Thairath Logo
กีฬา

ที่มานายกรัฐมนตรีต้องแบบนายโก๊ะ (3)

Share :

ฝ่ายค้านของสิงคโปร์ชอบค้นคว้าหาข้อมูลมาโจมตีนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล (เป็นกันแทบทุกประเทศ) ก่อนการเลือกตั้ง พ.ศ.2540 ฝ่ายค้านโจมตีนายลี กวน ยิวและลูกว่าซื้อที่พักในอาคารชุดได้ในราคาพิเศษต่ำกว่าประชาชนคนอื่นๆ

นายโก๊ะซึ่งตอนนั้นเป็นนายกฯ แกรีบให้มีการซักฟอกในสภาอย่างด่วนและเปิดเผย ซักฟอกกันจนแน่ใจว่า ไม่มีการทำผิดกฎหมาย หรือการฉ้อราษฎร์บังหลวงเกิดขึ้นในสาธารณรัฐสิงคโปร์ สิงคโปร์จึงได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในชาติรัฐที่ปลอดคอร์รัปชัน มีคอร์รัปชันเป็นศูนย์

ผิดกับเมืองไทยครับ เรื่องทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นเห็นกันโต้งๆ แต่รอดทุกที สร้างความเสื่อมศรัทธาให้กับประชาชน แม้แต่ในวงการศึกษาก็ไม่เว้น อย่างเมื่อ พ.ศ.2555 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กำหนดว่านักเรียนชั้น ม.3 ที่จะเรียนต่อ ม.4 ในโรงเรียนเดิมจะต้องได้คะแนนเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมต้น GPAX ไม่ต่ำกว่า 2.5 + O–Net ไม่ต่ำกว่า 50% ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่สูงกว่าโรงเรียนอื่น ทำให้นักเรียน ม.3 ของโรงเรียนนั้น 636 คน ผ่านเกณฑ์เข้าเรียนต่อชั้น ม.4 เพียง 417 คน

แผนการรับนักเรียนของโรงเรียนที่ว่าก็คือ รับเด็ก ม.4 จำนวน 755 คน คัดเลือกโดยวิธีสอบเข้า 183 คน เมื่อรวมกับพวกที่ผ่านเกณฑ์ 417 คน โรงเรียนก็มีที่ว่างที่จะรับนักเรียนด้วยวิธีพิเศษอีก 155 คน

นี่คือการทุจริตในวงการศึกษา นักเรียน ม.3 จากโรงเรียนอื่นที่สอบคัดเลือกไม่ผ่าน ต้องจ่าย 300,000 บาท นักเรียน ม.3 เดิม ที่ได้เกรดต่ำกว่า 2.5 ต้องจ่าย 150,000 บาท นักเรียน ม.3 เดิม+ได้เกรดเกิน 2.5 แต่ได้คะแนน O-Net ไม่ถึงร้อยละ 50 ต้องจ่าย 10,000-50,000 บาท

ผู้ปกครองที่จ่าย 10,000-50,000 บาทเท่านั้น ที่ได้ใบเสร็จ

ผู้ปกครองที่จ่าย 300,000 บาท และ 150,000 บาท ไม่มีใบเสร็จ

ทุจริตกันมโหฬาร แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเอาเรื่อง ความศรัทธาของประชาชนต่อการบริหารชาติบ้านเมืองก็ลงเหว เยาวชนของเราเรียนรู้เรื่องการทุจริตตั้งแต่เข้า ม.4 ต่อไปในอนาคต ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตากอบโกยผลประโยชน์ ประเทศก็ยิ่งลงเหว ความวุ่นวายจะมีต่อไปไม่จบสิ้น

พรรคกิจประชาของสิงคโปร์ระวังเรื่องนี้มาก ประชาชนประทับใจในการบริหารบ้านเมืองให้มีความมั่งคั่งตั้งแต่สมัยรัฐบาลของนายลี ตามมาจนถึงรัฐบาลของนายโก๊ะ ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ก็พยายามโจมตี ยิ่งโจมตีก็ยิ่งเสียเอง เลือกตั้งทีไรก็แพ้พรรคกิจประชาทุกครั้ง

แม้สิงคโปร์จะเป็นสาธารณรัฐขนาดเล็ก แต่นายโก๊ะก็ยังคิดว่า รัฐบาลกลางอาจจะดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนได้ไม่ทั่วถึง จึงปรับปรุงการบริหารให้มีประสิทธิภาพและใกล้ชิดกับประชาชน แบ่งการบริหารจัดการออกเป็น 2 ระดับ คือระดับหน่วยงานรัฐบาล และระดับสภาพัฒนาชุมชน

ที่บ้านเรา ผู้คนที่หนุนส่วนกลางและภูมิภาคพยายามทำลายการปกครองท้องถิ่น พยายามตัดชุมชนไม่ให้ได้บริหารตัวเอง แต่ของสิงคโปร์ไม่ใช่ ตั้งแต่ พ.ศ.2540 เป็นต้นมา สภาพัฒนาชุมชนของสิงคโปร์ที่มีนายกเทศมนตรีเป็นประธานก็ดูแลตัวเองตั้งแต่การจัดสรรทุนการศึกษา ช่วยเหลือคนชรา ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ฯลฯ สภาพัฒนาชุมชน เปลี่ยนสิงคโปร์ให้เป็นชาติรัฐที่มีความโปร่งใสมากขึ้น เพราะผู้คนต่างมีส่วนร่วม ผู้บริหารก็ใกล้ชิดกับชุมชนมากขึ้น

ปัญหาของสิงคโปร์คือผู้คนขยันทำงานซะจนไม่ค่อยแต่งงาน นายโก๊ะก็ต้องคิดเรื่องให้คนแต่งงานและเพิ่มอัตราการเกิดโดยให้มีแผนการให้เงินสะสมพัฒนาเด็ก พ่อแม่คู่ไหนมีบุตรมากกว่า 1 คน และไปเปิดบัญชีธนาคารเงินฝากสะสมทรัพย์ให้ลูก รัฐบาลสิงคโปร์ของพรรคกิจประชาก็จะสมทบเงินฝากด้วย ใครมีลูกก็ลาคลอดโดยยังได้รับเงินเดือนได้นานถึง 8 สัปดาห์

พ.ศ.2544 เศรษฐกิจของสิงคโปร์แย่ลง เพราะจีนกับอินเดียรวมทั้งประเทศอื่นในอาเซียนแย่งส่วนแบ่งการลงทุนจากต่างประเทศ นายโก๊ะจึงให้เอกชนสิงคโปร์ออกหาตลาดใหม่ โดยต้องออกไปให้ไกลกว่าเดิม ให้ออกนั่งเครื่องหาตลาดภายในระยะเวลา 7 ชั่วโมงบิน นายโก๊ะให้คนสิงคโปร์ออกไปลงทุนในต่างประเทศ แกแนะนำให้คนสิงคโปร์กล้าเสี่ยง

นายลีเป็นผู้นำของสิงคโปร์นาน 31 ปี

นายโก๊ะเป็นอยู่เกือบ 14 ปี

จากนั้นจึงส่งมอบสาธารณรัฐสิงคโปร์ที่มั่งคั่ง สะอาด ปลอดคอร์รัปชัน ยิ่งกว่าเก่าให้นายลี เซียน หลุง นายกฯ คนที่ 3 ของสิงคโปร์ เมื่อ พ.ศ.2547

ผู้อ่านท่านที่เคารพอ่านแล้ว อยากเอาน้ำแข็งโปะเปลือกตาด้วยดับความอิจฉาคนสิงคโปร์ไหมครับ?

คุณนิติ นวรัตน์

อ่านเพิ่มเติม...
เปิดฟ้าส่องโลกคุณนิติ นวรัตน์สิงคโปร์รัฐบาลเมืองไทยมโหฬารเศรษฐกิจลี เซียน หลุง