Thairath Logo
กีฬา

พิษรับน้อง ตั้งกก.สอบ ผอ.เทคนิค ฐานละเลย จนนร.ตาย

Share :

สั่งตั้งกรรมการสอบ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคฐานปล่อยปละละเลยให้มีการรับน้องนอกสถานที่จนเป็นเหตุให้นักศึกษาชาย ปวช.ปี 1 เสียชีวิตพร้อม กำชับสถานศึกษาใต้สังกัดห้ามรับน้องนอกสถานที่อย่างเด็ดขาด เพราะไม่มีนโยบายอย่างเด็ดขาด ส่วนเรื่องคดียังไม่มีการแจ้งข้อหาใคร ต้องรอผลชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง และสอบพยานที่เป็นชาวบ้านเพิ่มเติม ขณะที่แม่ผู้ตายวิงวอนขอให้ออกกฎหมายลงโทษการรับน้องรุนแรงอย่างเข้มงวดขอให้ลูกชายเป็นกรณีตัวอย่างและเป็นเหยื่อรายสุดท้าย

กรณีนายโภไคย หรือน้องกัน แสงโรจน์รัตน์ อายุ 17 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 1 วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี เสียชีวิตขณะเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องจากรุ่นพี่ที่ชายหาดทรายน้อย ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเช้าวันที่ 29 ส.ค.57 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน ยังไม่แจ้งข้อหากับผู้ใดได้ เนื่องจากยังไม่มีความแน่ชัดถึงสาเหตุของการเสียชีวิต มีเพียงการเปิดเผยผลการชันสูตรเบื้องต้นจากสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจว่า มีน้ำในช่องอกของผู้ตายและผู้ตายมีประวัติเคยจมน้ำ ส่วนสาเหตุเกิดจากขาดอากาศหายใจนั้น

ต่อมาเวลา 11.45 น. วันที่ 1 ก.ย. พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ รักษาการ ผกก.สภ.หัวหิน เปิดเผยว่า ผลชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวชวิทยาขณะนี้เป็นผลเบื้องต้นเท่านั้นยังต้องรอผลการชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้ง และต้องรอการลงความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรจึงจะตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีกับใครหรือไม่ แต่ผลเบื้องต้นสามารถนำมาเป็นเค้าโครงในการวางแนวทางสืบสวนสอบสวนเท่านั้น ตอนนี้ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนเรียกพยานที่เป็นชาวบ้านคนเดิมที่ระบุว่าเห็นเหตุการณ์มาสอบเพิ่มเติมลงในรายละเอียดว่าที่เห็นว่ามีการล็อกคอ และกรอกเหล้านั้นเห็นชัดเจนจริงหรือไม่ ล็อกคอแบบไหน จริงจังหรือว่าหยอกล้อเล่นกันและอยู่ห่างจากจุดที่เห็นมากน้อยแค่ไหนเพื่อดูน้ำหนักของพยาน ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างติดต่อขอเชิญชาวบ้านบางรายที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมด้วย

รักษาการ ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวอีกว่า เมื่อคืนวันที่ 31 ส.ค. ผู้บริหารของวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ได้เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.หัวหิน โดยยืนยันว่าทางวิทยาลัยไม่มีนโยบายให้นักศึกษาไปรับน้องนอกสถานที่เพราะเป็นคำสั่งห้ามของกระทรวงศึกษาธิการอยู่แล้วที่ไม่ให้มีการรับน้องนอกสถานที่ ฉะนั้นการรับน้องดังกล่าวถือว่าเป็นการแอบไปรับน้องกันเอง ทางวิทยาลัยกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการป้องกันและมีมาตรการควบคุมหลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างไร

ที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร.วันเดียวกัน นางศิริวิมล แสงโรจน์รัตน์ กับนายภาณุพงศ์ แสงโรจน์–รัตน์ แม่และพ่อของนายโภไคย หรือน้องกัน พร้อมด้วยเพื่อนนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานีเดินทางมารับศพนายโภไคย บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของผู้เป็นพ่อและแม่ โดยนางศิริวิมลเปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพเปิดร้านขายข้าวแกง น้องกันคอยช่วยเหลือแม่ตลอด หลังเลิกเรียนจะรีบกลับมาช่วยแม่ขายข้าวแกงเป็นประจำ ไม่เคยเกเรหรือออกไปเที่ยวเตร่ตอนกลางคืนเลย ก่อนวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ลูกชายยังได้โทรศัพท์มาบอกว่าขออนุญาตไปเที่ยวทะเลกับรุ่นพี่ที่วิทยาลัยพร้อมบอกเป็นลางว่า “ไปแล้วนะไม่ต้องเป็นห่วง” พอทราบว่าไปรับน้องตนยังได้แจ้งให้วิทยาลัยทราบว่าอย่าให้ลูกชายทำอะไรหนักๆ เพราะน้องกันมีปัญหาระบบทางปอด (หอบหืด) จนกระทั่งรุ่งเช้าของวันที่ 30 ส.ค. ตนและญาติมาทราบข่าวว่าลูกชายได้เสียชีวิตแล้ว

นางศิริวิมลกล่าวอีกว่า สำหรับผลการชันสูตรศพทางแพทย์ได้แจ้งถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายว่าระบบหายใจและระบบโลหิตล้มเหลว ในส่วนของคดีความนั้นตนยังไม่ขอพูด เนื่องจากจะต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดที่จะทราบภายใน 2 เดือนเสียก่อนว่าเป็นเรื่องทำร้ายร่างกายหรือเสียชีวิตตามธรรมชาติ พร้อมทั้งอยากจะวิงวอนไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้เสนอออกกฎหมายมารองรับเกี่ยวกับกิจกรรมรับน้องให้มีมาตรการที่เข้มงวดมากกว่านี้ “แม่ไม่อยากให้ทางวิทยาลัยต่างๆมีกิจกรรมรับน้อง ขอให้ลูกแม่เป็นศพสุดท้าย ขอให้เป็นกรณีตัวอย่าง และอยากจะฝากให้วิทยาลัยเข้มงวดถึงเรื่องความปลอดภัยของนักศึกษามากกว่านี้” นางศิริวิมลกล่าว สำหรับศพนายโภไคยญาตินำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดชินวราราม ต.บางขะแยง อ.เมืองปทุมธานี โดยสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 วัน

ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ลงนามในคำสั่ง สอศ.ที่ 1142/57 ลงวันที่ 1 ก.ย.57แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงนายขวัญชัย พานิชการ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี กรณีปล่อยปละละเลยให้นักศึกษารุ่นพี่จัดกิจกรรมรับน้องจนเกิดเหตุร้ายแรงส่งผลให้นายโภไคย นักศึกษา ปวช.1 เสียชีวิตแล้วโดยมีนายสิทธิศักดิ์ รัตนพาณิชย์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง สอศ. เป็นประธาน ทั้งนี้ให้เร่งดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และเสนอผลการสืบสวนมายังตนเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป ส่วนการดำเนินการกับรุ่นพี่ที่ก่อเหตุนั้นได้กำชับสถานศึกษาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและให้ดำเนินการตามระเบียบกับครู นักเรียนนักศึกษาที่ร่วมก่อเหตุทุกคน รวมทั้งให้ดูแลนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ด้วย

เลขาธิการ กอศ.กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ยังได้ออกหนังสือเวียนถึงผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด สอศ. ทั่วประเทศเพื่อซักซ้อมมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการรับน้องและการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้เรียนอย่างมีคุณภาพและมีความสุข โดยยืนยันว่า สอศ.ไม่มีนโยบายให้สถานศึกษาในสังกัดจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ การจัดกิจกรรมนอกสถานศึกษาไม่ว่าจะจัดโดยครู อาจารย์ หรือกลุ่มนักเรียนนักศึกษาจะต้องขออนุญาตจากผู้บริหารสถานศึกษาและต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองโดยกิจกรรมต้องเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ส่งเสริมความประพฤติ พัฒนาคุณธรรมจริยธรรมและบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและส่วนรวม ที่สำคัญต้องไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลทั้งร่างกายและจิตใจ และต้องไม่นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาใช้ในการจัดกิจกรรมทุกประเภท โดยให้สถานศึกษากำหนดมาตรการเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด และให้ผู้ปกครองเข้ามาช่วยสอดส่องด้วย

บ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ได้นำนายขวัญชัย พานิชการ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี มาชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนักศึกษา ปวช.1 เสียชีวิตหลังไปร่วมกิจกรรมรับน้อง โดยนายขวัญชัย กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้วิทยาลัยได้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนายโภไคยมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท และสมาคมผู้ปกครองและครูอีก 30,000 บาท สำหรับการดำเนินการกับนักศึกษารุ่นพี่นั้น ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยได้เชิญนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม รุ่นพี่และศิษย์เก่ารวมทั้งผู้ปกครองมาให้ข้อมูล ทั้งนี้ จะเร่งสอบให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้และจะนำไปสู่กระบวนการพิจารณาโทษตามกระบวนการอย่างเร่งด่วน

“ขอยืนยันว่าทางวิทยาลัยมีมาตรการคุมเข้มเรื่องการรับน้อง แต่การรับน้องดังกล่าวนักศึกษาจัดขึ้นเองโดยวิทยาลัยไม่ทราบเรื่อง จากการสอบถามทราบว่าเดินทางไปทั้งสิ้น 54 คน แบ่งเป็นเด็ก ปวช.2-ปวส.2 จำนวน 27 คน รุ่นพี่ที่จบไปแล้ว 12 คนและเด็ก ปวช.1 จำนวน 15 คนจากทั้งหมด 40 คน เนื่องจากเป็นการรับน้องโดยที่รุ่นพี่ชักชวนไปแบบสมัครใจ และจากการสอบถามนักศึกษาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทราบว่ามีการจัดกิจกรรมเป็นฐาน 7 ฐาน และฐานสุดท้ายเป็นกิจกรรมลุกนั่งเพื่อออกกำลังกาย ขณะสกอตจั๊มนายโภไคยวูบลงไปแต่ไม่ได้เสียชีวิตในทันที ลักษณะเหมือนการนอนกรนจึงได้นำส่งโรงพยาบาล สำหรับประเด็นเรื่องการดื่มเหล้านั้นทราบว่ามีบางฐานมีแก้วเหล้าแต่ก็ไม่ได้บังคับให้ดื่ม ส่วนนายโภไคยดื่มเหล้าหรือไม่นั้นยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัด คงต้องรอผลการชันสูตรศพอีกครั้ง” ผอ.วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานีกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการในการลงโทษรุ่นพี่ที่ก่อเหตุ นายขวัญชัยกล่าวว่า การลงโทษนักศึกษาที่กระทำผิดทางวินัยมีตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยให้ผู้ปกครองรับกลับไปดูแล ส่วนการดำเนินคดีทางอาญานั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทางวิทยาลัยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การให้ผู้ปกครองรับกลับไปดูแลหมายถึงการให้ออกจากสถานศึกษาหรือไม่ นายขวัญชัยบอกว่าขึ้นอยู่กับการตีความ

อ่านเพิ่มเติม...
รับน้องเสียชีวิตหัวหินประจวบคีรีขันธ์โภไคย แสงโรจน์รัตน์วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานีชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์กรรมการสอบสวน