Thairath Logo
กีฬา

จะปฏิรูปพลังงาน หรือแค่ลดราคาเอาใจ

โดย ลมกรด
1 ก.ย. 2557 05:00 น.
Share :

วันศุกร์ที่แล้วมีข่าวดีของผู้ใช้น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และอี 20 ที่มีการลดราคาครั้งใหญ่ตั้งแต่ 1–3.89 บาท ส่วนน้ำมันดีเซล ปรับราคาขึ้นลิตรละ 0.14 บาท ไปอยู่ที่ 29.99บาท ซึ่งเป็นราคาเดิมที่ภาครัฐตรึงไว้

ผมไม่แน่ใจว่า คสช.ยึดเอากรณีนี้เป็นส่วนหนึ่งใน แผนปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน หรือไม่ หรือเป็นแค่ ลดราคาเอาใจประชาชน
ถ้าคิดว่าเป็นการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ก็ต้องบอกว่ากรรมวิธีนี้ ยังไม่ครบวงจร ตรรกะไม่ถูกต้องทั้งในส่วนของการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต และการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

มาดูที่ น้ำมันดีเซล กันก่อน แม้จะเพิ่มการเก็บภาษีสรรพสามิตจาก 0.005 บาทต่อลิตร (ครึ่งสตางค์ต่อลิตร) เป็น 0.75 บาทต่อลิตร แต่ อัตรานี้ก็ยังไม่ยุติธรรมกับคนใช้น้ำมันประเภทอื่น ซึ่งต้องเสียภาษีสรรพสามิต 5-7 บาทต่อลิตรอยู่ดี จ่ายภาษีแพงกว่ากันเกือบสิบเท่า

รถที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นรถขนส่งขนาดใหญ่ ทำให้ถนนชำรุดทรุดโทรม และก่อมลภาวะมากกว่ารถที่ใช้เบนซิน โดยหลักการแล้วเงินที่นำมาซ่อมแซมถนนก็มาจากภาษีสรรพสามิตนี่แหละ ฉะนั้นควรเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลมากกว่านี้ นอกจากนี้รถที่ใช้แก๊สเอ็นจีวีซึ่งเป็นรถขนส่งขนาดใหญ่เช่นกัน ก็ควรมีการเก็บภาษีสรรพสามิตเสียที เพราะปัจจุบันยังไม่มีการเก็บภาษีสรรพสามิตแก๊สเอ็นจีวี

ส่วน น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 นอกจากลดภาษีสรรพสามิตลงมา 1.26-1.40 บาทต่อลิตรแล้ว ยังไปลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันอีกเฉลี่ย 0.20–3.10 บาทต่อลิตร ทั้งที่สถานะของกองทุนน้ำมันขณะนี้ติดลบกว่า 7,000 ล้านบาท

กองทุนน้ำมันเป็นกลไกที่สำคัญมากในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน โดยเฉพาะกรณีที่ราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวน ต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเข้าไปรับมือแก้วิกฤติ ยิ่งตอนนี้สถานการณ์โลกยังไม่น่าไว้วางใจ ไม่รู้จะเกิดสงครามเมื่อไหร่ จึงไม่ควรลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

เมื่อจะปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ก็ต้องมองให้ทะลุ และกล้าตัดสินใจ ที่ผ่านมา ฝ่ายการเมืองเอากองทุนน้ำมันไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ไปชดเชยราคาแก๊สแอลพีจี ดัดแปลงไปเป็นสินค้าทางการเมือง คสช.ต้องกล้าผ่าตัด ปรับราคาแก๊สแอลพีจีให้สะท้อนต้นทุนแท้จริง และแอลพีจีภาคขนส่งควรปรับราคาให้เท่ากับแอลพีจีภาคครัวเรือน

ขอย้ำเตือนกันอีกครั้งว่าประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมัน ดังนั้นอย่าหวังได้ซื้อน้ำมันราคาถูก ยิ่ง คสช.ปรับลดราคาน้ำมันโดยไม่
กำหนดเวลา จะยิ่งเป็นภาระของภาครัฐ และส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้น้ำมันในอนาคต

ตัวอย่างข้างบ้านมีให้เห็นอยู่แล้ว เมื่อก่อนประเทศอินโดนีเซียเคยอยู่ในกลุ่มโอเปก มีแหล่งน้ำมันในประเทศ พลเมืองอิเหนาใช้น้ำมันราคาถูก จนกระทั่งน้ำมันหมดประเทศต้องสั่งนำเข้า แต่ด้วยเงื่อนไขทางการเมืองกลัวเสียคะแนนนิยม รัฐบาลอินโดนีเซียจึงชดเชยราคาน้ำมันมาตลอด กลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก ปัจจุบันอินโดนีเซียหมดเงินไปกับการชดเชยราคาน้ำมันถึงปีละ 1 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 20% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

เห็นแบบนี้แล้วไทยอยากเดินตามรอยอินโดนีเซียมั้ย

เราจะปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน...เพื่อคนไทยในวันนี้ หรือเพื่อลูกหลานไทยในอนาคต

ถ้าเป้าหมายของการปฏิรูปอยู่แค่วันนี้ ก็เชิญดีใจที่ได้ใช้น้ำมันถูกกันต่อไป.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...
หมายเหตุประเทศไทยลมกรดปฏิรูปน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์พลังงานภาษีสรรพสามิต