ข่าว
100 year

ที่มานายกรัฐมนตรีต้องแบบนายโก๊ะ (2)

คุณนิติ นวรัตน์1 ก.ย. 2557 05:00 น.
SHARE

ไทยเสียเรื่องการเลือกคนที่จะมาทำหน้าที่นิติบัญญัติและบริหารประเทศ เพราะตัดสินกันด้วยเงินบริจาคเข้าพรรค หรือความเป็นญาติของผู้ใหญ่ในพรรค

สิงคโปร์ไม่ทำอย่างนั้น พ.ศ.2522 นายโก๊ะ จ๊ก ตง เป็นผู้ช่วยรองเลขาธิการพรรค มีหน้าที่วางระบบการคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคกิจประชา แกให้ใช้ระบบเสนอชื่อ คนที่จะเสนอชื่อมีตั้งแต่รัฐมนตรี ส.ส. ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชน

ทุกคนจะต้องผ่านการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ เมื่อได้ตัวแล้ว ก็ต้องไปตรวจสอบคุณสมบัติทั้งด้านอุปนิสัย แรงจูงใจ และความสามารถในการทำงานเป็นหมู่คณะ นายโก๊ะไปเอาแบบทดสอบที่ใช้คัดเลือกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเชลล์มาใช้ เพื่อใช้วัดคุณสมบัติ 3 อย่างของผู้แทนพรรคที่มีแนวโน้มว่าจะได้ทำงานบริหารระดับสูง คือ ความสามารถในการวิเคราะห์ จินตนาการ และการรับรู้ความจริง

สิงคโปร์ไม่ยอมให้คนขึ้นไปบริหารประเทศโดยที่ไม่ได้ผ่านการทำงานการเมืองในระดับต่างๆมาก่อน คนหนุ่มหลายคน ได้รับโอกาสเป็นรัฐมนตรีเพื่อทดสอบความสามารถ นายโก๊ะเองก็ผ่านการทดสอบด้วยการเป็น รมว.การค้าและอุตสาหกรรม รมว.สาธารณสุข และ รมว.กลาโหม เมื่อทำงานใน 3 กระทรวงได้ราบรื่น ก็จึงได้เลื่อนชั้นเป็นรองนายกฯ คนที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2528

พ.ศ.2528 เป็นต้นมา นายกฯลีทำหน้าที่แค่นั่งเป็นประธานในที่ประชุม ส่วนการบริหารงาน แกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรองนายกฯ และรัฐมนตรีหนุ่มๆ จากนั้น ก็ให้รัฐมนตรีเลือกกันเอง ว่าใครสมควรจะเป็นนายกฯ ปรากฏว่ารัฐมนตรีทุกคนเลือกนายโก๊ะ
คนที่ค้านคือนายลี แกบอกว่า แกไม่มั่นใจว่านายโก๊ะจะเป็นนายกฯ ได้ เพราะนายโก๊ะบริหารงานแบบใช้การปรึกษาและหาฉันทามติ คนเป็นผู้นำต้องกล้าฟันธง ต้องเข้มแข็งและเด็ดขาด อีกทั้งการพูดจาปราศรัยของนายโก๊ะก็ยังไม่มีพลังดึงดูดความสนใจของมวลชน

ถ้าคนอื่นโดนนายลีวิจารณ์อย่างนี้ ก็คงจะรีบเปลี่ยนวิธีการทำงานและวิธีพูด แต่นายโก๊ะไม่เปลี่ยน แกบอกว่าวิธีของแกเป็นจุดแข็ง ไม่ใช่จุดอ่อน แต่ในขณะเดียวกัน แกก็ปรับปรุงวิธีการปราศรัย ทั้งปราศรัยด้วยภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลางให้ดีขึ้น น่าสนใจขึ้น

พ.ศ.2531 นายลีขอให้คณะรัฐมนตรีลองทบทวนหาคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง รัฐมนตรีทุกคนก็ยังยืนยันว่านายโก๊ะเหมาะสม นายลีก็ยอมรับการตัดสินใจ เพราะเห็นว่า ต่อไปคนพวกนี้จะต้องทำงานร่วมกัน ต้องได้คนที่มั่นใจว่าทำงานด้วยกันได้
ปลาย พ.ศ.2532 นายลีประกาศว่าจะลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ในปลาย พ.ศ. 2533 และคนที่จะมาเป็นนายกฯ แทนแกคือนายโก๊ะ สองปีแรกของการทำงาน นายโก๊ะอึดอัดคัดใจมาก เพราะคนสิงคโปร์ยังชินและไว้ใจการทำงานของนายลีที่เป็นนายกฯ ของสิงคโปร์มายาวนานถึง 31 ปี นายโก๊ะจึงรีบยุบสภา เพื่อให้ประชาชนเลือก ส.ส. เข้ามาใหม่ เพื่อยืนยันว่า ตนได้รับการหนุนจากประชาชนจริงๆ ไม่ใช่เพราะประชาชนเลือกนายลี แต่นายโก๊ะมาเสียบแทนภายหลัง

เรื่องนี้สำคัญต่อระบอบประชาธิปไตยมาก ประชาชนเลือก ส.ส.พรรคหนึ่งมาเป็นจำนวนมาก ก็เพราะประชาชนต้องการให้คนของพรรคนั้นเป็นนายกฯ แต่นักการเมืองบางประเทศไม่รู้จักประชาธิปไตย แพ้การเลือกตั้งก็ป่วนสังคมด้วยการประท้วง เพื่อให้นายกฯ ที่ประชาชนเลือกมาอยู่ในตำแหน่งไม่ได้ และตัวเองก็แอบไปเสียบเป็นนายกฯ เป็นโดยที่ผู้คนทั้งประเทศไม่ได้เลือก

การยุบสภา คือการคืนอำนาจเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจใหม่ ว่ายังจะอยากได้ผู้บริหารจากพรรคการเมืองเดิมหรือไม่? ทั้งโลกเขาทำกันอย่างนี้ ที่สิงคโปร์เหมือนกัน

การเลือกตั้ง ใน พ.ศ.2534 พรรคกิจประชาก็ยังชนะ นายโก๊ะก็ยังเป็นนายกฯ แกพยายามรักษาความสัมพันธ์อย่างเหมาะสมกับนายลี ซึ่งเป็นรัฐมนตรีอาวุโส นายโก๊ะใช้ประสบการณ์ความรอบรู้ของนายลีให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง นายโก๊ะเป็นคนมีอุปนิสัยกันเอง ซื่อตรง และไว้ใจได้ เป็นนายกฯได้เพียงไม่กี่ปี คนสิงคโปร์ก็ชื่นชอบในตัวแก

พ.ศ.2537 วัยรุ่นอเมริกันคนหนึ่งทำลายทรัพย์สาธารณะและถูกศาลตัดสินลงโทษด้วยการเฆี่ยน ข่าวนี้ทำให้คนอเมริกันทั้งประเทศโกรธ ประธานาธิบดีคลินตันถึงขนาดวิจารณ์ว่าการเฆี่ยนเป็นการลงโทษที่ป่าเถื่อนและล้าหลัง

ผู้คนทั้งโลกเฝ้าดูว่า นายโก๊ะจะอภัยโทษให้วัยรุ่นอเมริกันหรือไม่?

นายโก๊ะยืนยันว่า กฎหมายของเรามีมาตรฐานเดียว

เมื่อทำผิด ก็ต้องถูกลงโทษ

เรื่องนี้ทำให้คนเพิ่มความศรัทธาในตัวของนายโก๊ะ

และยิ่งทำให้ระบอบประชาธิปไตยในสิงคโปร์มั่นคงขึ้น.

คุณนิติ นวรัตน์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกคุณนิติ นวรัตน์วัยรุ่นอเมริกันพรรคกิจประชาประชาธิปไตยรัฐมนตรีภาษาอังกฤษภาษาจีน

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้