วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สมัครสปช.จ่อ6พัน 'ธาริต'ชิง บวรศักดิ์ก็ลงด้วย

สมัครสปช.จ่อ6พัน 'ธาริต'ชิง บวรศักดิ์ก็ลงด้วย

  • Share:

โค้งสุดท้ายคนดังมากันคับคั่ง อปท.ยันจับเข่าคุย‘ปนัดดา’ดีๆ ติดไฮเทคห้องประชุมรับบิ๊กตู่

ทำเนียบรัฐบาลพร้อมเต็มที่เนรมิตสถานที่รับ “นายกฯตู่” เข้าทำงาน ขนอุปกรณ์ไฮเทคมูลค่า 60 ล้านบาท มาใช้ประชุม ครม. “ครู หยุย” ตั้งฉายา รบ. “รัฐราชการ” พท.เย้ย ครม.ตกยุค บี้ คสช.-รมต.สละเก้าอี้บิ๊ก ขรก. “ปนัดดา” ลั่นสวมหมวก 2 ใบไร้ปัญหา “บิ๊กต๊อก” ยอมรับ คสช.คิดบริหารอำนาจตามแบบโปลิสบูโรหาก “ประยุทธ์” ไม่ได้เป็นนายกฯ “บวรศักดิ์-ธาริต” โผล่ลงรับสรรหา สปช.โค้งสุดท้าย “หมอแท้จริง” ไม่พลาดมูลนิธิเมาไม่ขับชงชื่อประชัน อึ้งพบผู้สมัครมีประวัติอาชญากรรม ยอด 19 วัน ทะลุเป้า 5,627 คนแล้ว ศึกซดไวน์ขวดละแสนยังไม่จบ อบจ.จ่อบุกรังถามหม่อมพูดเรื่องคอร์รัปชันทำไม

หลังจากได้เห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์สะท้อนออกมาทั้งในแง่บวกและลบ

“บิ๊กตู่” ให้ เสธ.ทบ.ประชุม คสช.แทน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ก.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก ในฐานะ หัวหน้าส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย คสช. เป็นประธานการประชุม คสช.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อยได้สรุปการทำงาน อาทิ สถานการณ์ด้านการข่าวทั่วไปและสถานการณ์ภาคใต้ รวมไปถึงความคืบหน้าศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทย ที่เปิดให้บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

มีคุยเรื่อง ตร.ล็อกตัว “แม่น้องเกด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม คสช. ยังได้รายงานถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว นางพะเยาว์ อัคฮาด และ นายณัทพัช อัคฮาด มารดาและพี่ชายของ น.ส.กมลเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เมื่อปี 2553 หลังร่วมแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการโปรยใบปลิวคำฟ้องศาลอาญาในคดีร่วมกันฆ่าประชาชนโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ พระสุเทพ เป็นจำเลยและศาลได้ยกฟ้องไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา

ยังไม่มีวี่แววเลิกกฎอัยการศึก

ทั้งนี้ พล.อ.อักษรา ได้กำชับทุกฝ่ายให้ทำงานต่อเนื่องเพราะขณะนี้การทำงานของ คสช.เข้าสู่โรดแม็ประยะที่ 2 หลังจากที่มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ส่วนบางพื้นที่ที่ยังมีความเห็นแตกต่างกับ คสช.ได้เปิดเวทีปฏิรูปให้เข้าร่วมแสดงความเห็น พร้อมให้ใช้สื่อต่างๆเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนและต่างชาติถึงความจำเป็นที่ คสช.ยังคงประกาศกฎอัยการศึกในการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ

บิ๊กเหล่าทัพยกคณะเยือนเขมร

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เป็นตัวแทนเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของ สมเด็จฮุน เซน นายก รัฐมนตรีกัมพูชา โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รอง ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร พล.อ.ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ ผอ.สำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายดำรงค์ ใคร่ครวญ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออกกระทรวงต่างประเทศ นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมคณะด้วย การเยือนครั้งนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลและกองทัพของทั้งสองประเทศ รวมทั้งการหารือด้านการต่างประเทศและเศรษฐกิจ

“บิ๊กต๊อก” เคลียร์ข้อครหาโปลิสบูโร

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การคง คสช.ทำงานควบคู่รัฐบาล เป็นการทำงานรูปแบบโปลิสบูโรว่า มันก็อาจแนวๆนั้น แต่ไม่ใช่โปลิสบูโรเลยทีเดียว เพราะอย่าลืมว่ามี คสช.บางส่วนเป็นรัฐมนตรีด้วย และหัวหน้า คสช.กับนายกรัฐมนตรีเป็นคนเดียวกัน ดังนั้นไม่ได้มีการใช้อำนาจมากอะไรขนาดนั้น เป็นการมองถึงความมั่นคงมากกว่า เมื่อนายกฯกับหัวหน้า คสช.เป็นคนเดียวกัน อำนาจมันเบ็ดเสร็จในตัวอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าหัวหน้า คสช.แล้วนายกฯเป็นคนละคน อย่างนี้ชัดว่าเป็นการทำงานแบบโปลิสบูโร ต้องเข้มเลย ต้องเงี่ยหูฟังไหมว่า ครม.ทำอะไร ทำตามโรดแม็ปหรือไม่ มันก็ไม่ใช่ การมีหัวหน้า คสช.กับนายกฯเป็นคนเดียวกัน มันง่ายกว่า เชื่อว่าคิดกันดีแล้ว ต้องเข้าใจหน่อย คสช.ต้องรับผิดชอบต่อสัญญาประชาคม

สนช.ออกหน้าขอเวลาให้ “บิ๊กตู่”

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. กล่าวถึงโฉมหน้า ครม.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ถือว่าออกมาดี รับได้ มีทหารผสมกับพลเรือน ซึ่ง หลายคนมีประสบการณ์การทำงาน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่เป็นทีมเศรษฐกิจคิดว่าดี แม้จะมีทหารมาร่วม ครม.มาก แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ เข้ามาทำงานประมาณ 1 ปี จุดแข็งของทีม ครม.ชุดนี้อยู่ที่ตัวนายกรัฐมนตรีมีความเด็ดเดี่ยว รับผิดชอบทั้งหมด ทำให้ภาพรวมครม.มีความเป็นเอกภาพในการทำงาน ส่วนจุดที่ควรระวังคือ ยังมีฝ่ายที่ตั้งแง่ไม่พอใจรัฐบาลเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว พยายามจ้องหาข้อโจมตี ทำให้ต้องระมัดระวังในการทำงานตลอด จึงขอให้รัฐบาลได้พิสูจน์ฝีมือการทำงานก่อน แล้วค่อยมาวิจารณ์กัน

“ครูหยุย” รู้สไตล์ รบ.“รัฐราชการ”

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. กล่าวว่า รายชื่อ ครม.ชุดใหม่ที่ออกมา ไม่เกินความคาดหมาย ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ เพราะสไตล์การบริหารของ รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐราชการ เชื่อมั่นในการทำงานของ ส่วนราชการ จึงเลือกมาตามธรรมเนียมให้ศูนย์กลางหลักอยู่ที่ราชการ การทำงานคงเน้นเรื่องงานราชการทั่วไป และการป้องกันการทุจริต แต่คงไม่เน้นเรื่องการทำโครงการใหญ่ๆ หวือหวา อย่างไรก็ตาม ใน ภาพรวมของ ครม.แล้วถือว่าทุกคนมีความสามารถ แต่ต้องใช้ให้ถูกจุด ซึ่งนโยบาย ครม.ชุดนี้คงเดินตาม การปฏิรูป 11 ด้านเป็นหลัก แต่คงต้องเจองานหนัก เพราะรัฐบาลมีเวลาบริหารงานน้อย แค่ 1 ปี คงทำ งานอะไรไม่ได้มากนัก หรือทำได้ยาก ส่วนตัวอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ครูอยู่กับเด็กมากขึ้น หรือให้ผู้บริหารอยู่ติดโรงเรียน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ต้องเร่งแก้ปัญหาคนยากจน

พท.อัดแหลก ครม.ประยุทธ์ตกยุค

นายอำนวย คลังผา อดีตประธานวิปรัฐบาล และอดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หน้าตา ครม.ใหม่ที่ออกมา มีทหารเยอะ ข้าราชการก็มาก ทำให้ไม่มีความยึดโยงกับประชาชน ครม.ชุดนี้หลายคนอาจจะดูดี ดูเก่ง แต่หมดยุคไปแล้ว ตามสถานการณ์ไม่ทัน วันนี้ชาวบ้านเดือดร้อน พี่น้องเกษตรกรลำบากมาก อยากฝาก คสช.ในเรื่องของการส่งทหารเข้าไปคุมในพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านกระดิก กระเดี้ยทำมาหากินไม่ได้ เช่นรถหกล้อตามหมู่บ้านวิ่งไม่ได้เลย ทหารควรไปดูแลความมั่นคงใน 3 จังหวัด ภาคใต้ หรือจังหวัดตามแนวชายแดนมากกว่ามาอยู่ตามหมู่บ้าน มันเหมือนมีสงครามบรรยากาศไม่ดี

บี้ คสช.–รมต.สละเก้าอี้บิ๊ก ขรก.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโฉมหน้า ครม.ชุดใหม่ว่า เป็นไปตามคาดการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลจาก คสช.มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมากพอสมควร สงสัยว่าอำนาจและการทำหน้าที่จะทับซ้อนกันหรือไม่ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และ ผบ.ทบ. ยังดำรงตำแหน่งข้าราชการประจำ รวมทั้งตำแหน่งนายกฯ ซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง แถมยังเป็นหัวหน้า คสช.อีก รัฐมนตรีหลายท่านก็มีลักษณะคล้ายกัน แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวจะไม่ได้ห้ามหรือบังคับให้ต้องลาออก แต่เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรใช้หลักการแบ่งแยกหน้าที่ กระจายงานให้ชัดเจน หากจะรับตำแหน่งทางการเมืองก็ควรลาออก สละตำแหน่งข้าราชการประจำ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม สง่างาม

นักวิชาการห่วงอำนาจ รบ.มีมากไป

นายยุทธพร อิสรชัย คณบดีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า โฉมหน้าของ ครม.ชุดนี้โดยรวม ถือว่าเหมาะสม โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.เป็นการโอนอำนาจจาก คสช.มาดูแลในกระทรวงหลักๆ โดยเฉพาะในส่วนงานด้านความมั่นคง เป็นการสานต่อโดยมีข้าราชการและอดีตข้าราชการในกระทรวงประกบ 2.กระทรวงที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะ เช่น ด้านเศรษฐกิจ พลังงานและวิทยาศาสตร์ เปิดให้พลเรือนที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านเข้ามาดูแลแทน สะท้อนให้เห็นว่ารัฐมนตรีสามารถสานงานต่อจาก คสช.ได้ทันที แต่ยังมีข้อเสียคือ การที่มีทหารและคนจาก คสช.เข้ามา ทำให้อำนาจของรัฐบาลมีมากเกินไป อาจมีปัญหาในด้านการตรวจสอบรัฐบาล หรือการตรวจสอบไม่เข้มข้น จึงขอให้ระวังในเรื่องการถ่วงดุลอำนาจมีน้อยเกินไป

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า มีเรื่องของ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่ต้องให้ รมว.วัฒนธรรมคนใหม่ช่วยผลักดัน รวมทั้งกฎหมายที่ยังติดค้างอยู่ระหว่างการพิจารณา เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองมรดกที่จับต้องไม่ได้ที่จะต้องอาศัยการสนับสนุนจาก รมว.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ช่วยกันผลักดัน เป็นต้น

หมอชนบทขอจับเข่าคุย รมว.สธ.

นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า จากการที่มี ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุขคนใหม่แล้วนั้น ชมรมแพทย์ชนบทคงต้องขอเข้าพบสัปดาห์หน้า โดยข้อเสนอของแพทย์ชนบทมีด้วยกัน 4 ประเด็นคือ 1.ระบบหลักประกันสุขภาพทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ 3 กองทุนหลักคือ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ ควรมีการบูรณาการ รวมถึงหลักประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าวและคนชายขอบ 2.การบริหารจัดการของ สธ. ทั้งเรื่องบุคลากร และค่าตอบแทนต่างๆ เพราะขณะนี้มีการออกมาเรียกร้องของฝ่ายต่างๆ ทั้งลูกจ้างชั่วคราว และพยาบาล รวมทั้งเรื่องพีฟอร์พี 3.ต้องมีการปฏิรูปการดูแลผู้สูงอายุ โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงอื่น เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4.การปฏิรูปเขตสุขภาพ ซึ่งปลัด สธ.ให้ผู้ตรวจราชการฯ มีอำนาจในการบริหารจัดการเขตสุขภาพ เป็นการรวบอำนาจกลับสู่ปลัด สธ. จึงต้องบูรณาการร่วมกับกระทรวงอื่นด้วยคือ กลุ่ม ร.ร.แพทย์ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม

“ปนัดดา” ลั่นสวมหมวก 2 ใบสบายๆ

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายวิจารณ์สวมหมวก 2 ใบ เป็นทั้งรัฐมนตรีและข้าราชการดูไม่เหมาะสม ว่า ต้องทำหน้าที่ทั้ง 2 ตำแหน่งควบคู่กันไป ในทางกลับกันต้องระมัดระวังการทำงานให้มากขึ้น เมื่อถามว่า จะลาออกปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ม.ล.ปนัดดาตอบว่า ตนเป็นข้าราชการประจำ ส่วนการรับหน้าที่ใหม่ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ การทำงานใน สปน.ก็จะแบ่งงานให้กับข้าราชการ เมื่อถามว่ายื่นใบลาออกจากคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) อสมท แล้วหรือยัง ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ยื่นใบลาออกแล้ว

ถม 60 ล้านติดไฮเทคห้อง ครม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าตรวจความเรียบร้อยการปรับปรุงซ่อมแซมทำเนียบรัฐบาล หลังมีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตึกบัญชาการ 1 เหลือเพียงเก็บงานอีกเล็กน้อย ส่วนห้องทำงานรองนายกฯ สภาพยังใช้งานได้ดี แค่ทำความสะอาด ซักพรม ผ้าม่าน ปรับปรุงฝ้าที่ชำรุดเท่านั้น ขณะที่ห้องประชุม ครม. ชั้น 5 ตึกบัญชาการ ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยบริษัท อัศวโสภณ เหลือเพียงติดตั้งจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยงบประมาณในการติดตั้งทั้งระบบเครื่องเสียง จอมอนิเตอร์และระบบควบคุมการประชุมชั้นต่างๆในตึกบัญชาการ 1 รวม 60 ล้านบาท จากงบฯ ปรับปรุงตึกบัญชาการ 1 และ 2 ทั้งสิ้น 169 ล้านบาท ทั้งนี้ ห้องประชุม ครม.พร้อมส่งมอบวันที่ 4 ก.ย.

ปรับฮวงจุ้ยสาละวนห้อง “บิ๊กเต่า”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงแรงงานว่า เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่างที่ทำการปรับปรุงห้องทำงาน รมว.แรงงาน ที่อยู่บนชั้น 6 ให้เสร็จก่อนที่ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน และปลัดกระทรวงกลาโหม จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ โดยช่วงเช้ามีเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารกลาง 5-6 คน เข้ามาตรวจความเรียบร้อย และให้ปรับตำแหน่งโต๊ะทำงานของรัฐมนตรีให้สอดรับกับหลักฮวงจุ้ยรวมทั้งวางระบบสายส่งทีวีและทีวีวงจรปิด ขณะเดียวกันแม่บ้านจำนวน 3-4 คนมาทำความสะอาดระเบียงด้านนอกห้องทำงานของรัฐมนตรี นอกจากนี้สำนักรัฐมนตรีได้เตรียมเอกสารข้อมูลเอกสารยุทธศาสตร์ของกระทรวงในปี 2558 และนโยบายเร่งด่วนเพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณา

อบจ.จ่อบุกทำเนียบพบ “ปนัดดา”

นายชัยมงคล ไชยรบ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย สมาคม อบต.แห่งประเทศไทย และสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยนัดประชุมกำหนดท่าทีก่อนเข้าพบ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ขอยืนยันการเดินทางเข้าพบ ม.ล.ปนัดดาวันที่ 2 ก.ย. เป็นการเดินทางไปพูดคุยโดยสงบไม่มีการประท้วง ไม่มีการใช้ความรุนแรงใดๆ ทั้งนี้ จะพูดคุยด้วยเหตุและผล ทั้งนี้สมาคมมีความเห็นตรงกันว่าเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องมีการแก้ไข และเห็นว่าเมื่อมีเวทีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แล้วควรใช้เวทีนี้เป็นเวทีในการแสดงความเห็นมากกว่า สำหรับการนัดหมายในวันที่ 1 ก.ย. เป็นการนัดพูดคุยกำหนดท่าทีถึงสิ่งที่ ม.ล.ปนัดดาได้แสดงความเป็นห่วง เนื่องจากสมาคมมีความกังวลว่าสิ่งที่ท่านออกมาแสดงความเห็นมีนัยอะไรหรือไม่ จึงนัดหมายพูดคุยเพื่อให้ตกตะกอนความคิดก่อนจะเข้าหารือ

ชี้คอร์รัปชันก็มีทุกวงการ

นายชัยมงคลกล่าวว่า แม้ขณะนี้สถานะของ ม.ล.ปนัดดาจะเป็นว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วก็ต้องคิดกันให้หนักว่าการที่คนระดับท่านแสดงความเป็นห่วงมีนัยอะไรหรือไม่ เรื่องทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ว่ามีอยู่ในทุกวงการ เราเองก็อยากให้มีการปฏิรูปแก้ไขเรื่องนี้ แต่ที่เราห่วงเพราะท่านเอาประเด็นเรื่องไวน์มาแสดงความกังวลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาใหญ่ เราก็ห่วงว่าท่านต้องการแสดงนัยอะไรถึงเราหรือไม่ ถ้าเราเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาต้องแก้ไขก็ต้องทำกันในระดับชาติใช้เวทีสภาปฏิรูปคุยกันให้เห็นถึงปัญหาใหญ่จะได้แก้ปัญหาได้

ก.คลังโดนปรับตัดงบมากที่สุด

ที่รัฐสภา พล.ท.ชาตอุดม ติตถะสิริ สนช.โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณางบประมาณเสร็จแล้ว 19 กระทรวงและส่วนราชการที่ไม่สังกัดกระทรวง ภาพรวมมีการปรับลดงบประมาณจำนวน 4,496 ล้านบาท แต่ยังมีการพิจารณาปรับลดในชั้นอนุกรรมาธิการอีกครั้ง ซึ่งต้องรอความชัดเจนก่อน โดยคณะอนุกรรมาธิการฯ จะสรุปให้คณะกรรมาธิการชุดใหญ่พิจารณาภายในวันที่ 3-4 ก.ย. จากนั้นคณะกรรมาธิการฯจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 ก.ย. ก่อนที่จะสรุปรายงานเพื่อเสนอต่อประธาน สนช. ภายในวันที่ 11 ก.ย. เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม สนช. ในวาระ 2-3 วันที่ 17 ก.ย. ทั้งนี้หน่วยงานที่ถูกปรับลดมากที่สุดคือ กระทรวงการคลังในส่วนของรายการเงินสำรองเพื่อชดเชยค่าตอบแทน เนื่องจากคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่างบประมาณวงเงินเดิมยังเพียงพอที่จะใช้จ่ายได้

กกต.ชื่นใจยอด สปช.ทะลุเป้า

เมื่อเวลา 09.45 น.สำนักงาน กกต.นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยการเปิดรับเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็น สปช. ซึ่งเป็นวันที่ 19 แล้ว พร้อมระบุว่า ภาพรวมของการเปิดรับเสนอชื่อตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยยังไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ วันที่ 2 ก.ย.เป็นวันสุดท้าย หากคนส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ประทับตราลงวันที่ 3 ก.ย.ก็จะถือว่าพ้นระยะเวลาที่สำนักงาน กกต.กำหนดไว้ ส่วนตัวรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากที่เห็นหลายหน่วยงานหลายองค์กรให้ความสนใจเสนอชื่อบุคคล อีกทั้งในช่วง 5 วันสุดท้าย มีบุคคลที่มีชื่อเสียงที่มีความรู้ ความสามารถหลากหลายทยอยกันเข้ารับการสรรหา จำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าทุกคนทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกันเพื่อเข้ามาช่วยปฏิรูปประเทศเพื่อให้บ้านเมืองเกิดการปรองดองและสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้

“สิงห์ชัย–ชินกร” เกาะขบวนปฏิรูป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดรับการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.วันที่ 19 ตั้งแต่ช่วงเช้ามีบุคคลทยอยเดินทางมาเสนอชื่ออย่างคึกคัก เนื่องจากเหลือเวลาสมัครถึงวันที่ 2 ก.ย.ทำให้ยอดผู้เสนอชื่อช่วงเช้าเวลา 12.00 น.มียอดรวม 146 คน นิติบุคคล 110 คน ระดับจังหวัด 36 คน ทำให้ยอดรวมทั้ง 19 วัน มีผู้เสนอแล้ว 5,075 คน ส่วนบุคคลมีชื่อเสียงมาเสนอชื่อ อาทิ สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนหนองฉางวิทยา จ.อุทัยธานี เสนอชื่อนายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี เข้าสรรหาด้านสื่อสารมวลชน มูลนิธิสมัชชาศิลปิน เสนอชื่อนายชิน ฝ้ายเทศ หรือชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ วัดลาดหญ้าไทย เสนอชื่อนายธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินขลุ่ยชื่อดังเข้าสรรหาด้านอื่นๆ กระทรวงมหาดไทย เสนอชื่อ นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าสรรหาด้านปกครองท้องถิ่น และเสนอชื่อ นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เข้าสรรหาด้านบริหารราชการแผ่นดิน สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย เสนอชื่อ นายวินัย พันธุรักษ์ นักร้องวงดิอิมพอสซิเบิ้ล เข้าสรรหาด้านสังคม สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ เสนอชื่อ นายมนู เลี่ยวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าสรรหาด้านเศรษฐกิจ

“บวรศักดิ์–ธาริต” มาทันโค้งท้าย

ด้านกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย สมาคมสโมสรพนักงานการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเสนอนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้านการเมือง สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เสนอนายอาชวิน วิชัยดิษฐ รอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เสนอ นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง มูลนิธิมีชัย-คุณหญิงอัมพร ฤชุพันธุ์ เสนอนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ด้านบริหารราชการแผ่นดิน มูลนิธิพัฒนาพลังแผ่นดิน เสนอนายผัน จันทรปาน อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ได้เข้าร่วมตัดสิน “คดีซุกหุ้น” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปี 2544 โดยอยู่ในฝ่ายตุลาการเสียงข้างมากที่ตัดสินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นความผิด

ทัพฟ้าส่ง 2 บิ๊กชิง สปช.ด้านพลังงาน

ด้านพลังงาน กองทัพอากาศเสนอ พล.อ.อ.เมธา สังขวิจิตร และ พล.อ.อ.ยุทธนา สุกุมลจันทร์ สมาคมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งประเทศไทย เสนอนายศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการกำกับกิจการพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) สถาบันพันธมิตรไทยเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ เสนอนายเชียรช่วง กัลยาณมิตร ญาติ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตผู้ช่วย ผบ.ทบ. สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์ เสนอนายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ การไฟฟ้านครหลวง เสนอ นายสมชาย โรจน์รุ่งวศินกุล ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ช่วยผู้ว่าการ เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร กฟน. การไฟฟ้าภูมิภาค เสนอนายประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจการกระทรวงการคลังและบอร์ด กฟภ. และนายสมชัย จรุงธนะกิจ รองผู้ว่าการ กฟภ.

ด้านสังคม สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสนอชื่อเรืออากาศตรีสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง เสนอนายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพฯ มูลนิธิเมาไม่ขับ เสนอ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ

อึ้งพบผู้สมัครมีประวัติอาชญากรรม

ต่อมาเวลา 17.00 น.บุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. แถลงข่าวสรุปยอดผู้เสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.วันที่ 19 ว่า มีผู้เสนอทั้งหมด 698 คน แบ่งเป็นนิติบุคคลมาเสนอที่สำนักงาน กกต. 465 คน ยื่นทางไปรษณีย์ 23 คน จังหวัด 210 คน รวมการเสนอชื่อทั้ง 19 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.-1 ก.ย. มีผู้เสนอรวมทั้งหมด 5,627 คน แบ่งเป็นนิติบุคคล 3,217 คน ระดับจังหวัด 2,410 คน มากที่สุดคือด้านการศึกษาจำนวน 513 คน รองลงมาด้านสังคม 486 คน น้อยสุดคือด้านสื่อมวลชน 140 คน สำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้ารับการเสนอชื่อ พบว่าบางคนมีประวัติอาชญากรรม เช่น เคยต้องคดีทำร้ายร่างกาย ฉ้อโกง ล้มละลาย สำนักงานก็ต้องมีหนังสือสอบถามไปยังสถานีตำรวจเจ้าของคดีเพื่อขอทราบว่าคดีนั้นๆ ถึงที่สุดแล้วหรือยัง แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องคดีถึงที่สุด ที่อาจทำให้มีปัญหาขาดคุณสมบัติ

“อ๋อย” ขอเลื่อนนัดศาลไป 15 ต.ค.

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ ถนนหลักเมือง นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าให้คำให้การต่ออัยการศาลทหาร หลังมีคำสั่งฟ้องนายจาตุรนต์ 3 ข้อหา เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมาคือ ผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช. ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 กรณีฝ่าฝืนกฎอัยการศึก ยุยง ปลุกปั่น และผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปี 2550 มีโทษรวม 14 ปีว่าจะยอมรับข้อกล่าวหาหรือไม่ โดยมี น.ส.ฐิติมา ฉายแสง น้องสาวร่วมฟังคำให้การและมีกลุ่มประชาชนรอมอบดอกไม้ให้กำลังใจ กระทั่งเวลา 11.00 น.นายจาตุรนต์เดินทางกลับ โดยนายนรินทร์พงศ์เปิดเผยว่า นายจาตุรนต์แถลงด้วยวาจาขอให้ศาลเลื่อนนัดให้คำให้การออกไปเนื่องจากศาลส่งหมายนัดเข้าให้คำให้การกระชั้นชิดเกินไปเพราะนายจาตุรนต์เพิ่งได้รับหมายนัดเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ให้ไปให้คำให้การวันที่ 1 ก.ย. อีกทั้งนายจาตุรนต์ยังเห็นว่าคดีความของตนเองน่าจะเป็นเขตอำนาจของศาลพลเรือนมากกว่าศาลทหารที่จะพิจารณาคดี โดยศาลทหารอนุมัติให้นายจาตุรนต์เลื่อนนัดเข้าให้คำให้การไปเป็นวันที่ 15 ต.ค.โดยไม่มีคำโต้แย้ง

รอผลชันสูตรศพมือยิง “สุทิน”

ที่ บช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. ดูแลงานมั่นคง กล่าวประชุมด้านความมั่นคงว่า คดีสำคัญกรณีการเสียชีวิตของนายสุรกริช ชัยมงคล อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาคดียิงนายสุทิน ธราทิน แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) เสียชีวิตภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ก็ยังเป็นที่สนใจว่าเสียชีวิตด้วยอาการป่วยปกติหรือกรณีพิเศษ แต่คดีนี้จะเสียชีวิตในวิธีใดก็แล้วแต่ การชันสูตรพลิกศพก็ต้องใช้วิธีพิเศษ โดยให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ แพทย์ทางนิติเวช อัยการ ฝ่ายปกครอง และญาติผู้เสียชีวิต ผู้ตายเสียชีวิตขณะอยู่ในการควบคุมตัวภายในเรือนจำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพแพทย์ต้องตรวจสอบว่ามีสารพิษอยู่ภายในร่างกาย หรือไม่ ยังคงต้องรอผลจากการตรวจสอบจากแพทย์ ชันสูตรพลิกศพเป็นหลัก ตนสั่งการให้ระดับรอง ผบก.น.2 ลงไปควบคุมด้วยตนเอง รายงานให้ทราบทุก 7 วัน หากรายงานผลการชันสูตรพลิกศพออกแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

คดีสลายม็อบ 99 ศพยังไม่จบ

พล.ต.ต.อำนวยกล่าวอีกว่า กรณีญาติผู้เสียชีวิต 99 ศพ ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเมษายน 2553 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ศาลอาญาได้จำหน่ายคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เป็นการยกฟ้อง แต่เป็นการจำหน่ายคดี เนื่องจากเป็นกรณีการฟ้องผิดศาล เพราะเป็นกรณีที่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดความเสียหายหรือจนเกิดความตายขึ้นเป็นข้อกล่าวหา ส่วนจริงไม่จริงให้ไปว่ากันในศาลตามกระบวนการ เมื่อเป็นเจ้า พนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จึงเป็นอำนาจที่จะไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ถูก กล่าวหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีต้องไปเข้าสู่กระบวนการของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ไม่ใช่ผลดีต่อจำเลยทั้ง 2 ราย เพราะมีศาลเดียวไม่มีโอกาสที่จะอุทธรณ์หรือฎีกาได้ ถ้าศาลตัดสินก็จบทันที

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้