Thairath Logo
กีฬา

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลครรภ์! ฉบับคุณแม่สาวสังคม...'โอ๋ อภิชญา ไกรฤกษ์'

Share :

ปัจจุบัน คุณแม่หลายๆ คนให้ความสำคัญกับเรื่องพัฒนาการสมองของลูกน้อยมากกว่าในอดีต ประกอบกับคุณแม่ยุคใหม่ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น การกระตุ้นพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์ จึงเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงกันมากขึ้น...

คุณแม่เซเลบคนสวย โอ๋ อภิชญา ไกรฤกษ์ กับลูกน้อยในครรภ์ที่เตรียมออกมาดูโลกเร็วๆ นี้ เล่าถึงเคล็ดลับในการดูแลครรภ์ว่า

"ตอนแรกที่รู้ว่าตั้งครรภ์ นอกจากความรู้สึกดีใจแล้ว โอ๋ยังรู้สึกเป็นกังวล พยายามหาข้อมูลในการดูแลตัวเอง จนไปฝากครรภ์และพบคุณหมอ คุณหมอจะแนะนำให้เราทำใจสบายๆ ไม่ต้องกังวล จากนั้น เราก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ โดยเราจะให้ความสำคัญกับเรื่องโภชนาการมาก เลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ จะเน้นอาหารที่มีสารอาหารจำเป็นต่อพัฒนาการลูก ทั้งดีเอชเอ (DHA) และเออาร์เอ (ARA) เพราะสำคัญต่อพัฒนาการทางสมองของลูกเรา และเรายังออกกำลังกายเบาๆ ตามคำแนะนำของคุณหมอ เช่น การเดิน หรือโยคะ

โอ๋ อภิชญา ไกรฤกษ์

สำหรับวิธีการกระตุ้นพัฒนาการที่ใช้ประจำ ก็คือ การพูดคุยกับลูกและฟังเพลง เพราะง่ายและทำเองได้ที่บ้าน ที่สำคัญเราต้องทำงานทุกวัน บางครั้งก็รู้สึกว่า ตัวเองเครียดจากการทำงาน แต่เสียงดนตรีสามารถช่วยให้เราผ่อนคลายจากความเครียด อารมณ์ดี และเราเชื่อว่าน่าจะส่งผลต่ออารมณ์และพัฒนาการของลูกเรา”

นอกจากนี้แล้ว มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการสมองและโภชนาการเด็กเล็ก จึงได้เชิญกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มาไขข้อข้องใจว่าอัจฉริยะสร้างได้ตั้งแต่ในครรภ์จริงหรือ? พร้อมให้ความรู้คุณแม่ เซเลบ คุณอภิชญา ไกรฤกษ์ ถึงแนวทางในการกระตุ้นพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์อย่างถูกวิธี

รองศาสตราจารย์นายแพทย์ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แนะนำว่า การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เพราะคุณแม่ถือเป็นแหล่งอาหารสำคัญเพียงแหล่งเดียวสำหรับลูกน้อย นอกจากการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว อีกสารอาหารสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ ดีเอชเอ (DHA) และเออาร์เอ (ARA) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างสมองถึงร้อยละ 60 พบมากในอาหารประเภทปลาและไขมันจากพืช ซึ่งคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ต้องการดีเอชเอถึงวันละ 200 มิลลิกรัม”

ขณะ นพ.ดิฐกานต์ กำลังให้ความรู้คุณแม่เซเลบ

รศ.นพ.ดิฐกานต์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “นอกจากเรื่องโภชนาการแล้ว การกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กัน โดย

1.ลูบท้องและพูดคุยส่งต่อสัมผัสแห่งรัก การที่คุณแม่ลูบหน้าท้องเป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองส่วนรับรู้ความรู้สึกของลูก ให้มีพัฒนาการดีขึ้นผ่านการสัมผัส โดยให้ลูบหน้าท้องเป็นวงกลม พร้อมกับพูดคุย หรือเล่านิทานให้ลูกในครรภ์ฟังบ่อยๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ในช่วงอายุครรภ์ 5 เดือน จะช่วยให้ระบบประสาทและสมองที่ควบคุมการได้ยิน มีพัฒนาการที่ดีและเตรียมพร้อมสำหรับการพูดและการได้ยินหลังคลอด

2.เสียงดนตรีเพิ่มอารมณ์สุนทรีย์ การฟังเพลงก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกตั้งแต่ในครรภ์ ซึ่งจริงๆ แล้ว คุณแม่ไม่จำเป็นต้องฟังเพลงคลาสสิก แต่สามารถฟังเพลงสบายๆ ไพเราะที่คุณแม่ชอบ อาจจะเปิดเพลงโดยใช้หูฟังข้างนึงแนบกับท้องลูกก็จะได้ฟังเพลงไปด้วย เพราะเสียงดนตรีมีจังหวะ มีเสียงสูงเสียงต่ำ เราจึงเชื่อว่าจะทำให้เครือข่ายใยประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้น และยังช่วยปรับอารมณ์ของทั้งคุณแม่และคุณลูกในครรภ์ ให้รู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีแจ่มใสได้อีกด้วย ซึ่งจากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า คุณแม่ที่อารมณ์ดีอยู่เสมอ จะทำให้ร่างกายมีการหลั่งสารแห่งความสุข ที่เรียกว่า เอนดอร์ฟิน (Endorphin) ออกมาผ่านไปยังลูก ส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี ทั้งทางสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ)

อ่านเพิ่มเติม...
ดูแลครรถ์ดูแลลูกในท้องอภิชญา ไกรฤกษ์พัฒนาการของลูกน้อยนายแพทย์ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร