Thairath Logo
กีฬา

ขายยางหมดสต๊อก ก.ย.นี้

Share :

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ความคืบหน้าหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติให้กระทรวงเกษตรฯ โดยองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ระบายยางพาราจำนวน 208,000 ตันของรัฐ ที่ดำเนินการรับซื้อมาจากเกษตรกรในสมัยรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการ อ.ส.ย. ได้ลงนามในสัญญาจำหน่ายยางลอตแรก จำนวน 100,000 ตัน ในราคายางแท่งกิโลกรัม (กก.) ละ 58 บาท และยางแผ่น กก.ละ 62 บาท ให้แก่ผู้ซื้อจากต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ส่วนยางในสต๊อกที่เหลือ อ.ส.ย.จะแบ่งจำหน่ายเป็นลอตที่ 2 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองราคากับผู้ซื้อ เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด

ทั้งนี้ อ.ส.ย. คาดว่า จะขายยางลอตที่ 2 ได้ในราคาดีกว่าลอตแรก เพราะพบว่าเอกชนที่เข้ามาเจรจาขอซื้อยางจากรัฐ ต่างเสนอซื้อเข้ามาในราคาสูงและปริมาณมากกว่าที่ อ.ส.ย.คาดไว้ โดยคาดว่าน่าจะมีการเซ็นสัญญาจำหน่ายยางลอตที่ 2 ได้ภายในสัปดาห์ที่ 1-2 ของเดือน ก.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากการระบายยางในสต๊อกรัฐได้ทั้งหมดแล้ว อ.ส.ย.คาดว่า จะทำให้โครงการรับซื้อยางพาราโดยรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ขาดทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท จากจำนวนเงินที่ใช้ดำเนินโครงการไปรวมทั้งสิ้น 22,000 ล้านบาท

นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการ อ.ส.ย. กล่าวว่า อ.ส.ย.พร้อมส่งมอบยางพาราให้แก่ผู้ซื้อ ภายในกำหนดระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันเซ็นสัญญา เนื่องจากยางทั้งหมด 208,000 ตัน อยู่ในโกดังกลางของโครงการ ซึ่งเท่ากับอยู่ในมือของรัฐทั้งหมด พร้อมส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อได้ทันที ทั้งนี้ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลใช้งบประมาณพยุงราคายางพาราผ่าน 4 โครงการ รวมแล้วประมาณ 47,938 ล้านบาท ดังนั้น หากจะชดเชยเม็ดเงินที่รัฐทุ่มไปพยุงราคายางให้ได้ทั้งหมด ราคายางในวันนี้จะต้องเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย กก.ละ 16 บาท จากปัจจุบัน กก.ละ 52 บาท ไปอยู่ที่ กก.ละ 68 บาท เพราะราคายางในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นทุก 1 บาทต่อ กก. จะทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท.

อ่านเพิ่มเติม...
ยางพาราสต๊อกรัฐชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ราคายางอ.ส.ย.