Thairath Logo
กีฬา

เผยคนจีนแห่เปิบอาหารไทย แนะผู้ประกอบการเน้น “รสชาติ” เป็นจุดขายด่วน

Share :

สถาบันอาหาร เผยธุรกิจบริการร้านอาหารในจีน มีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้น คนระดับกลางมี 250 ล้านคน ที่มีกำลังซื้อพร้อมบริโภคอาหารไทย และวิถีชีวิตคนจีนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้นิยมบริโภคอาหารสำเร็จรูป อาหารจานด่วนมากขึ้น แนะผู้ประกอบการไทยแก้ไขปัญหา คือผู้บริโภคชาวจีนยังไม่สามารถแยกได้ถึงคุณลักษณะเฉพาะของอาหารไทย ต้องเร่งสร้างเอกลักษณ์ โดยเฉพาะรสชาติให้โดดเด่น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสถาบันอาหาร ว่า สถาบันฯได้ทำรายงานการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอาหารไทยในประเทศจีน เพื่อวางกลยุทธ์ผลักดันการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารไทยให้กับผู้ประกอบการไทย ภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทย ให้เป็นครัวอาหารคุณภาพของโลก (Thailand Food Quality to the World) ซึ่งพบว่า ปัจจุบันประเทศจีน มีจำนวนชนชั้นกลาง 250 ล้านคน คิดเป็น 18.50% ของประชากรทั้งหมด ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าปี 2563 จำนวนชนชั้นกลางในจีนจะเพิ่มเป็น 600 ล้านคน จากจำนวนประชากร 1,450 ล้านคน ขณะที่รายได้ของคนจีนมีแนวโน้มสูงขึ้น ผู้บริโภคชาวจีนในเขตเมืองขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อเฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้น 12.6% ในปี 2555 หรือคิดเป็นมูลค่า 24,565 หยวนต่อปี และเขตชนบทมีกำลังซื้อเฉลี่ยต่อหัว เพิ่มขึ้นที่ 13.5% หรือเท่ากับ 7,917 หยวนต่อปี

นอกจากนี้ ชาวจีนที่มีรายได้สูงในเขตเมืองใหญ่ อาทิ เซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง ส่วนใหญ่ต้องการซื้ออาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่มั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานการผลิต เพราะชาวจีนมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้น เนื่องจากมีระยะเวลาในการทำงานที่นานขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วทำงานมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทำให้ชาวจีนนิยมรับประทานอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น รวมไปถึงอาหารจานด่วน และบริการส่งตรงถึงบ้าน มีความต้องการที่ซับซ้อนขึ้น โดยต้องการสินค้าที่แปลกใหม่ หลากหลาย มีคุณภาพสูงขึ้น บรรจุภัณฑ์ทันสมัย สามารถสร้างความเชื่อมั่นในด้านความสะอาดและปลอดภัยของส่วนผสมหรือวัตถุดิบที่นำมาใช้ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ สภาวะทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้ม ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของจีน และจำนวนประชากรทั้งภายในประเทศและนักท่องเที่ยว จากต่างประเทศ ยังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยปี 2554 จีนมีประชากร 1,347 ล้านคน อัตราการเติบโตของประชากรจีน 0.5% ต่อปี ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศจีนในปี 2554 มีจำนวน 135.4 ล้านคน เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยจีนสามารถรักษาอัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)เอาไว้ได้ในอัตรา 10% ต่อปีทำให้ธุรกิจบริการอาหาร ในจีนมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยธุรกิจบริการอาหารในจีน แบ่งได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1.ร้านอาหารเต็มรูปแบบ 2. ร้านอาหารจานด่วน 3.ร้านคาเฟ่/บาร์ 4.ร้านบริการจัดส่งอาหารถึงบ้าน 5.ร้านอาหารริมทาง โดยปี 2548-2553 ในภาพรวมกลุ่มธุรกิจบริการอาหารมีอัตราการเติบโต 9.2% ต่อปี และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอีก ด้วยอัตรา 8.2% จนถึงปี 2558 โดยเฉพาะแบบเดลิเวอรี่ ขยายตัวเร็วที่สุด เนื่องจากคนจีนนิยมรับประทานอาหารนอกบ้านกันมากขึ้น ทั้งหนุ่มสาวที่เป็นคนทำงาน และคนที่อยู่เป็นครอบครัว

เหตุผลดังกล่าวจึงเป็นโอกาสของธุรกิจร้านอาหารไทยในการช่วงชิงตลาดนี้เช่นเดียวกับร้านอาหารประเภทอื่นๆ โดยลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้านอาหารไทย ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ มีระดับรายได้ปานกลาง-สูง และเป็นลูกค้าประจำ แต่ปัญหาคือชาวจีน ไม่สามารถแยกได้ถึงคุณลักษณะเฉพาะของอาหารไทย ซึ่งต้องเร่งสร้างเอกลักษณ์โดยเฉพาะรสชาติอาหารให้มีความโดดเด่นให้มากขึ้น เพราะในอนาคตร้านอาหารไทยในจีนมีโอกาสเติบโตสูงหากผู้ประกอบการรักษาคุณภาพมาตรฐานรสชาติอาหารไว้ได้ จะทำให้คนจีนรู้จักและต้องการทดลองรับประทานมากขึ้น เนื่องจากการไปท่องเที่ยวที่เมืองไทย ทำให้ได้รู้จักและรับประทานอาหารไทย เมื่อกลับมาเมืองจีนก็ยังชื่นชอบอาหารไทย

ผลการศึกษาพบว่า การประกอบธุรกิจร้านอาหารในจีนยังมีอุปสรรคคือ ขั้นตอนการนำพ่อครัวมาทำงานที่จีนมีความยุ่งยาก เนื่องจากมีการตรวจสอบเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องวุฒิการศึกษา ใบรับรองความรู้พื้นฐานในการปรุงอาหารหรือผสมอาหาร, การตรวจสอบทางด้านสุขอนามัยครัว มีความเข้มงวดมากขึ้น ปีละ 2 ครั้ง ทางการจีนจะไม่มีการแจ้งล่วงหน้า, ขาดแคลนบุคลากร ได้แก่ พ่อครัวคนไทย และพนักงานเสิร์ฟ, ขาดการรวมกลุ่มกันระหว่างร้านอาหารไทยในจีนและปัญหาวัตถุดิบปลอม เช่น ข้าว กะทิ และเครื่องปรุงรส.

อ่านเพิ่มเติม...
สถาบันอาหารพฤติกรรมผู้บริโภคประเทศจีนครัวอาหารคุณภาพอาหารจานด่วนสร้างเอกลักษณ์รสชาติโดดเด่นผู้ประกอบการอาหารไทย