Thairath Logo
กีฬา

โปรดเกล้าฯ32รมต. รอถวายสัตย์2-4ก.ย.

Share :

กลุ่มขรก.15-ทหาร11 สายบิ๊กป้อมมาพรึ่บ อุ๋ยคุมทีมเศรษฐกิจ บิ๊กตู่แถลงนโยบาย

โปรดเกล้าฯ แล้ว “ครม.ประยุทธ์ 1” แต่งตั้ง 32 รมต. 34 ตำแหน่งร่วมขบวน เผย 11 นายพลค่าย ทบ.-ทร.-ทอ.พาเหรดยึดเก้าอี้ สายข้าราชการประจำทั้งอดีต-ปัจจุบัน 15 คนติดโผ รมต.แบ็กอัพเสริมแกร่ง ครม.ท็อปบูต “บิ๊กป้อม” พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์บารมีปึ้กคุมฝ่ายมั่นคงถ่างขาควบรองนายกฯ-รมว.กห.ส่งน้องเลิฟ “อนุพงษ์” เป็น มท.1 ผนึกกำลัง “หม่อมอุ๋ย” ดันเซนต์คาเบรียลคอนเนกชั่นคุมขุมกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่ง “ณรงค์ชัย” รมว.พลังงาน ดึง “สมหมาย” นั่งแป้นขุนคลัง ด้าน “บิ๊กตู่” จัดดรีมทีมเพื่อน ตท.12 ค้ำบัลลังก์ หน.รัฐบาล มอบ “ธนะศักดิ์” เป็นรองนายกฯ ควบ กต. “ฉัตรชัย” รับหน้าเสื่อ รมว.พาณิชย์ เคลียร์ปากท้อง สางปมจำนำข้าว แกนนำ พท.เบิร์ธเดย์ 67 ปี “สมชาย” ส่งกำลังใจ “บิ๊กตู่” โชว์เต็มที่ อุบไต๋วางมือการเมือง ทหาร-ตร.จับขัง 7 ชม. “แม่น้องเกดกับพวก” โปรยใบปลิวหน้าสวนจตุจักร อ้างขอความเป็นธรรมศาลอาญาไม่รับคำฟ้องคดี “อภิสิทธิ์-สุเทพ” สั่งสลายม็อบแดง

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งรายชื่อ ครม.“ประยุทธ์ 1” ให้สำนักราชเลขาธิการนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2557 ล่าสุดได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่แล้ว จำนวน 32 คน 34 ตำแหน่ง

โปรดเกล้าฯ ครม.ประยุทธ์ 1

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 17.05 น. ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ความว่า

ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2557 แล้ว นั้น

บัดนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไปแล้ว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หม่อม ราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวิษณุ เครืองาม เป็นรองนายกรัฐมนตรี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลเอกอุดมเดช สีตบุตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมหมาย ภาษี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพรชัย รุจิประภา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายณรงค์ชัย อัครเศรณี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายพิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายกฤษณพงศ์ กีรติกร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลโทสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายรัชตะ รัชตะนาวิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นัด ครม.รอถวายสัตย์ 2–4 ก.ย.

ช่วงค่ำ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า กำหนดการเข้าเฝ้าทูล ละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ครม. ต้องรอทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯเมื่อใด ซึ่งสำนักพระราชวังจะแจ้งให้ทราบต่อไป

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ครม.แล้ว ขั้นตอนต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. จะนำ ครม.เฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง เบื้องต้นมีการแจ้งให้ ครม.เตรียมตัว อย่าไปไหนในช่วงระหว่างวันที่ 2-4 ก.ย. นอกจากนี้ นายกฯจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดิน แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นเมื่อใด ซึ่งได้เตรียมร่างเนื้อหาไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯเรียบร้อยแล้ว แม้จะยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐมนตรีสามารถเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน สำหรับตนเป็นรองนายกฯในครั้งนี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบกฎหมายเป็นหลัก

“รัชตะ” ร่วมคิดร่วมทำ ขรก.สธ.

นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังมีพระราชโองการแต่งตั้งเป็น รมว.สาธารณสุข ว่า ขณะนี้กำลังเตรียมพร้อมการเข้ามาทำงาน โดยเบื้องต้นจะร่วมคิด ร่วมทำกับข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุข โดยหลักการคือ ทำให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างดีที่สุด ส่วนกระบวนการทำงานจะหารือร่วมกัน ทุกฝ่ายก่อน ปัญหาของกระทรวงสาธารณสุขมีอะไรบ้างต้องเข้าไปคุยกับแต่ละฝ่ายก่อน ขณะนี้คงยังให้คำตอบไม่ได้ แต่โดยหลักการต้องให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพให้ดีที่สุด

บูรพาพยัคฆ์ผงาดพรึ่บ ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดสรรคณะรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นที่จับตากัน มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกและแบ่งสายส่งคนของตนเองมาเป็นรัฐมนตรี โดยเฉพาะสาย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษา คสช.ได้นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม ที่ควงน้องรัก “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. พี่รองแห่งบูรพาพยัคฆ์ มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ “บิ๊กตู่” อีกคนได้รับความไว้วางใจให้เป็น รมว.มหาดไทย เพื่อดูงานปกครองท้องถิ่น และบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน ตามคำขวัญของกระทรวงคลองหลอด นอกจากนี้ ยังมีสายเซนต์คาเบรียลคอลเนกชั่น มี “บิ๊กป้อม” เป็นหัวขบวน ได้ผลักดันเพื่อนร่วมโรงเรียนคือ “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่สนิทสนมแนบแน่น ให้มาดูแลงานสำคัญขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง คสช.จัดให้เป็นปัญหาเร่งด่วน ขณะเดียวกัน “หม่อมอุ๋ย” ยังจัดหาทีมงานมือโปรด้านเศรษฐกิจเข้ามาทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยดึงนายสมหมาย ภาษี มาเป็น รมว.คลัง เนื่องจากมีประสบการณ์และเคยดำรงตำแหน่ง รมช.คลังยุครัฐบาลขิงแก่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯ ขณะที่นายณรงค์ชัย อัครเศรณี เป็นนักเศรษฐศาสตร์ มีสายสัมพันธ์กับ “หม่อมอุ๋ย” ถูกเรียกใช้บริการในตำแหน่ง รมว.พลังงาน เพื่อแก้ไขปัญหาพลังงานที่เป็นเรื่องร้อนอยู่ในขณะนี้

“บิ๊กตู่” ดึงเพื่อน ตท.12 ค้ำบัลลังก์

นอกจากนี้ สายสัมพันธ์ ครม.กับ “บิ๊กตู่” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และได้รับความไว้วางใจให้มาเป็นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีแยกเป็นหลายสาย เช่น เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 12 (ตท.12) ได้แก่ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เติบโตในชีวิตราชการมาด้วยกันกับ “บิ๊กตู่” จนเป็นผู้นำเหล่าทัพ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน้าตาประเทศ รับผิดชอบงานกระทรวงการต่างประเทศ รับภาระหนักเร่งเดินสายทำความเข้าใจถึงปัญหาในประเทศกับต่างชาติ อีกคน “บิ๊กนมชง” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เพื่อนซี้ “บิ๊กตู่” เป็นมือเป็นไม้และเป็นคนใกล้ตัว ได้เป็น รมว.พาณิชย์ ถูกวางตัวให้มาดูแลเรื่องปากท้องประชาชนที่อยู่ในภาวะขัดสน รวมทั้งสะสางปัญหาโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อนร่วมรุ่นอีกราย “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ มันสมองคนสำคัญของ “บิ๊กตู่” ที่วางแผนทุกขั้นตอนในการยึดอำนาจ ได้เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ รับงานใหญ่เคลียร์นายทุน นักการเมือง บุกรุกที่ดินทั้งป่าสงวน ป่าเสื่อมโทรม และครอบครองไม่ถูกกฎหมาย ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของหัวหน้า คสช. ที่ต้องการแก้ไขปัญหาได้สำเร็จเป็นรูปธรรม

หยิบรุ่นน้องช่วยขับเคลื่อนนโยบาย

ในสายของ “บิ๊กตู่” ยังได้มือกฎหมายระดับปรมาจารย์อย่าง นายวิษณุ เครืองาม มาเป็นรองนายกรัฐมนตรี เพื่อดูแลงานด้านกฎหมายรัฐบาลเป็นหลัก นายวิษณุมีคอลเนกชั่นเชื่อมโยงได้ทุกฝ่าย จะดูงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมร่วมกับ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ที่เป็นนายทหารวงศ์เทวัญแหกด่าน เข้ามาเป็น รมว.ยุติธรรม ด้วยบุคลิกที่ตรงไปตรงมา แบ่งเบาภาระงานหัวหน้า คสช.ได้ “บิ๊กตู่” ยังใช้บริการทีมงาน คสช. มาช่วยงานด้านเศรษฐกิจซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ คือ “บิ๊กจิน” พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็น รมว.คมนาคม จับจองเก้าอี้นี้ก่อนใครอื่น เพื่อดูแลงานคมนาคม ควบคุมเมกะโปรเจกต์วางรากฐานการคมนาคม บริหารงบประมาณจำนวนมหาศาล รวมถึง “บิ๊กเข้” พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย นายทหารมาดนิ่ง มานั่งคุมงานด้านการศึกษา ในตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อเร่งสะสางปัญหาการศึกษาไทยที่ยังล้าสมัย โดยมี “บิ๊กน้อย” พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงษ์ นายทหารที่เติบโตจากกองทัพภาคที่ 3 เป็นลูกมือช่วยอีกแรงในตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ

“บิ๊กเต่า–โด่ง” สมหวังเป็นเสนาบดี

พล.อ.ประยุทธ์ยังเลือก “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว แม้ถูกมองว่ายึดติดกลุ่มอำนาจเก่า จนถูกสั่งเด้งให้มาประจำสำนักนายกฯ แต่ยังคงตำแหน่งรองหัวหน้า คสช.ดูงานด้านกิจการพิเศษ เมื่อตั้ง ครม.ยังได้เก้าอี้ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ “บิ๊กอู๋” มีสายสัมพันธ์กับ “บิ๊กจิน” ในฐานะเพื่อน ตท.13 รวมถึง “บิ๊กเต่า” พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหมน้องรัก “บิ๊กตู่” ทำงานร่วมกันในกองทัพมานาน ได้ตำแหน่ง รมว.แรงงาน มีความถนัดงานด้านกิจการพลเรือน งานมวลชน จึงถูกสั่งให้รับผิดชอบแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวและแรงงานไทย แต่ที่ไม่หลุดจากโผคือน้องรักแห่งบูรพาพยัคฆ์ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ในฐานะเลขาธิการ คสช. ถูกตบรางวัลได้ตำแหน่ง รมช.กระทรวงกลาโหม

2 รมต.หญิงโปรไฟล์เด่น

ส่วนนักธุรกิจ นักบริหารที่ “บิ๊กตู่” ไว้วางใจเรียกให้เข้ามาช่วยบริหารประเทศใน ครม.ชุดนี้ คือนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ได้เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มีดีกรีเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด มีคอนเนกชั่นกับทหารจากการศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่นที่ 19 ที่ผ่านมา “กอบกาญจน์” ได้รางวัลนักธุรกิจสตรีเด่นและทำงานด้านสังคมมานาน และถือเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีผู้หญิงที่มีเพียงสองคน อีกรายคือนางอภิรดี ตันตราภรณ์ นั่ง รมช.พาณิชย์ อดีตเคยเป็นอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ

11 นายพลตบเท้ายึดเก้าอี้ใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.ประยุทธ์ 1 มี 33 คน 35 ตำแหน่ง นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯแล้วมีรองนายกฯ 2 รายที่ควบตำแหน่งรัฐมนตรี โดยแบ่งเป็นรัฐมนตรีจากข้าราชการจากสายทหาร 11 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีตรอง ผบ.ทบ. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รอง เสธ.ทบ. ทั้งนี้มีรัฐมนตรีที่เป็นอดีตรัฐมนตรีในยุคขิงแก่รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ 3 คน ได้แก่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ฯ นายสมหมาย ภาษี อดีต รมช.คลัง

15 ขรก.ประจำช่วยงานรัฐบาล คสช.

ขณะที่รัฐมนตรีจากสายข้าราชการประจำ 15 คน ได้แก่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ นายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายพรชัย รุจิประภา อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อดีตรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายสุธี มากบุญ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ อดีตปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) นายกฤษณพงศ์ กีรติกร รองประธานคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) นายรัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล นายสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ

อีโอดีสแกนก่อน “บิ๊กตู่” เข้าทำเนียบฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ คนงาน จากกรมยุทธโยธาทหารบก กรมโยธาธิการและผังเมือง และ กทม.ยังคงเร่งปรับปรุงอาคารสถานที่และภูมิทัศน์ ให้ทันรองรับการทำงานรัฐบาลชุดใหม่ ที่ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งใช้เป็นห้องประชุม ครม.อยู่ระหว่างติดตั้งระบบไฟฟ้า และระบบเครื่องเสียง และจะขนย้ายโต๊ะ เก้าอี้ จัดวางภายใน 1-2 วันนี้ โดยเมื่อวันที่ 31 ส.ค.เจ้าหน้าที่นำเก้าอี้นายกรัฐมนตรีที่สั่งทำใหม่ นำไปตั้งในห้องทำงานนายกฯ บนตึกไทยคู่ฟ้าแล้ว พร้อมจัดวางเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ในห้องต่างๆภายในตึกไทยคู่ฟ้า รวมทั้งห้องเลขาธิการนายกฯ และทีมงานของ พล.อ.ประยุทธ์เรียบร้อย โดยใน 1-2 วันนี้ ชุดปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) กองทัพบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะเข้าตรวจสอบพื้นที่ทำเนียบฯทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีจะเข้าปฏิบัติหน้าที่

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 1 ส.ค.จะตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าหน้า คสช.จะให้ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า เชื่อว่าห้องประชุม ครม.ชั้น 5 แล้วเสร็จทัน

“พีระศักดิ์” ชมเปาะ ครม.เหมาะสม

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 กล่าวว่า โฉมหน้า ครม.ชุดนี้ ส่วนตัวเห็นว่ามีความเหมาะสม โดยเฉพาะกระทรวงหลักๆ ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย รวมทั้งด้านเศรษฐกิจ บุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งสามารถเข้าใจนโยบายและเป้าหมายของ คสช. มีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ทำให้การทำงานง่ายขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศได้ ส่วนหลังจากตั้งรัฐบาลแล้วจะแถลงนโยบายต่อ สนช.หรือไม่ก็แล้วแต่นายกฯ ถ้าแถลงนโยบายจะเป็นเรื่องดี ประชาชนจะได้รู้ว่ารัฐบาลจะทำอะไรบ้าง

พท.คึกเบิร์ธเดย์ 67 ปี “สมชาย”

เมื่อเวลา 07.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯและแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดบ้านพักภายในหมู่บ้านเบเวอร์ลี่ฮิลส์ ถนนแจ้งวัฒนะ ทำบุญถวายภัตตาหารพระสงฆ์ 9 รูป เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 67 ปี โดยมีอดีตแกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรี มาร่วมงานอย่างคึกคัก อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายนพดล ปัทมะ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายอุดมเดช รัตนเสถียร คณะกรรมการกิจการพรรค รวมทั้งอดีต ส.ส. สมาชิกพรรค อดีตข้าราชการ และบุคคลที่เคารพนับถือทยอยเดินทางมาอวยพรวันเกิดอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเวลา 09.45 น. นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายนิกร จำนง แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา นำกระเช้าดอกไม้มาอวยพร โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ฝากคำอวยพรมาขอให้มีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง พร้อมขอโทษที่ไม่ได้มาร่วมงานเพราะสุขภาพไม่แข็งแรง

“พงศ์เทพ” บี้ ครม.แถลงนโยบาย

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯกล่าวถึง โฉมหน้า ครม.ประยุทธ์ 1 ว่า หน้าตา ครม. ไม่ใช่เรื่องสำคัญ อยู่ที่นโยบายและการทำงานมากกว่า เมื่อมี ครม.ก็ควรแถลงนโยบายต่อ สนช. เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติรับทราบ ติดตามการทำงาน และทำให้ประชาชนรับทราบด้วยว่า ครม.มีนโยบายอย่างไร จะประเมินได้ว่านโยบายใดเป็นเรื่องดีหรือนโยบายใดมีปัญหา รัฐบาลจะได้นำไปคิดให้รอบคอบ เพราะนโยบายที่ออกมาไม่ใช่จะดีไปทั้งหมด เมื่อถามว่านโยบายประชานิยมควรจะมีต่อไปหรือไม่ นายพงศ์เทพตอบว่า คำว่านโยบายประชานิยมเข้าใจตรงกันหรือไม่ แม้แต่คนพูดก็เข้าใจคำนี้ไม่ตรงกัน ต้องเข้าใจตรงกันว่านโยบายประชานิยมที่คิดว่าไม่สมควร และคนไม่ต้องการคืออะไร แล้วค่อยมาดูว่าที่พูดอย่างนั้นถูกต้องหรือไม่ เพราะนโยบายบางอย่างที่ประชาชนไม่พอใจ ถือเป็นเรื่องดี อย่างการช่วยเหลือราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ เรียกว่าประชานิยมหรือไม่ ควรมีนิยามเรื่องประชานิยมให้ชัดเจน

“สมชาย” อุบไต๋วางมือการเมือง

ขณะที่นายสมชายให้สัมภาษณ์ว่า วันเกิดปีนี้หากขอพรได้อยากขอให้ประเทศเข้าสู่ความสงบเรียบร้อย ประชาชนอยู่ดีกินดี ขอให้กำลังใจผู้มีหน้าที่บริหารบ้านเมือง ขอให้ทำหน้าที่ให้ประสบความสำเร็จ สร้างความปรองดองสามัคคีให้เกิดขึ้น ประชาชนก็จะมีความสุข เมื่อถามว่า หากมีการเลือกตั้งจะลงรับสมัครเลือกตั้งอยู่หรือไม่ นายสมชายตอบว่า มีคนบอกว่าการเมืองเป็นสิ่งไม่จีรัง หมุนเวียนไป แต่หากมีโอกาสก็ยังคงจะทำงานเพื่อประชาชน ไม่ทิ้งประชาชน แต่ไม่ปรารถนาตำแหน่งทางการเมือง หากมีการเลือกตั้งอยากให้คนหนุ่มสาวที่มีไฟเข้ามาสานงานต่อ ส่วนจะวางมือหรือไม่ เมื่อถึงเวลาจะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ยังไม่ถึงโอกาสจะพูดกัน ต้องรอกติกาและโอกาสแล้วค่อยมาคุยกันเรื่องวางมือวันนี้ไม่ขอวิจารณ์หรือพูดเรื่องการเมือง ขอวางตัวเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

ให้กำลังใจ “บิ๊กตู่” ลุยงานเต็มที่

เมื่อถามว่า ในฐานะอดีตนายกฯ มีอะไรจะฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.หรือไม่ นายสมชายตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์คงตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ก็ขอให้ทำไป เราในฐานะประชาชนภายใต้การปกครองของ พล.อ.ประยุทธ์ขอให้กำลังใจให้ทำงานอย่างลุล่วง ทุกคนมีสำนึกเพื่อประเทศและประชาชนอยู่แล้ว คงไม่ต้องฝากอะไรไปถึง เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อวยพรอะไรหรือไม่ นายสมชายตอบว่า ไม่ค่อยได้คุยกันมาก เพราะทุกคนรู้ว่าไม่ใช่เรื่องจะมาคุยกันตอนนี้ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณได้อวยพรวันเกิดก่อนหน้านี้แล้วเพราะได้เจอกันที่ฮ่องกงและสิงคโปร์

เมื่อถามว่า ปีนี้นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยา ได้มอบของขวัญอะไรให้เป็นพิเศษหรือไม่ นายสมชายตอบติดตลกว่า “ขอเก็บเป็นความลับ เพราะสำหรับคุณแดงทุกวันคือวันพิเศษ”

ชี้ทหารร่วม ครม.สงบแต่ไร้ถ่วงดุล

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชน 1,446 คน เมื่อวันที่ 28-30 ส.ค.ถึง “ครม.ประยุทธ์ 1 ในสายตาประชาชน” พบว่ากรณีมีทหารจำนวนมากเข้ามาเป็นรัฐมนตรี มีข้อดี ร้อยละ 85.48 เห็นว่าบ้านเมืองสงบ เป็นระเบียบเรียบร้อย ร้อยละ 81.12 การทำงานเป็นระบบ มีประสิทธิภาพไปในทิศทางเดียวกัน ข้อเสียร้อยละ 84.02 ไม่มีการคานอำนาจ ถ่วงดุล หรือการตรวจสอบที่ชัดเจน ร้อยละ 82.43 อาจขาดประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ ส่วนกรณีไม่มีนักการเมืองมาเป็นรัฐมนตรี ข้อดีร้อยละ 81.95 ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันน้อยลง ร้อยละ 80.57 ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งพรรคแบ่งพวก ข้อเสียร้อยละ 81.19 ขาดบุคคลที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ร้อยละ 76.49 ขาดสีสัน ไม่หลากหลาย สำหรับข้อเสนอแนะ ร้อยละ 39.51 ต้องมุ่งมั่นตั้งใจ ซื่อสัตย์ สุจริต ร้อยละ 28.09 ฟังเสียงประชาชน เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น และร้อยละ 16.24 วางรากฐานการทำงานเป็นระบบ นำไปใช้ได้ในระยะยาว

“บิ๊กตู่” ได้เสียงเชียร์แกนนำชุมชน

ขณะที่มาสเตอร์โพล โดยชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน สำรวจแนวโน้มจุดยืนของแกนนำชุมชน 622 ชุมชนต่อ คสช.ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ พบว่าแนวโน้มแกนนำชุมชนสนับสนุน คสช.เพิ่มสูงขึ้น จากร้อยละ 70.1 เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ร้อยละ 75.4 เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ร้อยละ 68.6 เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ร้อยละ 76.8 เมื่อวันที่ 8 ส.ค. และล่าสุดขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 85.5 เมื่อวันที่ 30 ส.ค. โดยความพึงพอใจอันดับแรกคือ การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประชาชน ได้ 8.51 คะแนน การบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งในระบบกฎหมายและระเบียบปกติ 8.50 คะแนน การป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า 8.46 คะแนน การปรับปรุงการศึกษาทั้งระบบ และการพัฒนาด้านการสาธารณสุขให้ทั่วถึง 8.43 คะแนน ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 91.8 ระบุมีความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ส่วนแนวโน้มความพึงพอใจต่อการทำงานของ คสช.ครั้งล่าสุดเพิ่มสูงขึ้นกว่าครั้งก่อนที่ 8.64 คะแนน มาอยู่ที่ 8.83 คะแนน โดยแกนนำชุมชนมีความสุขเพิ่มขึ้นเมื่อน้ำมันลดราคา

สปช.โค้งสุดท้ายผ่านฉลุย

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่สำนักงาน กกต. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยของการเปิดรับเสนอชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พร้อมระบุว่า ภาพรวมการเปิดรับเสนอชื่อตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ขณะนี้ตัวเลขผู้ถูกเสนอชื่อเป็นตัวเลขที่สูงมากเกินกว่าตั้งเป้าหมายไว้ 3,000 คน คาดว่า 2 วันที่เหลือน่าจะมีผู้เสนอชื่อถึง 5,000 คน ขอให้รีบทยอยเสนอชื่อโดยเร็ว อย่ามาเสนอกันในวันสุดท้าย เพราะถ้ามีปัญหาเรื่องเอกสารอาจจะไม่ทันเวลาได้ และถ้าไม่ทัน คงจะไม่ขยายเวลาอีก เพราะจะส่งผลกระทบต่อปฏิทินที่วางไว้

18 วันยอดพุ่งเฉียด 5 พัน

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงสรุปยอดเปิดรับการเสนอชื่อ สปช.วันที่ 18 ว่า ตลอดทั้งวันมีผู้เสนอชื่อทั้งสิ้น 175 คน แบ่งเป็นนิติบุคคลเสนอ 158 คน ระดับจังหวัด 17 คน รวม 18 วันมีผู้เสนอชื่อ 4,797 คน แบ่งเป็นนิติบุคคล 2,610 คน จังหวัดจำนวน 2,187 คน ด้านที่เสนอมากสุดคือด้านการศึกษาจำนวน 436 คน รองลงมาคือด้านสังคม 373 คน น้อยสุดคือด้านสื่อสารมวลชน 112 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุคคลผู้มีชื่อเสียงที่มาเสนอชื่อ อาทิ พรรคมาตุภูมิ เสนอชื่อ พล.ต.วีระศักดิ์ นาทะศิริ รองเลขาธิการพรรค เข้าสรรหาด้านการเมือง สมาคมเพื่อสวนสัตว์ไทย เสนอชื่อ นายโสภณ ดำนุ้ย อดีต ผอ.องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เข้าสรรหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สมาคมการค้าพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ เสนอชื่อ นายอุเทน ยังประภากร ผู้บริหารฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ เข้าสรรหาด้านเศรษฐกิจ มูลนิธิกองบัญชาการตำรวจนครบาล เสนอชื่อ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น

ไม่ถึงขั้นขับ “จ้อน” พ้น ปชป.

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้หารือเรื่องการดำเนินการกับนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ที่สมัครรับสรรหาเป็น สปช. คงไม่ถึงขั้นขับออกจากพรรค เนื่องจากพรรคไม่ได้มีมติว่าจะไม่ส่งตัวแทนสมัครรับการสรรหาเป็น สปช. เป็นเพียงแนวทางและความเห็น แต่จะพิจารณาเพียงการส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ และการที่นายอลงกรณ์สมัคร สปช.เป็นสิทธิ ที่ผ่านมาปัญหาของประเทศเกิดจากประชาชนไม่ไว้ใจนักการ เมือง ถ้านักการเมืองเข้าไปเป็น สปช. แม้การปฏิรูปจะสำเร็จและเป็นสิ่งที่ดี ประชาชนจะไม่ไว้วางใจ สิ่งดีๆ จะเสียหายอีก รวมทั้งทำให้ไม่ได้การยอมรับ พรรคจึงมีแนวทางว่าควรให้ผู้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าไปเป็น สปช. คนที่เคยพูดว่าให้การปฏิรูปเป็นเรื่องของประชาชน แต่คนที่พูดลักษณะนี้กลับไปสมัครเป็น สปช. อยากให้ทบทวนเรื่องนี้ คนที่เคยพูดแบบนี้ควรเป็นหลักให้ประชาชน อย่าใช้จุดอ่อนประชาชนเรื่องขี้ลืม และอย่าซ้ำเติมปัญหาในอดีต พรรคประชาธิปัตย์ไม่ทอดทิ้งการปฏิรูป จะสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ตร.หิ้วแม่ “น้องเกด” โปรยใบปลิว

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่บริเวณลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หมอชิต นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมลเกด อัคฮาค หรือน้องเกด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม พร้อมด้วยนายณัทพัช อัคฮาด น้องชายของน้องเกด และนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดา ของนายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือน้องเฌอ ผู้เสียชีวิต ที่ถูกยิงภายในซอยรางน้ำ จากเหตุการณ์สลายการ ชุมนุม นปช.เมื่อปี 53 ได้โปรยใบปลิวเป็นกระดาษเอ 4 ตกเกลื่อนเต็มพื้นถนนกำแพงเพชร 1 ทั้งสองฝั่ง ข้อความในใบปลิวระบุว่า “คำฟ้องของศาลประชาชน คดีหมายเลขดำที่ 1/2557 วันที่ 31 ส.ค.57 ระหว่างญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมือง เม.ย.-พ.ค.53 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในข้อหาร่วมกันฆ่าประชาชนโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อนและความผิดต่อเสรีภาพฯ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทั้งหมดโปรยใบปลิวไม่นาน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการรอง ผบช.น. พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.วาสุเทพ คงกล่อม รอง ผกก.สส. สน.บางซื่อ พ.ต.ท.สิทธิชัย ธัญญาบาล สว.สส.สน.บางซื่อ พร้อมกำลัง ได้คุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่สน.บางซื่อ โดยมีนายอานนท์นำพาทนายความเดิน ทางตามไปด้วย โดยทั้งสามถูกแยกควบคุมตัว

อ้างไม่มีเจตนาละเมิดศาล

นางพะเยาว์กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้ประท้วง หรือคัดค้านคำพิพากษาของศาลอาญา แต่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมปี 53 คดีนี้ไม่ใช่คดีการเมือง ไม่ควร ไปอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่เป็น คดีอาญา เพราะเป็นการสั่งฆ่าประชาชน 99 ศพ ต้อง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ศาลอาญา นายอภิสิทธิ์ย้ำตลอดว่ายินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงขอความ เป็นธรรมด้วย เอกสารที่นำมาเปิดเผยเป็นเพียงรายชื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งสลายการชุมนุม ไม่ใช่สำเนาหมายศาล ยืนยันว่าไม่มีเจตนาหมิ่นศาล เพียงต้องการขอความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต

โดนข้อหาหมิ่นฯโดยการโฆษณา

ด้าน พล.ต.ต.อำนวยกล่าวภายหลังการสอบสวนว่า เบื้องต้นจับกุมนางพะเยาว์พร้อมพวก จากกรณี การโปรยใบปลิวที่ระบุชื่อจำเลยรวม 5 คน ทั้งที่จริง คดีดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องเพียง 2 คนเท่านั้น จึงแจ้งข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารต่อหน้าเจ้าพนักงาน คดีดังกล่าวเป็นอาญาแผ่นดินต้องนำตัวผู้ต้องหาขึ้นศาลอาญา แต่ถ้าผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนีสามารถให้ประกันตัวได้ และขอชี้แจงให้ญาติผู้เสียชีวิตรายอื่นทราบว่า ศาลอาญาไม่ได้ยกคำร้อง แต่ไม่รับคดีไว้พิจารณา เนื่องจากไม่มีอำนาจ เพราะจำเลย 2 คนในคดีนี้ คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกฯและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ศาลมีคำสั่งว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ทหารปรับทัศนคติก่อนปล่อยตัว

ต่อมามีรายงานว่า ทั้งหมดถูกปล่อยตัวหลัง ถูกควบคุมตัวนานประมาณ 7 ชั่วโมง โดยก่อนหน้ามีนายทหารพระธรรมนูญเข้าร่วมสอบสวน มีการปรับ ทัศนคติต่อชาติบ้านเมืองจนทั้ง 3 คนเกิดความเข้าใจ ทั้งนี้ นางพะเยาว์และนายณัทพัชอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ได้ร่วมโปรยใบปลิว ตำรวจจึงปล่อยตัวกลับ ส่วน นายพันธ์ศักดิ์ หรือพ่อน้องเฌอ ตำรวจแจ้งข้อหาผิด พ.ร.บ.เรื่องการรักษาความสะอาดของ กทม. เนื่องจากมีการโปรยใบปลิวลงพื้นถนน ถูกปรับในอัตราโทษสูงสุด 5,000 บาท สำหรับข้อหาหมิ่นประมาทโดย การโฆษณา ถ้ามีผู้เสียหายรายใดรายหนึ่งเข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวนต้องเรียกตัวนายพันธ์ศักดิ์มาดำเนิน การตามกฎหมายต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...
โปรดเกล้าแต่งตั้งรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชารายชื่อประยุทธ์1ทูลเกล้า