Thairath Logo
กีฬา

ทีมเศรษฐกิจเนื้อเดียวกัน

โดย ลมกรด
2 ก.ย. 2557 05:00 น.
Share :

สื่อทุกสำนักรายงานข่าวตรงกันว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว ซึ่งตอนที่ผมเขียนต้นฉบับยังไม่มีการโปรดเกล้าฯลงมา แต่จากรายงานข่าวตามสื่อส่วนใหญ่ระบุโผ ครม.ใกล้เคียงกันมาก คนที่ติดตามข่าวสารคงรู้ชื่อกันทุกตำแหน่งแล้ว

การจัดตั้ง ครม.ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีเวลาไตร่ตรองตัดสินใจมากกว่าใคร เพราะตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่นั่งเป็นหัวหน้า คสช. ท่านรู้อยู่แล้วว่าจะมาควบตำแหน่งนายกฯด้วย ในช่วงนั้นจึงได้ควานหาคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้มาเป็นรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็แอบสังเกตพฤติกรรมและดูฝีมือคนที่ท่านต้องจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้อยู่ตลอด

ความเคลื่อนไหวทั้งในส่วนที่ทีมงานของ พล.อ.ประยุทธ์ไปทาบทามคนนอก และในส่วนที่คนนอกวิ่งเต้นขอเป็นรัฐมนตรี มีข่าวเล็ดลอดมาตลอด ดังนั้นรายชื่อในโผ ครม.ชุดใหม่จึงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เพียงแต่รอความชัดเจนออกมาเท่านั้น โดยเฉพาะรัฐมนตรีสายเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดในสภาวการณ์ปัจจุบัน

หลายรัฐบาลมาพร้อมกับรอยยิ้มและดอกไม้ แต่จากไปพร้อมเสียงโห่ไล่ โดยเฉพาะรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร คราวล่าสุดรัฐบาลขิงแก่ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ บริหารประเทศปีเดียว แต่เศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างหนัก ดีที่ว่าส่งมอบประชาธิปไตยได้ตามกำหนด ประชาชนเลยทนได้
หลังพ้นยุครัฐบาลขิงแก่ เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ติดต่อกันหลายปี เพิ่งมีปีนี้ที่โดนพิษภัยปัญหาการเมืองเล่นงาน ทำให้เศรษฐกิจไทยโตแค่ 1.5 เปอร์เซ็นต์

ยิ่งตอนนี้เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะชะลอตัว ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป แม้กระทั่งจีน ฉะนั้นจะหวังพึ่งการส่งออกคงไม่ได้แน่ ยอดส่งออกมีแต่จะลดลง คงต้องมาเน้นที่การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ดันมาเจอปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเข้าอีก ทั้งข้าวและยางพารา ส่วนการอัดฉีดเม็ดเงินจากภาครัฐก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ผลแค่ไหน

ผมเห็นด้วยกับ คุณพิชัย นริพทะพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่า “รัฐบาลยุครัฐประหารจะเจอปัญหาหนักหนากว่ารัฐบาลในภาวะปกติ ทีมเศรษฐกิจจะต้องทำงานหนักเป็นสองเท่า เพื่อแก้ปัญหาความ

น่าเชื่อถือจากต่างประเทศ อีกทั้งการที่ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ทำให้กำลังซื้อและการบริโภคของประชาชนลดลง ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง เนื่องจากยังไม่เลิกกฎอัยการศึก หนำซ้ำการลงทุนจากต่างประเทศก็หยุดชะงัก”

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เปิดกว้างรับฟังข้อมูลรอบด้าน ไม่ใช่ฟังเฉพาะนักธุรกิจที่ท่านตั้งเข้าไปเป็น สนช. หรือนักธุรกิจที่รอตักตวงผลประโยชน์ ท่านจะรู้ว่าภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงเป็นอย่างไร และต้องเผชิญข้อจำกัดอะไรบ้าง

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในห้วงเวลาต่อจากนี้เป็นงานหินมากๆ มีเสียงเรียกร้องให้เอา “คนเก่งจริง” มาเป็นรัฐมนตรีดรีมทีมแต่สำหรับผมขอแค่ให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจทำงานเป็นทีมเข้าขากันก็พอ

เพราะเท่าที่ติดตามข่าวมาตลอดเห็นว่าทีมเศรษฐกิจที่ช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์มี 2 สายคือ สายคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ สาย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ซึ่งคนวงในรู้ดีว่าทั้งคู่กินเกาเหลากันมานานแล้ว และต่างก็เสนอชื่อคนใกล้ชิดมาเบียดแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกัน ทำให้ต้องปรับโผกันหลายตลบ

แล้วในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ก็ตัดใจเลือกใช้บริการคนในสาย ม.ร.ว.ปรีดิยาธรล้วนๆ ไม่เกลี่ยโควตาแบ่งให้คนในสายคุณสมคิดเลย ตรงนี้ผมขอชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ที่ตัดสินใจได้เด็ดขาดมาก ใช้ทีมเดียวทำงาน มีความเป็นเอกภาพ ไม่ขัดแข้งขัดขากันเอง

ส่วนจะเก่งจริงหรือเก่งไม่จริง ต้องรอพิสูจน์ที่ผลงาน แต่อย่างน้อยเข้าขากัน ก็ทำให้ใจชื้นได้บ้าง.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...
หมายเหตุประเทศไทยลมกรดคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชาพิชัย นริพทะพันธุ์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์