วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เอกชนฝากการบ้านรัฐบาล คสช.

เอกชนฝากการบ้านรัฐบาล คสช.

  • Share:

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย

เร่งลงทุน-กระตุ้นกำลังซื้อ-ดูแลสินค้าเกษตร

กกร.ฝากการบ้านรัฐบาลใหม่เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ กระตุ้นแรงซื้อภาคประชาชน ดูแลราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้และปีหน้า ประเมินปีนี้จีดีพีคงโตได้แค่ 1.5–2% ด้านคลังเร่งหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีรับรัฐบาลใหม่ ขณะที่สั่งกรมภาษีทำแผนรีดรายได้ หลังปี 57 ส่อแววปิดหีบต่ำกว่าเป้า 1.5 แสนล้านบาท ส่วนคมนาคมชงแผนดันลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าไทยว่า กกร.ต้องการให้รัฐบาลเร่งการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงการบริโภคภาคประชาชนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตเศรษฐกิจครึ่งปีหลังและปี 58 ขณะที่คาดว่าปีนี้จีดีพีจะโตได้ 1.5-2% แต่การส่งออกโตได้เพียง 1.2% “จีดีพีที่ขยายตัวได้ในระดับนี้เพราะการส่งออกที่โตไม่ถึงเป้า แต่ครึ่งปีหลังเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวแล้ว เมื่อมีรัฐบาลใหม่มาเร่งขับเคลื่อนการลงทุนจะทำให้การฟื้นตัวเร็วขึ้น”

เอกชนเร่งรัฐบาลใช้งบลงทุน

นายบุญทักษ์กล่าวต่อว่า การลงทุนภาครัฐมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้รวดเร็วที่สุด เพราะเกี่ยวข้องมายังการลงทุนของเอกชน ซึ่งปัจจุบันการใช้งบประมาณปี 57 ใช้ไปเพียง 50% และงบปี 58 ที่จะเข้ามาเพิ่ม หากบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เร็ว นอกจากนี้ ควรแก้กฎระเบียบต่างๆให้เอกชนทำธุรกิจคล่องตัวขึ้น สำหรับการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งล่าสุดมีการลดราคาขายปลีกน้ำมันจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับหนึ่ง แต่การปรับควรมองเป็นแผนระยะยาวที่เน้นการใช้ที่มีประสิทธิภาพและมีความมั่นคง ขณะที่เชื่อมั่นว่า ครม.ชุดใหม่ จะเดินหน้าประเทศไทยได้ ซึ่งในส่วนของ กกร.จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นกับต่างชาติโดยเฉพาะในเวทีความร่วมมือกันทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย (ABS) วันที่ 14-15 ก.ย.นี้ ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า เมื่อมีรัฐบาลมาบริหารประเทศ จะสร้างความเชื่อมั่นได้เพิ่มขึ้นเพราะหลายคนมีประสบการณ์อยู่แล้ว เช่น รมช.พาณิชย์ รมว.อุตสาหกรรม และสิ่งที่ต้องการเห็นคือการส่งเสริมธุรกิจการค้าให้เป็นเสรี และส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชนให้มากขึ้น ขณะที่นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ต้องการให้ปฏิรูปประเทศไทยอย่างแท้จริง อย่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ต้องการให้รัฐบาลประกาศว่าในช่วง 20 ปีข้างหน้า รายได้ประชาชาติต้องเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว เพื่อให้เป็นที่รับรู้ของประชาชนและไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ก็ไม่อาจเปลี่ยนเป้าหมายนี้ได้ต้องเดินหน้าต่อ สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่ต้องการให้รัฐบาลทำคือ กระตุ้นการบริโภคของประชาชนในขอบเขตที่พอสมควร เนื่องจากขณะนี้ภาษีและดอกเบี้ยไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสวนทางต่างประเทศ และดูแลราคาสินค้าเกษตร

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเร่งดูแลราคาสินค้าภาคเกษตรที่ราคาตกต่ำ โดยต้องพิจารณาแผนระยะสั้น กลางและยาว ที่ต้องเชื่อมโยงกันเพื่อให้เกิดการลดต้นทุน ซึ่งจุดนี้จะมีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นแรงซื้อ และต้องการให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้เอกชนได้เข้าร่วมในเวทีภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม “กกร.มั่นใจว่ารัฐบาลพยายามกระตุ้นแรงซื้ออยู่ โดยเฉพาะการปรับขึ้นเงินเดือนราชการ การเร่งอนุมัติการลงทุนที่ค้างอยู่ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รวมถึงการผลักดันการใช้งบประมาณ ซึ่งทั้งหมดจะมีความชัดเจนใน 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้”

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท.
คลังชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงการคลัง เพื่อเตรียมแผนงานเสนอนายสมหมาย ภาษี รมว.คลังคนใหม่ว่า ได้สั่งการ 3 กรมภาษีทั้งสรรพากร ศุลกากร และสรรพสามิต ให้ไปจัดทำแผนการจัดเก็บรายได้ปีงบ 58 เพื่อให้การจัดเก็บเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 2.325 ล้านล้านบาท โดยการจัดเก็บรายได้ปีงบ 57 มีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าราว 150,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะต่ำกว่าเป้า 100,000 ล้านบาท ซึ่งเป้าหมายจัดเก็บรายได้ในปีงบ 57 วางไว้ที่ 2.275 ล้านล้านบาท “การจัดเก็บรายได้ช่วง 10 เดือนแรกของปีงบ 57 ต่ำกว่าเป้า 132,000 ล้านบาท และหากพิจารณาจากกรมภาษีอย่างเดียวต่ำกว่าเป้าถึง 183,000 ล้านบาท ดังนั้น กรมภาษีต้องมาดูว่าปีงบ 58 ต้องปรับประสิทธิภาพการจัดเก็บอย่างไร”

ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีนั้น กำลังพิจารณาแนวทางที่จะนำเสนอต่อ รมว.คลังคนใหม่ และต้องรอนโยบาย รมว.คลังก่อนว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรบ้าง แม้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะมองว่า ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้โครงการประชานิยมมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เมื่อมีรัฐบาลใหม่ มีรัฐมนตรีคนใหม่น่าจะต้องมีมาตรการพิเศษมากระตุ้นการใช้จ่ายการบริโภคช่วงปลายปีบ้าง สำหรับแผนงานของกระทรวงการคลังที่จะเสนอต่อ รมว.คลัง ต้องสอดคล้องกับนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และต้องนำแผนงานที่ คสช.สั่งมาแล้ว แต่ดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จมานำเสนอใหม่ รวมถึงการปฏิรูปภาษีทั้งระบบที่เคยเสนอ คสช.ไปแล้ว ส่วนการขึ้นเงินเดือนข้าราชการนั้น ต้องรอนโยบายจากรัฐบาลใหม่ ซึ่งขณะนี้ ได้มีการตัดงบหน่วยงานต่างๆไปพอสมควรแล้ว ซึ่งในภาพรวมหากเงินมีเหลือเท่าไหร่ก็จะนำมาประกอบการพิจารณาขึ้นเงินเดือน 1 ต.ค.นี้ว่าจะขึ้นได้ทันทีหรือไม่

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม
คมนาคมดันแผนลงทุนสุดตัว

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างเตรียมเสนอโครงการของกระทรวงให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคมพิจารณา เบื้องต้นเป็นเรื่องที่ คสช.มีมติออกมาแล้ว คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ปี 58-65 ซึ่งมีทั้งโครงการเร่งด่วนที่ต้องทำปี 57-58 คือ การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกับประตูการค้าเมืองหลัก กรุงเทพฯและปริมณฑล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางราง การปรับปรุงรถไฟทางคู่ในเส้นทางรถไฟเดิม ในช่วงที่มีปัญหาคับคั่งของการเดินรถเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าสำหรับขบวนรถไฟท้องถิ่น 6 เส้นทาง รวมระยะทาง 887 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะเร่งด่วนโดยเฉพาะช่วงชุมทางจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กิโลเมตร ที่ผ่านรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว รวมถึงการวางมาตรฐานใหม่สำหรับอนาคต

โดยสร้างเส้นทางรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร 2 เส้นทาง และยังมีการพัฒนาโครงข่ายพื้นฐาน ทั้งบก น้ำ อากาศ ราง ให้เชื่อมโยงกับ 6 ด่านชายแดนได้อย่างสะดวก ตามมติของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) โดยกระทรวงคมนาคมดูเรื่องการปรับปรุงด่านศุลกากร ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ด่านทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า รวมถึงการบริหารจัดการด่าน ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างรอลงนามในสัญญาและลงนามในสัญญาแล้ว จะเสนอการปรับแบบรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต เพื่อรองรับระบบรถไฟในอนาคต โดยจะเสนอกรอบวงเงินลงทุนเพิ่ม 8,000 ล้านบาท รวมถึงการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ช่วงพญาไท-ดอนเมือง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขณะที่การปรับค่าโดยสารแท็กซี่และเรือด่วนเจ้าพระยานั้น ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปข้อมูลและเปรียบเทียบต้นทุนเพื่อเสนอ พล.อ.อ.ประจินด้วยเช่นกัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้