Thairath Logo
กีฬา

ขานรับ ครม.ชุดใหม่รู้งานดี จับตาอีก 3-6 เดือนพิสูจน์ฝีมือเจ๋งหรือเจ๊ง!

Share :

“โฆสิต” เชื่อมือ ครม.ชุดใหม่ แนะยึดหลักซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ชี้ ครม.ใหม่ ตัดสินใจได้ทันที เพราะทุกคนมีประสบการณ์ทำงาน แต่อีก 3–6 เดือนจากนี้ เป็นช่วงวัดฝีมือ เพราะเศรษฐกิจยังไม่ดี แนะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ดันเศรษฐกิจโต

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หน้าตาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ประกอบด้วยผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาขับเคลื่อนประเทศในเวลาอันสำคัญ เท่าที่ติดตามข่าวสารเห็นว่ามีการเตรียมตัวมาอย่างดี โดยในช่วงนี้การลงทุนโครงการขนาดใหญ่เป็นเรื่องใหญ่ ความโปร่งใสของรัฐบาลจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด เพราะความสนใจติดตามความโปร่งใสของประชาชนก็เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลใหม่ต้องยึดหลักความซื่อสัตย์ โปร่งใส และตรวจสอบได้ นอกจากนี้ การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต้องเตรียมการให้พร้อม เดินหน้าได้ทันที ไม่ติดขัดเหมือนที่ผ่านมา

สำหรับภาวะเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง เห็นสัญญาณเริ่มโงหัวขึ้นแล้ว เป้าหมายเศรษฐกิจขยายตัวได้ 1.5 -2% น่าจะทำได้ ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรทำเท่าที่จำเป็น ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องทำ สิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือ ปฏิรูปประเทศ และสร้างความสงบสุขในสังคม ซึ่งเป็นข้อแม้สำคัญเดินหน้าประเทศ ดูอย่างอิสราเอล ยูเครน และอิรัก ที่ขาดความสงบสุข จึงเดินหน้าประเทศไม่ได้ แต่การปฏิรูปของไทยจะเดินหน้าไปได้ด้วยดี เมื่อมีการจัดตั้ง ครม.ชุดใหม่แล้ว

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ครม.ชุดใหม่ โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ ถือว่าดี มีความหวัง น่าจะตัดสินใจนโยบายและทำงานได้ทันที เพราะรัฐมนตรีทุกคนมีประสบการณ์ เช่น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ผ่านงานด้านเศรษฐกิจมาหลายครั้ง กระทรวงคมนาคมที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นรัฐมนตรี ก็รู้งานดี และโรดโชว์ด้วยตัวเองในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3.4 ล้านล้านบาท “ส่วนกระทรวงอื่นๆ มีผู้มีประสบการณ์ อยู่แล้ว แต่เพื่อให้ครบเครื่องกระทรวงการคลัง ควรได้ รมช.ที่ผ่านงานด้านตลาดเงินและตลาดทุน กระทรวงพาณิชย์ควรได้ รมช.ที่รู้เรื่องเจรจาการค้าต่างประเทศ ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี พูดชัดว่า คัดเลือกรัฐมนตรีที่เข้าใจ มีเป้าหมายทำงานเดียวกัน ผมมองว่าดี เหมือนทีมฟุตบอล มองตาเพื่อนก็รู้ว่าจะส่งลูกไปตรงไหน จึงจะพังประตูได้ เพียงแต่ควรรับฟังเสียงรอบข้างด้วย เพื่อไม่ให้เสียหาย”

อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูการพิสูจน์ผลงานรัฐบาลในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า เพราะมองว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 1.5-2% เนื่องจากการส่งออก ซึ่งเป็นตัวความหวังยังซึมเซา และไม่น่าขยายตัวได้ถึงเป้าหมาย 3% น่าจะได้ 1-1.5% เท่านั้น เพราะยังมีความเสี่ยงสูงจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ดังนั้น อนาคตเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น จึงขึ้นอยู่กับการเร่งรัดเบิกจ่ายงบ ประมาณ การรักษาระดับราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวและยางพารา โดยข้าวควรจะตันละ 8,500-9,000 บาท และยางพารากิโลกรัมละ 60 บาท อย่าให้ไหลลงไปอีก เพราะจะทำให้กำลังซื้อชะงักงัน เศรษฐกิจภูมิภาคชะลอตัว หนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น เด็กจบใหม่หางานทำยาก

สำหรับข้อเสนอรัฐบาลใหม่ เมื่อเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มไม่ดีนัก ควรเจรจากับภาคธุรกิจให้ช่วยดูแลค่าครองชีพประชาชน การปรับโครงสร้างพลังงานที่ทำไปแล้วถือว่าดี ควรยกเลิกกฎอัยการศึก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวมาพยุงเศรษฐกิจ หากยกเลิกไม่ได้ ควรจัดโรดโชว์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย รวมทั้งฉวยโอกาสที่ไทยจะเข้าร่วมเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 58 ด้วยการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เดินหน้าได้จริง

“ส่วนระยะยาว ควรปฏิรูปการศึกษา สร้างความยั่งยืนทางด้านอาหารและพลังงาน ที่สำคัญ คือการต่อต้านการคอร์รัปชัน อย่าให้การเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะ 35% กลับมาอีก ไม่อย่างนั้น นักลงทุนต่างชาติจะหนีไทย สำหรับปี 58 เศรษฐกิจมีโอกาสขยายตัวได้ 4-5% หากการท่องเที่ยวดี อาจขยายตัวได้ 5-5.5% แต่ขึ้นอยู่กับการบริโภคในประเทศ และการส่งออก จะฟื้นตัวมากน้อยเพียงใด”.

อ่านเพิ่มเติม...
โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ครม.ประยุทธ์1รัฐมนตรีธนวรรธน์ พลวิชัยพิสูจน์ผลงานรัฐบาลภาวะเศรษฐกิจ