วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สมาชิกใหม่ ชุมชนนางเลิ้ง

สมาชิกใหม่ ชุมชนนางเลิ้ง

  • Share:

สำหรับผม คนรุ่นพี่อายุเกิน 80 ปี มีภูมิรู้ระดับที่เรียกว่า รัตตัญญู ผู้รู้ราตรีกาล เหลือน้อยคน โรม บุนนาค คนหนึ่ง คนต่อมา ภราดร ศักดา เพิ่งแวะเอาหนังสือ ชุมชน 100 ปี ในกรุงรัตนโกสินทร์ (สำนักพิมพ์แสงดาว) มาให้

เนื้อหาหนังสือ ตรงจริตนิสัย ผมรีบเปิดอ่าน เจอเรื่อง ชุมชนนางเลิ้ง

ราว พ.ศ.2492 สมัยวัยรุ่น ภราดร ศักดา เดินย่ำฝุ่น อยู่กับสุรพล โทณะวณิก ม.ล.วัลลภ นวรัตน์ สมโภชน์ ล้ำพงษ์ แวะเวียนมาที่ตลาดนางเลิ้ง กลางคืนก็หลับนอนที่วัดแค

ตลาดนางเลิ้งยุคนั้น มีโรงยาฝิ่น เปิดทั้งคืน หน้าโรงยาฝิ่นมีร้านกาแฟ ปักหลักกันในร้านกาแฟอยู่กับเพื่อนนักเลง คุยกันจนใกล้สว่างเพื่อนก็ไปหาปาท่องโก๋มาให้ยาไส้ ชีวิตตอนนั้น อาหารมื้อเช้ามื้อค่ำ เป็นเรื่องไม่แน่

ได้ปาท่องโก๋ รองท้องประเดิมวันใหม่ ถือว่าชีวิตวันนั้นสดใสแล้ว

ย้อนหลังไป พ.ศ.2374 มีเรื่องวุ่นวายทางภาคใต้ ชาวสงขลา ชาวพัทลุง เรียกว่าชาวละคร นำละครชาตรีเข้ามา สมัยเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ไปรบญวน ก็มีชาวญวนอพยพตามมาชุมนุมใหญ่

ชุมชนนางเลิ้งจึงมีหลายเชื้อชาติผสม ต่อมาก็กลมกลืนกันจนแยกไม่ออก

ครั้งที่ภราดร ศักดา เป็น บก.เพลินจิตต์ ก.แก้วประเสริฐ พาดาราหนุ่มหล่อๆมาหา นึกขึ้นได้ มิตร ชัยบัญชา ก็คือเด็กขายห่อหมก ตลาดนางเลิ้ง...คนที่เคยเห็นคุ้นตา สมัยย่ำฝุ่นตลาดนางเลิ้ง...คนนั้น

เด็กวัดแคเพื่อนรุ่นมิตร ชัยบัญชา อย่าง บำเทิง โชติชูสกุล มังกร ฤกษ์อร่าม ประเทือง ตรีเมฆ เข้าสู่วงการสร้างภาพยนตร์

รอบๆนางเลิ้งเป็นทุ่งนาป่าละเมาะ สมัยรัชกาลที่ 5 สร้างถนนผ่าน มีวังไชยาที่ประทับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไชยาศรีสุริโยภาส มีราชตฤณมัยสมาคม หรือสนามม้านางเลิ้ง มีโรงภาพยนตร์เฉลิมธานี มีโต๊ะบิลเลียด ซ่องโสเภณี โรงยาฝิ่น

บ้านพิษณุโลกอยู่ทางตะวันออก เลยไปทางคลองผดุงฯฟากตะวันตก มีบ้านนรสิงห์ ของเจ้าพระยารามราฆพ บ้านหลังนี้ต่อมาขายให้รัฐบาล เป็นทำเนียบรัฐบาล

อ่านถึงตอนนี้ ผมจึงรู้ว่าชุมชนนางเลิ้ง ได้สมาชิกใหม่ เจ้าของบ้านคนใหม่ ชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิ่งเลือกลูกบ้าน 35 คน หน่วยก้านดี มาเป็นรัฐมนตรี

ภราดร ศักดา เล่าว่า เมื่อปี 2542 มีการจัดงานครบรอบ 100ปีนางเลิ้ง ร้านนางเลิ้งอ๊าร์ต และคุณพวงเพชร เสือสง่า เจ้าของร้านถ่ายรูป ต้นตำรับทำล็อกเกตรูปถ่าย...ก็ยังอยู่ เค้าโครงโรงหนังเฉลิมธานี ก็ยังอยู่

มีคนรุ่นเก่าชวนกันไปรำลึกความหลัง...วัยรุ่นเมื่อห้า-หกสิบปีที่แล้ว กันมากมาย

ภราดร ศักดา เขียนว่า อีเลิ้ง เป็นภาษามอญ มีความหมายถึงที่ปั้นโอ่งของชาวมอญ แต่ที่ผมเคยอ่าน อีเลิ้ง เป็นชื่อตุ่มย่อมๆ ทำเอาไว้ใส่ “น้ำยา” กินกับขนมจีน...

ความจริง...จะเป็นสถานที่ หรือเป็นตุ่มใส่น้ำยา...เราคงจะสรุปไม่ได้ ถ้าจะยึดชื่อ นางเลิ้ง เพราะนี่คือชื่อใหม่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เปลี่ยนจาก “อีเลิ้ง” คำเดิม สมัยที่ท่านเรืองอำนาจ

เรื่อง “คำเดิม” ชื่อเดิมๆ จิตร ภูมิศักดิ์ เคยสอนว่า “ไม่จำเป็นอย่าเปลี่ยน” ถ้าเปลี่ยนก็เท่ากับทำลายหลักฐานประวัติศาสตร์เก่า

จอมพล ป. ปรับตัวหนังสือไทย ให้ปราชญ์ราชบัณฑิต วุ่นวายพักใหญ่ เห็นว่าไปไม่ไหว ก็กลับมาใช้แบบเดิม...แต่ชื่อ “นางเลิ้ง” ที่เปลี่ยนในสมัยนั้น ผู้คนกลับลืมใช้กันต่อมา

ก็ถ้า อีเลิ้ง หมายถึง ตุ่มย่อมๆใส่น้ำยา อย่างน้อยผมก็จะรู้ และลากไปใช้...เปรียบเปรยสมาชิกใหม่ ทำเนียบอีเลิ้ง...หลายท่านถูกเลือกเข้ามา เหมือนขนมผสมน้ำยา

เข้ามาอยู่ทำเนียบอีเลิ้งทั้งที ท่านทั้งหลายจะพอมีน้ำยามากน้อย

ขนมจีนนี่ ถ้าได้น้ำยาไม่อร่อย...ผู้คนก็ไม่อยากกิน หรือถ้าต้องกิน ก็ฝืนใจกิน กล้อมแกล้มสอพลอ รอวันเวลาหมดสัญญา...ที่เจ้าของบ้านคนใหม่ท่านยืนยันว่า อีกไม่นาน

แต่ถ้า “น้ำยา” อร่อย อร่อยมาก ผู้คนติดใจ ถึงเวลาหมดสัญญา ผู้คนเขาก็จะเรียกร้องให้อยู่ต่อไป เรื่องก็คงอยู่ที่ฝีมือปรุงน้ำยานี่ล่ะครับ...ถ้าไม่ดี ปีเดียวก็นานเกิน.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้