ข่าว
100 year

แนะเป็นหวัด ป่วยไข้ ชวนคนไทยใส่หน้ากากให้ชิน

ไทยรัฐออนไลน์7 ส.ค. 2557 13:15 น.
SHARE

กรมควบคุมโรค ชวนคนไทยใส่หน้ากากป้องกันโรค สร้างค่านิยมใหม่ เมื่อป่วยเป็นหวัดหรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ หลังพบผู้ป่วยในปีนี้กว่า 4 หมื่นราย เสียชีวิต 56 ราย...

นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมงาน MASK FESTIVAL "มหกรรมงานหน้ากากป้องกันโรค"ว่า ช่วงนี้สภาพอากาศในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงบ่อย บางวันอาจมีฝนตกสลับอากาศร้อน ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ อาจเจ็บป่วยด้วยอาการไข้หวัดได้ง่าย ทั้งนี้ จากรายงานการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-26 กรกฎาคม 2557 พบผู้ป่วยทั่วประเทศ 44,091 ราย (อัตราป่วยต่อแสนประชากร 69.41) เสียชีวิต 56 ราย กลุ่มอายุที่พบป่วยมากที่สุดคือ 25-34 ปี (ร้อยละ 11.51) รองลงมา คือ 35-44 ปี และ 7-9 ปี ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่พบอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (310.66 ต่อแสนประชากร) รองลงมาคือ ระยอง ภูเก็ต กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ตามลำดับ

นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ อาการมักนำด้วยเป็นไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก ในเด็กอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง อาการจะทุเลาและหายป่วย ภายใน 5-7 วัน แต่บางรายที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง จะมีอาการหายใจเร็ว เหนื่อย หอบ หายใจลำบาก ซึ่งอาจ ทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่นั้น จะใช้การรักษาตามอาการ หากมีไข้ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว หากไข้ไม่ลดให้รับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ห้ามใช้ยาแอสไพริน ให้นอนหลับพักผ่อนมากๆ ในห้องที่อากาศถ่ายเทดี ไม่ควรออกกำลังกาย ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ น้ำผลไม้มากๆ และใส่หน้ากากป้องกันโรคไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยงซึ่งได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้มีภูมิต้านทานโรคต่ำ และผู้มีโรคอ้วน

หากมีอาการสงสัยเป็นไข้หวัดใหญ่ให้รีบพบแพทย์ ในกรณีที่มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มากกว่า 1 คนในสถานที่ที่คนอยู่จำนวนมาก เช่น โรงเรียน สถานศึกษา โรงงาน สำนักงานต่างๆ แนะนำให้ผู้ป่วยหยุดเรียนหรือหยุดทำงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน และให้ทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ อย่างเช่น ลูกบิดประตู ราวบันใด โต๊ะอาหาร ฯลฯ ด้วยน้ำผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป อย่างน้อยวันละ 1–2 ครั้ง สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่สามารถป้องกันโรคได้ด้วยตนเอง เช่น การล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้าและผ้าเช็ดตัว เป็นต้น ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่เป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น ส่วนผู้ที่คอยดูแลและคลุกคลีกับผู้ป่วย ควรใส่หน้ากากป้องกันโรค หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย สัมผัสตัวหรือข้าวของเครื่องใช้ผู้ป่วย ดูแลสุขภาพอนามัยตนเอง หลังจากดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ หายใจหอบเหนื่อย ภายใน 7 วัน ให้มาพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสผู้ป่วยให้แพทย์ทราบ

"ปัจจุบันสังคมไทย คนไทยไม่คุ้นชินกับการใส่หน้ากากป้องกันโรค ใส่แล้วอึดอัด อาย กลัวถูกสังคมรังเกียจ ซึ่งปัจจุบันวิถีชีวิตของคนและระบบนิเวศของโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก มีโรคติดเชื้อระบบทางเดินลมหายใจ ที่มีความรุนแรงมากขึ้น แม้ระบบสาธารณสุขจะมีความพร้อมเพียงใด แต่หากประชาชนไม่เห็นความสำคัญและขาดความร่วมมือร่วมใจ ก็ยากที่จะรับมือกับโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ประชาชนจึงควรตื่นตัวในการป้องกันโรคทั้งให้แก่ตนเองและครอบครัวให้ปลอดภัยจากโรค ทุกคนต้องร่วมกันสร้างค่านิยมใหม่ ให้การใส่หน้ากากป้องกันโรคเมื่อป่วยเป็นหวัดหรือโรคติดเชื้อทางเดินลมหายใจอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการแสดงความใส่ใจและห่วงใยต่อคนรอบข้าง ในระยะแรกอาจเห็นเป็นเรื่องแปลก แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนส่วนใหญ่ใช้จะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา การที่ไอจามโดยไม่ปิดปากหรือไม่ใส่หน้ากากป้องกันโรคจะเป็นเรื่อง ที่น่าอายมากกว่า หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค โทร 02-590-3159 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422" นายแพทย์โสภณกล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หน้ากากหวัดโสภณ เมฆธนไข้หวัดใหญ่กรมควบคุมโรคโรคระบบทางเดินหายใจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้