วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทหาร+สภาพัฒน์= ครม.ใหม่?

ทหาร+สภาพัฒน์= ครม.ใหม่?

โดย ซูม
1 ก.ย. 2557 08:51 น.
  • Share:

ขณะที่ผมนั่งเขียนต้นฉบับวันนี้ดูเหมือนจะสรุปได้ 99.99 เปอร์เซ็นต์แล้วว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะมีใครบ้าง เพราะหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์แทบทุกช่องทุกฉบับ เสนอรายชื่อตรงกันเป๊ะ

กว่าต้นฉบับผมจะได้ลงตีพิมพ์ ท่านผู้อ่านคงทราบกันแล้วว่า ครม.ตัวจริงเสียงจริงนั้นมีท่านใดบ้าง

หากว่าโผสุดท้ายนี้ถูกต้องไม่มีอะไรผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากนี้ ก็คงจะกล่าวได้ว่า รัฐบาลบิ๊กตู่ 1 มีทหารและสภาพัฒน์เป็นกำลังสำคัญ

ผมนับทหารได้ 12 ท่าน รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และรวม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เอาไว้ด้วย เพราะแม้ท่านจะเป็นตำรวจ แต่เมื่อมียศถา บรรดาศักดิ์และร่วม คสช.มาตั้งแต่ต้นถือเสียว่าเป็นทหารไปด้วยก็แล้วกัน

ส่วนศิษย์เก่าสภาพัฒน์ หรือสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาตินั้นมี 4 ท่าน เมื่อบวกท่านเลขาธิการปัจจุบันเข้าไปด้วยก็จะเป็น 5 ท่าน

ได้แก่คุณ สมหมาย ภาษี ซึ่งจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง คุณ จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม คุณ ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณ พรชัย รุจิประภา ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที และคุณ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เมื่อนำว่าที่รัฐมนตรีจากสายทหารทั้งหมดบวกกับสายสภาพัฒน์จะมีถึง 17 ท่าน ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะซึ่งมี 28 ท่าน

ถือเป็นเสียงส่วนใหญ่ว่างั้นเถอะ ผมจึงพาดหัวคอลัมน์วันนี้เอาไว้ว่า ครม.ของบิ๊กตู่ 1 มีทหารกับสภาพัฒน์เป็นแกนกลาง

สำหรับทางซีกทหารนั้น ผมไม่รู้จักใครเลย เพราะทั้งหน้าที่การงานและแวดวงสังคมของผมค่อนข้างอยู่คนละฝั่งกับทหารจึงไม่มีโอกาสสัมภาษณ์ พูดคุย หรือทราบวิธีการทำงานของแต่ละท่าน

แต่เท่าที่ฟังกิตติศัพท์และคำร่ำลือจากผู้ที่เคยสัมผัสเคยรู้จักหรือเคยทำงานด้วยต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า หลายๆท่านในรายชื่อของทหารที่จะมาเป็นรัฐมนตรีคราวนี้ถือว่า “โอ” เลยทีเดียว

คำว่า “โอ” ในภาษาวัยรุ่น หรือภาษาโซเชียลมีเดีย ก็คือO.K.แปลว่า ใช้ได้ หรือยอมรับได้ ว่างั้นเถอะ

ผมไม่ห่วง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ที่จะมาดำรงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพราะได้ข่าวว่าท่านมีความรู้ ความเข้าใจ อย่างดียิ่ง ขณะเดียวกันก็ไม่ห่วงกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะงานส่วนใหญ่จะหนักไปทางการบริหารการจัดการและการตัดสินใจซึ่งทหารน่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าพลเรือนด้วยซ้ำ

รวมทั้งไม่ห่วงกระทรวงแรงงาน ซึ่งก็หนักไปทางการบริหารจัดการเช่นเดียวกันและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

เรียนตรงๆว่า ผมเป็นห่วงอยู่ 2 กระทรวงครับ และเป็นกระทรวงสำคัญมาก ในทัศนะของผมได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงศึกษาธิการ

กระทรวงการต่างประเทศนั้นมีหน้าที่หลักในการสร้างสัมพันธไมตรีอันดี รวมไปถึงการสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศ จึงน่าจะเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญ ช่ำชอง หรือมีชื่อเสียงทางด้านนี้อยู่บ้าง

ถ้าได้นักการทูตอาชีพมาดำรงตำแหน่ง ในทัศนะของผมว่าน่าจะ“โอ” กว่า...แต่ก็เอาเถอะ ท่านนายกฯท่านก็หาทางเสริมโดยเชิญอดีตนักการทูต ดอน ปรมัตถ์วินัย มาเป็นรัฐมนตรีช่วย คงจะทำให้งานทางด้านต่างประเทศเดินไปได้ตามเป้าหมาย

ส่วนกระทรวงศึกษาธิการนั้นเป็นกระทรวงที่ผมเห็นว่าสำคัญที่สุด สำคัญกว่าทุกกระทรวงก็ว่าได้ เมื่อมองถึงการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ผมจึงอดเป็นห่วงเสียมิได้ที่คุณครูคนใหม่ของเราจะมาจากทหารเรือ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย

แต่ก็เอาเถอะครับโปรดอย่าถือสาหาความ ความเป็นห่วงของผมเลยคนที่เห็นโลกมานานและเป็นโรคมาเยอะก็เป็นห่วงโน่น ห่วงนี่อย่างนี้แหละ

เท่าที่ผมมีประสบการณ์ นายทหารเรือส่วนมากมักเป็นผู้สนใจใฝ่รู้ มีความสามารถเฉพาะตัวสูง มีความเก่งควบคู่ไปกับความนอบน้อมถ่อมตน

ผมคิดว่าท่านคงเตรียมตัวมาดีแล้วและพร้อมที่จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสำคัญที่สุดของทุกๆประเทศ เพราะ “การพัฒนาคน” คือหัวใจของการ “พัฒนา” ทั้งหลายทั้งปวง

กล่าวโดยสรุปแม้รายชื่อชุดนี้จะไม่ถึงกับโดนใจเปรี้ยงปร้าง แต่ก็พอ

รับได้ โดยเฉพาะในสายเศรษฐกิจและสังคม ล้วนมีประสบการณ์มาแล้ว

ทุกท่าน ขอให้ทุ่มเททำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทุกสิ่งทุกอย่างจะดีเอง

ขอต้อนรับ ขอแสดงความยินดีและขอให้กำลังใจแก่คณะรัฐมนตรีใหม่ทุกท่านไว้ ณ ที่นี้อีกครั้ง––สู้สู้ สู้ตาย ไว้ลายนะครับ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้