึงอยากจะมีทายาทเพื่อคอยดูแล ซึ่งตนก็ได้แลกเปลี่ยนมุมมองไปว่าแต่การกระทำดังกล่าวอาจจะเป็นการฝืนธรรมชาติ และขาดความผูกพันระหว่างสายเลือดของผู้ที่ตั้งครรภ์โดยแท้จริง

นอกจากนี้ เมื่อเวลา 15.00 น.วันเดียวกัน แพทย์หญิงสุชาดา มงคลชัยภักดิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญภาวะผู้มีบุตรยากประจำ รพ.พญาไท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อุดม โกยเก็บ พนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา หลังพบว่ามีชื่อตัวเองถูกแอบอ้างอยู่ในเว็บไซต์เกี่ยวกับการรับทำอุ้มบุญของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจากการตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าวมีรายชื่อของผู้รับจ้างอุ้มบุญ นายหน้าและผู้ให้บริการทำอุ้มบุญในหลายประเทศ รวมถึงไทยด้วย

ทั้งนี้ พญ.สุชาดากล่าวว่า ที่เข้าแจ้งความเนื่องจากมีผู้หวังดีมาบอกว่ามีชื่อของตนอยู่ในเว็บไซต์รับทำอุ้มบุญของต่างประเทศดังกล่าว ซึ่งตนถูกแอบอ้างว่าเป็น 1 ในผู้ให้บริการด้านการทำอุ้มบุญในประเทศไทย ซึ่งละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและปัจจุบันตามกฎหมายไทย แพทย์จะทำผสมเทียมได้ก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้คือเป็นคู่สามีภรรยากันจริงๆ ที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ซึ่งจากการตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าวไม่มีการกล่าวถึงการทำอุ้มบุญที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ตนทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา แห่งเดียว ไม่มีคลินิกอยู่ที่อื่นตามที่เว็บไซต์กล่าวอ้างว่าตนรับให้บริการอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งยืนยันว่าไม่เคยทำงานในกรุงเทพฯ ตนเป็นแพทย์ทำงานในโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา มากว่า 10 ปี จึงรู้สึกเสียหายจนต้องเข้ามาแจ้งความในครั้งนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้