Thairath Logo
กีฬา

'รับจ้างทำการบ้าน' ออนไลน์ ส่อไร้ช่องกฎหมายเอาผิด!

Share :

ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายคอมฯ เผยหากต้องการเอาผิด "รับจ้างทำการบ้าน" ในโลกออนไลน์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อาจไม่เข้าข่าย ชี้ประกาศรับจ้างในเว็บไซต์จะต้องไม่ทำจริง และหลอกเอาเงินผู้จ้าง จึงจะเข้าข่ายความผิด...

จากกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้หารือเกี่ยวกับปัญหาการ "รับจ้างทำการบ้าน" ในโลกออนไลน์ และพบว่ามีรายเกี่ยวข้องกว่า 1.5 ล้านรายการ พร้อมระบุว่า จากการตรวจสอบรายละเอียดในเรื่องกฎหมายที่จะเอาผิดต่อผู้ที่เปิดเว็บไซต์รับจ้างทำการบ้าน ในกรณีบุคคลทั่วไป ถือว่า มีความผิดเข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ตามมาตร 14 (1) ด้วยการนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลปลอมหรือเป็นเท็จ ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน และผลลัพธ์เกิดความเสียหายแก่นักเรียน ผู้ปกครอง สถานศึกษา หรือส่วนราชการ และมาตรา 14 (3) กรณีนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

นอกจากนี้ หากผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการครู นอกจากจะมีความผิดทางอาญาเหมือนกับบุคคลทั่วไป ยังมีความผิดทางวินัยและจรรยาบรรณ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ด้วย

อ.ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า การรับจ้างทำการบ้าน หรือรายงานในอินเทอร์เน็ต ไม่ถือว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ ตามมาตรา 14 (1) เพราะหากจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ จะต้องเป็นการกล่าวอ้างความเท็จ หรือข้อมูลปลอม ว่ารับทำจริง แต่แท้จริงแล้วหลอกลวงเอาเงินผู้จ้างทำการบ้าน แต่หากทำตามประกาศจริง ก็ถือว่าไม่ผิด นอกจากนี้ ในมาตรา 14 (3) ที่ระบุว่า อาจเข้าข่ายกระทบความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรนั้น คิดว่าไม่เข้าข่ายเช่นกัน เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ทั้งนี้ การรับจ้างทำการบ้านออนไลน์นั้น ไม่เข้าข่ายกระทำความผิด ส่วนกรณีเอาผิดตาม พ.ร.บ.ระเบียบราชการฯ นั้นถือว่าทำได้ปกติ เพราะเป็นเรื่องของวินัย และจรรยาบรรณของครู

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีนี้การรับจ้างทำการบ้านในสังคมออนไลน์ อาจไม่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ แต่อาจส่งผลกระทบต่อนักเรียนในเรื่องของจริยธรรมนั้น จะมีช่องทางทางกฎหมายเข้าควบคุมได้หรือไม่ อ.ไพบูลย์ ระบุว่า กฎหมายนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ทุกอย่าง ซึ่งในต่างประเทศจะมีแนวทางว่า จะต้องมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางออนไลน์ในแต่ละเรื่อง มาควบคุมกันเอง และมีมาตรฐานแซงชั่น ก่อนจะนำไปเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย ยกตัวอย่าง คือ รัฐบาลนั้นไม่สามารถเข้าไปดูได้ทุกเรื่อง ซึ่งอาจให้แต่ละโรงเรียนตั้งตัวแทนขึ้นมา และดูแลปกครองกันเอง โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐ.

อ่านเพิ่มเติม...