วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โจรบุกเดี่ยวจี้ชิงเงินเซเว่นฯ สมุทรปราการรับอรุณ

โจรบุกเดี่ยวจี้ชิงเงินเซเว่นฯ สมุทรปราการรับอรุณ

  • Share:

โจรซุ่มในมุดมืด ก่อนบุกเดี่ยวชักปืนจี้พนักงานสาวร้านสะดวกซื้อ ขณะอยู่หน้าเคาน์เตอร์เก็บเงินเพียงลำพัง บังคับให้หยิบเงินจากเครื่องคิดเงินใส่ถุงทีละเครื่อง ก่อนหนีไปขึ้น จยย. ขี่ออกปากซอย เชื่อมาดูลาดเลาและวางแผนการมาอย่างดี    

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 1 ก.ย. 57 ร.ต.ท.ธนาวุฒิ ดวงจินดา พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน จี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น สาขา 9738 ตั้งอยู่ที่ชั้นล่าง อาคารลุมพินีคอนโด ภายในซอยสันติคาม ม.7 ต.สำโรงเหนือ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.สุฑัตตรา ศิริงามรัมย์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 ม.8 ต.กกโพธิ์ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด พนักงานของร้านดังกล่าว ซึ่งขณะเกิดเหตุ ทำงานอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์เพียงลำพัง ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้เปิดลิ้นชักเครื่องเก็บเงิน ยืนรอให้การด้วยอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด และยังไม่หยุดร้องไห้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ไปถึง

โดย น.ส.สุฑัตตรา เล่าถึงเหตุการณ์ระทึกนี้ว่า ขณะที่ตนยืนทำงานอยู่หน้าเคาน์เตอร์ตามลำพัง คนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ นุ่งกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ใส่เสื้อ 2 ชั้น โดยชั้นในเป็นเสื้อยืดสีดำ และทับด้วยเสื้อคลุมสีแดง-ดำ สวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ อำพรางใบหน้า เดินเข้ามาในร้าน เมื่อถึงหน้าเคาน์เตอร์ที่ตนยืนอยู่ คนร้ายได้ชักอาวุธปืนหันออกมามาตน พร้อมกับสั่งให้ตนเปิดลิ้นชักเครื่องเก็บเงิน ก่อนจะบังคับให้ตนหยิบเงินสดที่มีอยู่ในลิ้นชัก ให้กับคนร้ายทีละเครื่อง จำนวน 2 เครื่อง โดยคนร้ายได้ยื่นถุงผ้าที่เตรียมมาให้ตนนำเงินใส่ เมื่อได้เงินแล้วก็รีบวิ่งออกจากร้านไปขี่รถจยย. ที่จอดห่างจากร้านประมาณ 100 เมตร หลบหนีออกไปทางด้านปากซอยสันติคาม

"เมื่อคนร้ายหลบหนีไปแล้ว ก็พยายามตั้งสติแล้วตะโกนเรียกเพื่อนที่เป็นพนักงานด้วยกันที่ทำงานอยู่หลังร้าน ให้ออกมาช่วย ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตรวจสอบดูพบว่าคนร้ายได้เงินสดไปประมาณ 2 พันกว่าบาท" น.ส.สุฑัตตรา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะสังเกตการณ์มานาน และเตรียมการมาเป็นอย่างดี เพราะมีการจอดรถ จยย. แอบซุ่มหาโอกาสช่วงที่พนักงานของร้านอยู่หน้าร้านเพียงลำพัง ตลอดจนการใช้หมวกกันน็อกแบบเต็มใบอำพรางใบหน้า และใส่เสื้อหลายชั้น ขณะลงมือก่อเหตุ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้