king10
Thairath Logo
กีฬา

พระบรมฯเสด็จฯ เปิดประชุมสนช.

Share :
line-share-logo

เริ่มถก-พรบ.งบฯ58 ‘อักษรา’คุมสายทหาร

สมเด็จพระบรมฯเสด็จฯแทนพระองค์ในรัฐพิธีเปิดประชุม สนช. กางปฏิทินถกร่าง พ.ร.บ.งบฯ 58 อันดับแรก “กัมปนาท” ปลาบปลื้มผลงานปรองดองเฟสแรก 9 ส.ค. ได้เวลาคิกออฟสภาปฏิรูปขอพวกมีจิตสำนึก ลั่นไม่เอาปืนจี้หัวใครให้ส่งคนร่วม จ่อตั้ง “อักษรา” คุมเกม สนช.สายทหาร ทีมโฆษก คสช.ปัดข่าวตั้ง “สมคิด” เป็นผู้แทนการค้าให้เสียของ ยังไม่มีข้อมูล “ปู” เลื่อนกลับไทย ออกตัวแทน “ประยุทธ์” ไม่ได้ยักคิ้วหลิ่วตาให้ออกนอกประเทศ รอพิจารณายกเลิกกฎอัยการศึกหลังตั้งรัฐบาลจบ ทนาย “ปู” จวก ป.ป.ช.ลนลานปิดคดี โร่ขอ อสส.สอบพยานเพิ่ม 50 ปาก “วรงค์” ดักคอให้ยอมรับผลคดี เด็ก พท.ร้อง “บิ๊กตู่” สอบ กกต. เอียงข้าง “วิษณุ” แบะท่า “กระทรวงน้ำฯ” มีโอกาสสูง ศาลสั่งจำคุก “ปลาบู่” หมิ่น “ปึ้ง”

มาถึงระยะเปลี่ยนถ่ายอำนาจหน้าที่ของ คสช. ไปสู่แม่น้ำอีกหนึ่งสายคือฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเต็มตัว เมื่อมีหมายกำหนดการรัฐพิธีเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อเดินหน้าตามโรดแม็ปเฟส 2

พระบรมฯเสด็จเปิดประชุม สนช.

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีหนังสือเชิญ สนช. เข้าร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในวันที่ 7 ส.ค. ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จ พระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พุทธศักราช 2557 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ในเวลา 15.00 น. สำหรับรัฐพิธีเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่จะมีขึ้นนี้ เกิดขึ้นหลังจากมีการแต่งตั้ง สนช. ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 จึงอาศัยตามความในมาตรา 5 มาตรา 22 และมาตรา 43 ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.2557

กางปฏิทินถกงบฯ58 ฉบับแรก

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน ตัวแทนหน่วยงาน อาทิ ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) และสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้ประชุมวอร์รูมพิจารณา กลั่นกรองร่าง พ.ร.บ.จำนวน 43 ฉบับ ที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม คสช. ว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้า คสช. พิจารณานำเสนอต่อที่ประชุม สนช. เป็นอันดับแรก ทันทีที่มีการเปิดการประชุม สนช. โดยที่ประชุมมีมติเสนอร่าง พ.ร.บ. รวม 10 ฉบับจาก 43 ฉบับ โดยฉบับแรกที่จะเสนอเข้าที่ประชุม สนช.ทันที คือ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ที่เบื้องต้น สนช.ได้กำหนดวาระการประชุมไว้ในวันที่ 15 ส.ค.นี้

สุดปลื้มผลงานปรองดองเฟสแรก

วันเดียวกันเวลา 15.30 น.ที่ บก.ทบ. พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.เสธ.ทบ. ผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) กล่าวถึงความคืบหน้าแนวทางสร้างความปรองดองสมานฉันท์คนในชาติ ว่า เสร็จสิ้นระยะที่ 1 แล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงระดับประเทศ จัดเป็นหมวดหมู่ 11 เรื่อง ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งศูนย์ปรองดองฯยังคงอยู่เพื่อทำงานคู่กับ สปช. เราจะเป็นผู้แก้ปัญหาและสะท้อนข้อเท็จจริงว่าชาวบ้านคิดอย่างไร แตกต่างกับทฤษฎีของนักวิชาการหรือไม่ จะสะท้อนข้อมูลทั้ง 2 ด้าน ให้การหาข้อยุติครบถ้วนรอบด้าน การทำงานที่ผ่านมามีความพอใจ ที่หยุดไม่ให้เลือดไหล ทำให้คนเลิกทะเลาะกัน กลับมาพูดคุยกันมากขึ้น ขั้นต่อไปจะมีเวทีมากขึ้น ให้ทุกฝ่ายมาแสดงความคิดเห็น ตัวชี้วัดที่ประเมินผลออกมามีความพอใจอยู่ในระดับที่มากถึงมากที่สุด

ลั่นไม่เอาปืนจี้หัวพรรคส่งตัวแทน

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย ปฏิเสธเข้าร่วมเป็น สปช. พล.ท.กัมปนาทตอบว่า คงไม่วิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมือง เราทำทุกเรื่องด้วยความสมัครใจไม่ใช้การบังคับ ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยจิตสำนึกเป็นวาระแห่งชาติ ใครไม่สมัครใจ ไม่ร่วมด้วย ก็ไม่บังคับ ถ้าไปบังคับก็จะเหมือนที่พยายามโจมตี คสช. ว่าเอาปืนไปจี้หัวบังคับให้ทำ ตนไม่ทำแน่นอน ถึง 2 พรรคใหญ่ไม่เข้าร่วม สปช.ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ถ้าส่วนใหญ่เห็นด้วยก็มาร่วมกันให้มากๆ และคิดว่าแต่ละฝ่ายก็มีเหตุผล เราเคารพการตัดสินใจของแต่ละฝ่าย ขณะนี้หัวหน้า คสช.ไม่ได้ห่วงอะไร ทุกอย่างเดินไปด้วยความเรียบร้อย ท่านเห็นว่าบางอย่างเดินเร็วกว่าโรดแม็ปด้วยซ้ำ ยืนยันว่าหัวหน้า คสช.ตั้งใจและจริงใจ ไม่วอกแวก

9 ส.ค.ได้เวลาคิกออฟสภาปฏิรูป

พล.ท.กัมปนาทกล่าวต่อว่า วันที่ 9 ส.ค.นี้ คสช. โดยกระทรวงกลาโหมจะจัดกิจกรรมเส้นทางปฏิรูปประเทศ เพื่อเริ่มคิกออฟ สปช. ที่สโมสรทหารบก โดยเชิญทุกภาคส่วน หัวหน้าพรรคการเมือง แกนนำกลุ่มการเมืองทุกฝ่าย สามารถเข้าร่วมรับฟังได้ 1,500คน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จะปาฐกถาถึงความตั้งใจและแนวทางในการจัดตั้ง สปช. ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช. จะกล่าวถึง พ.ร.ฎ.การจัดตั้ง สปช. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพูดถึงรายละเอียดการรับสมัคร กระบวนการคัดสรร พื้นที่ จำนวน และระยะเวลาตนได้ติดต่อประสานงานทุกพรรค เชิญระดับหัวหน้าพรรคทุกพรรคเข้าร่วมงานคิกออฟ ไม่เกี่ยวกับการเชิญมาร่วม สปช. จะได้รู้ว่า สปช.จะดำเนินการอย่างไร เหมือนกับที่ไปร่วมงานคืนความสุขที่ท้องสนามหลวง เช่น นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และอาจมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มาร่วมงานด้วย

ตั้ง “อักษรา” คุมเกม สนช.ทหาร

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯหรือไม่ พล.ท.กัมปนาทตอบว่า แม้ตนจะเป็น สนช. แต่ไม่ทราบว่าแต่ละคนมีใครในใจอย่างไร ในส่วนของทหารประจำการย่อมมีผู้ประสานงาน หรือวิปเป็นเรื่องธรรมดา น่าจะเป็น พล.อ.อักษรา เกิดผล เสธ.ทบ. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแต่งตั้ง

กกต.ซ้อมตรวจคุณสมบัติ สปช.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. เป็นประธานประชุมร่วมหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามบุคคลที่เสนอชื่อเพื่อรับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยมี 15 หน่วยงานเข้าร่วม อาทิ สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรมการปกครอง กรมศาสนา สำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจแนวทางและขั้นตอนการพิจารณาคุณสมบัติต้องห้ามของบุคคลที่จะเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.

รอฟังทุกขั้นตอนได้ที่สโมสร ทบ.

นายภุชงค์กล่าวว่า คสช.เน้นย้ำให้ทำด้วยความรอบคอบ โดยจะเริ่มกระบวนการสรรหาวันที่ 14 ส.ค. หลังจากหน่วยงานเสนอชื่อบุคคลมาแล้ว กกต.จะทยอยส่งรายชื่อให้หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติทันทีโดยไม่รอให้ได้รายชื่อครบก่อน หลังจากขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว กกต.จะส่ง รายชื่อให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณา โดยไม่มี การตัดรายชื่อบุคคลใดออก แม้จะพบว่าขาดคุณสมบัติ แต่จะทำหมายเหตุแนบท้ายไปเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจ และบุคคลที่ถูกเสนอชื่อต้องเซ็นลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลด้วยตนเอง หากตรวจสอบว่าเป็นเท็จก็ต้องรับผิดชอบ โดยในวันที่ 9 ส.ค.นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปชี้แจง ถึงกระบวนการและขั้นตอนการสรรหา สปช. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต

ปัดข่าวตั้ง “สมคิด” ผู้แทนการค้า

ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง ทีมโฆษกคสช. กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมฟังกันมากๆ อย่างน้อยเข้ามารับฟังว่า สปช.มีความคิดเห็นอะไร จะไปในทิศทางไหน ขั้นตอนนี้อยากให้ฟังก่อน และยังไม่ใช่ขั้นตอนการเข้าร่วมเป็น สปช. ฟังแล้วจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ท่าน ตอนนี้เหมือนมาลงแขกดำนา เกี่ยวข้าว ผลที่ได้คือคนส่วนรวม ไม่ใช่ แค่คนที่ทำ ส่วนกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะแต่งตั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. เป็นทูตการค้านั้น คงไม่ใช่เพราะนายสมคิดเป็นคณะที่ปรึกษา คสช.อยู่แล้ว หัวหน้า คสช.เห็นถึงความเหมาะสม ความรู้ ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับการค้าต่างประเทศ ที่สำคัญนายสมคิดมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะการมีสถานภาพทางสังคมเป็นที่ยอมรับของนักธุรกิจต่างประเทศอยู่แล้ว หัวหน้า คสช.จึงมอบหมายภารกิจที่ตรงกับความรู้ ความสามารถ ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งตำแหน่งอะไรเพิ่ม

เห็นชอบกรอบประชุม รมต.อาเซียน

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า ที่ประชุม คสช. เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอร่างเอกสาร ที่จะมีการรับรองการประชุมรัฐมนตรีประเทศอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการประชุมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 ส.ค. ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ และที่ประชุมยังให้ความเห็นชอบร่างถ้อย แถลงการประชุมรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขงคงคา ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 7-10 ส.ค. กรุงเนปิดอว์ ซึ่งกรอบความร่วมมือดังกล่าวเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมโยง ระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา และคมนาคม ที่อาศัยปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน เป็นยุทธศาสตร์เชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโยงไปสู่อินเดีย

ยังไม่มีข้อมูล “ปู” เลื่อนกลับไทย

พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.เสธ.ทบ. กล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจไม่เดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค. ตามกำหนดว่า ต้องเข้าใจว่ากลุ่มบุคคลที่ คสช.เชิญมารายงานตัวช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา คสช.ได้อะลุ้มอล่วยตลอด และไม่ได้ออกหมายจับทันที กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานว่าจะเลื่อนเวลาเดินทางกลับ และยังไม่ถึงวันที่เป็นวันครบกำหนด ดังนั้นต้องให้ถึงเวลาก่อน ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาจริงๆ ก็ต้องชี้แจงเหตุว่าติด ภารกิจอะไรที่ไม่สามารถเดินทางกลับได้ ซึ่งหัวหน้าคสช.จะเป็นผู้พิจารณาอีกครั้งว่าจะอนุญาตให้อยู่ต่อหรือไม่ เมื่อถามว่า จากการประเมินของ คสช. คิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะกลับมาหรือไม่ พล.ท.กัมปนาทตอบว่า ไม่สามารถเดาใจได้ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีทีมที่ปรึกษาที่เป็นกุนซือทางยุทธศาสตร์คอยให้คำแนะนำอยู่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์

ย้ำ “ประยุทธ์” ไม่ได้หลิ่วตาให้ใคร

เมื่อถามว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางกลับมาจะส่งผลกระทบต่อหัวหน้า คสช.ที่เป็นผู้อนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศหรือไม่ พล.ท.กัมปนาทตอบว่า หัวหน้า คสช.ต้องชี้แจงได้ ก่อนหน้านั้นที่อนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศ เพราะถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่มีความผิด ศาลยังไม่ได้ตัดสิน ถามว่า หัวหน้า คสช.จะมีสิทธิ์อะไรไปห้าม ไม่ให้เดินทางไปต่างประเทศ ตรงกันข้ามถ้าไปทำอย่างนั้นจะกระทบหลักสิทธิมนุษยชน ก็จะถูกโจมตี จึงทำให้หัวหน้า คสช.ต้องอนุมัติไปตามหลักการ การดำเนินการกับทุกคน คสช.มีกฎเกณฑ์เดียวกัน ไม่ได้มีบุคคลใดได้รับสิทธิพิเศษ ยืนยันว่าหัวหน้าคสช.ไม่ได้ช่วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้หลบหนี และก่อนไป น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แจ้งต่อ คสช. โดยมีการแสดงหลักฐานที่เป็นตั๋วเครื่องบิน ที่พักอาศัยในต่างประเทศชัดเจน รวมถึงกิจกรรมที่จะไปทำด้วย

จ่อยกเลิกอัยการศึกหลังได้รัฐบาล

เมื่อถามย้ำว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ขอขยายเวลาจะมีกรอบได้มากน้อยแค่ไหน พล.ท.กัมปนาทตอบว่า หัวหน้า คสช.จะพิจารณาตามความเหมาะสม โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร เปรียบเสมือนศาลที่ยังอนุญาตให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาสามารถเลื่อนวันขึ้นศาลได้ สิ่งที่เราทำในวันนี้เพื่อให้ทุกคนหันมาเคารพกฎหมายปกติ และหลีกเลี่ยงกฎหมายพิเศษ เพราะถ้าเราทำเช่นนั้นจะเกิดความเคยชิน ต่อไปประชาชนจะไม่ฟังกฎหมายปกติ และคนที่ทำหน้าที่ยากที่สุดคือ ตำรวจ ส่วนแนวโน้มการยกเลิกกฎอัยการศึกนั้น กำลังพิจารณาอยู่ แต่จะสามารถยกเลิกได้ภายหลังที่มีการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว โดยจะนำเรื่องดังกล่าวให้รัฐบาลพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ว่าสมควรยกเลิกหรือไม่อย่างไร

ทนาย “ปู” จวก ป.ป.ช.ลนลานปิดคดี

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ผ่านนายสมเกียรติ คุววัฒนานนท์ รองเลขานุการอัยการสูงสุด โดยนายนรวิชญ์กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มอบอำนาจให้ยื่นขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด หลัง ป.ป.ช.ส่งสำนวนชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีไม่ยับยั้งการทุจริตและความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหาย 5 แสนล้านบาท ให้อัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมา ป.ป.ช.ไม่รับคำร้องเพื่อไต่สวนพยานในหลายประเด็น ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่มีข้อเท็จจริงและพยานบุคคลที่ ป.ป.ช.ควรสืบพยานอีกหลายส่วน การดำเนินการไต่สวนของ ป.ป.ช. เร่งรีบ รวบรัด จนได้ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน ทำให้ไม่เป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา

โร่ขอสอบพยานเพิ่มอีก 50 ปาก

นายนรวิชญ์กล่าวต่อว่า ยังมีประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบในโครงการรับจำนำข้าว กับคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ที่เห็นไม่ตรงกัน ทั้งการคิดค่าเสื่อมคุณภาพข้าว การคำนวณความเสียหายข้าวในสต๊อก ทำให้ ป.ป.ช.พิจารณาข้อกล่าวหาบนข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่การลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวของคณะทำงาน คสช. พบว่าข้าวมีคุณภาพดีและถูกต้องถึงร้อยละ 80 สามารถยืนยันได้ว่า โครงการดังกล่าวไม่มีปัญหาเรื่องสต๊อกข้าว หาก ป.ป.ช.รับคำร้องของผู้ถูกกล่าวหาก่อนชี้มูลความผิด จะทำให้ ป.ป.ช.ได้ข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมา ความไม่สมบูรณ์ในสำนวนของ ป.ป.ช.หลายประเด็น น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงร้องขอความเป็นธรรมเสนอให้สอบพยานอีกกว่า 50 ปาก อย่ามองว่าเป็นการยื้อเวลา เพราะผู้ถูกกล่าวหาควรได้รับการคุ้มครองตามพื้นฐานกฎหมาย ไม่เร่งรีบ รวบรัด ไม่ควรพูดถึงระยะเวลาว่าเร็วหรือช้า แต่ควรพูดถึงความเป็นธรรมมากกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค.

“วรงค์” ขอ “ปู” รับผลคดีจำนำข้าว

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นให้อัยการสูงสุด (อสส.) ส่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในกรณีปล่อยปละให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เพื่อขอให้ส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะที่ในวันเดียวกันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้มอบหมายทนายความ ไปร้องขอความเป็นธรรมต่อ อสส.โดยกล่าวหาว่า ป.ป.ช.รวบรัด เร่งรีบ รวมทั้งประเด็นที่เคยยื่นต่อ ป.ป.ช.ไปแล้ว และมีประเด็นใหม่เสริม ซึ่งเรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะต่อสู้ตามกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาในชั้นอัยการสูงสุด หรือแม้แต่ชั้นศาลฎีกาฯ แต่ผลที่ออกมาแม้จะเป็นคุณหรือเป็นโทษ ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยอมรับผลการพิจารณาที่เกิดขึ้น เพราะนี่คือกระบวนการยุติธรรม ที่ถือว่าเป็นที่พึ่งของคนไทยทุกคน

เด็ก พท.ร้องสอบ กกต.เอียงข้าง

ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงหัวหน้า คสช. ขอให้ประเมินผลการปฏิบัติงานของ กกต. ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 63/2557 โดย นายสิงห์ทองกล่าวว่า เนื่องจาก กกต.เลือกดำเนินการเฉพาะคดีพรรคเพื่อไทย และคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เช่น โครงการทัวร์นกขมิ้น แต่กรณีทัวร์นกขมิ้นสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ช่วงรักษาการนายกรัฐมนตรีปี 54 มีหลักฐานชัดเจนกระทำผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง รวมถึงกรณีกลุ่ม กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้ง กลับนิ่งเฉย จึงอยากให้ คสช.สั่งการไปยัง กกต. และขอฝากถึง คสช.และ สนช. อย่าล็อกอำนาจขององค์กรอิสระ รวมถึงฝากองค์กรอิสระว่าอย่าเกรงกลัวอิทธิพลบางอย่าง จนปล่อยให้ผู้อื่นกระทำผิด ทั้งที่เป็นผู้รักษากฎหมาย อาจผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อย่าโยนความผิดให้ประชาชนและฝั่งตรงข้ามทางการเมือง

“วิษณุ”เผยจ่อตั้ง“กระทรวงน้ำฯ”

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช. ประธานคณะทำงานปรับบทบาท ภารกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของส่วนราชการด้านสังคม กล่าวถึง ประเด็นเตรียมเสนอต่อสภาปฏิรูปฯในการปฏิรูปในด้านต่างๆ โดยเฉพาะปฏิรูประบบราชการว่า เรื่องการตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ำที่ออกมาพูดเป็นการแสดงความคิดเห็น ผ่านรายการ “อาทิตย์สโมสรกับวิษณุ” ทางสถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น ไม่ได้พูดเจาะจงว่าสนับสนุน แต่พูดเรื่องแนวทางการปฏิรูปว่า เมื่อมี สปช. หากใครจะยุบหรือเสนอให้ตั้งอะไรก็เสนอมา แต่เสนอมาไม่รู้ว่าจะได้ไม่ได้ อย่างกระทรวงทรัพยากรน้ำที่กำลังศึกษากันอยู่ เพราะช่วงน้ำท่วมก็นึกถึง ถ้าจะตั้ง หน่วยงานที่อาจต้องยุบรวม คือ กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กรมชลประทาน สำนักฝนหลวงและการบินเกษตรหรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะปฏิรูปใหม่หรือไม่ ควรต้องแยกการท่องเที่ยวและเรื่องกีฬาออกจากกันหรือไม่จะเหมาะไหม เรื่องเหล่านี้เอาไปพูดกันเมื่อมี สปช. เป็นตัวอย่างอันหนึ่งเท่านั้น แต่หากรัฐบาลเห็นด้วยจะตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ำอาจทำเองก็ได้ ถ้าเห็นว่าในชั้น สปช. ช้าไป แต่ต้องเข้า สนช. เพื่อออกเป็นกฎหมาย

“วินธัย” ชี้ “กริชสุดา” ขอลี้ภัยยาก

พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจจะไม่เดินทางกลับประเทศไทยตามกำหนดที่ได้ขออนุญาต คสช.ว่า เรื่องนี้ยังไม่มีข้อมูล และยังไม่ได้รับแจ้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขอเลื่อนการกลับประเทศไทยจากกำหนดการเดิมวันที่ 10 ส.ค. ส่วนกรณี น.ส.กริชสุดา คุณะแสน หรือ เปิ้ล หรือสหาย สุดซอย แนวร่วมกลุ่ม นปช.ที่เดินทางไปอยู่ต่างประเทศนั้น คสช.อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศจริง ซึ่งถือเป็นตามปกติหากไม่ผิดเงื่อนไข คสช. แต่การกระทำล่าสุดของ น.ส.กริชสุดา เป็นการให้ข้อมูลเท็จทั้งหมด อยากให้องค์กรต่างประเทศมองเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นทางการเมืองก่อนที่ น.ส.กริชสุดาจะขอลี้ภัย เชื่อว่าการจะขอลี้ภัยทางการเมืองของ น.ส.กริชสุดาคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากการลี้ภัยในต่างประเทศ ถ้ามีคดีอาญาจะทำได้ยาก และขอย้ำว่า คสช. ปฏิบัติต่อผู้ที่เรียกมารายงานตัวเพื่อปรับทัศนคติอย่างเท่าเทียมกันทุกคน โดยยึดในหลักสิทธิมนุษยชน อีกทั้ง คสช.ได้ชี้แจงให้ต่างประเทศได้เข้าใจมาตลอด

“ลูกวัน” แจง “พ่อเหลิม” ยังฟิตปั๋ง

วันเดียวกัน นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีต รมว.แรงงาน กล่าวชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวทางโซเชียลมีเดียว่า ร.ต.อ.เฉลิม ป่วยหนักเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และมีภาพปรากฏระหว่างเข้าเยี่ยมว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ตนและน้องชาย ร.ต.ท.ดวง อยู่บำรุง ไปเยี่ยม ส.อ.สนอง อยู่บำรุง น้องชายแท้ๆของพ่อตน ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา เข้ารักษาตัวด้วยอาการโรคไตที่ รพ.เลิดสิน จากข่าวน่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดที่ตนโพสต์ภาพลงเฟซบุ๊ก และมีการโพสต์ส่งต่อกัน จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด ยืนยันว่าพ่อยังปกติแข็งแรงดี ไม่ได้ป่วยอย่างที่เข้าใจ มีคนโทรศัพท์สอบถามตนจำนวนมาก จึงอยากชี้แจงเพื่อให้ทุกคนสบายใจว่ารูปดังกล่าวไม่ใช่พ่อ

ปชป.บี้สางคลิปหมิ่นสถาบัน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่คลิปเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ในสื่อโซเชียลมีเดียพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงว่า คลิปดังกล่าวมีเนื้อหาบิดเบือนข้อเท็จจริง ตกแต่งใส่ทัศนคติเป็นเท็จโดยนำมาเผยแพร่เข้าข่ายอาฆาตมาดร้ายสถาบันสูงสุด ซึ่งมีข้อสังเกตว่าคนที่อ่านแถลงการณ์ทั้งสองคนและองค์กรที่อ้างเป็นการอุปโลกน์ขึ้นและเป็นเพียงมือปืนรับจ้าง ที่อ่านข้อความคนที่เรียบเรียงข้อมูลให้ โดยเนื้อหามีลักษณะคล้ายกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพูดคุยกับแกนนำคนเสื้อแดงในต่างประเทศ ซึ่งปรากฏชัดว่าป้ายแสดงสัญลักษณ์องค์กรภาคีที่ตั้งขึ้นและติดเป็นฉากหลังของผู้ที่อ่านแถลงการณ์นี้มีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ด้วย จึงเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ขณะนี้มีอำนาจเต็มดำเนินการเร่งด่วนและเด็ดขาด โดยเริ่มต้นจากบล็อกคลิปดังกล่าวไม่ให้แชร์หรือส่งต่อในโซเชียลมีเดียและเร่งถอนพาสปอร์ตพร้อมถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ หาก คสช.จงรักภักดีแท้จริงอย่าปล่อยเรื่องนี้ให้เงียบไป

ศาลสั่งจำคุก “ปลาบู่” หมิ่น “ปึ้ง”

ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ เป็นโจทก์ฟ้องนายชวนนท์ อินทร์โกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ บริษัท เอ็นเคที นิวส์ จำกัด ผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล น.ส.นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์ บ.เอ็นเอสที นิวส์ จำกัด ผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์คมชัดลึก และนายเฉลียว คงตุก เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากกรณีนายชวนนท์แถลงข่าวว่าโจทก์ให้นายอัษฎา ชัยนาม ออกจากประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา พร้อมนายวีรชัย พลาศรัย เพื่อประโยชน์แก่กัมพูชา อันเป็นความเท็จ โดยศาลพิพากษาว่านายชวนนท์ทำผิดฐานหมิ่นประมาทฯ ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 100,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี พร้อมลงโฆษณาคำพิพากษาย่อในหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ และหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยนายชวนนท์กล่าวว่า จะยื่นเรื่องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป

ปชช.หนุนพรรคการเมืองร่วม สปช.

วันเดียวกัน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “การมีส่วนร่วมใน สปช. ของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง” โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 47 เห็นว่าพรรคการเมืองหลักของประเทศ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ควรส่งคนเข้าร่วมเป็น สปช. เพราะมีประสบการณ์ทำงาน ทราบปัญหาประชาชนแต่ละพื้นที่ ควรเข้ามาช่วยกันแก้ไขและปฏิรูปประเทศ ร้อยละ 40.61 ระบุว่าไม่ควรเสนอชื่อ เพราะไม่ต้องการให้นักการเมืองเกี่ยวข้อง หากเข้ามาจะเกิดความขัดแย้ง ส่วนการเข้าร่วมเป็น สปช. ของแกนนำ กปปส. แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ แกนนำกลุ่ม นปช. พบว่าร้อยละ 52.44 ไม่เห็นด้วย เพราะมีความขัดแย้งกันอยู่แล้ว เข้ามาก็ทะเลาะกันอีก ทำให้วุ่นวายไม่จบสิ้น แต่ร้อยละ 38.13 เห็นด้วย เพราะต้องการให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ทำให้ได้ความคิดเห็นหลากหลาย หากทำงานร่วมกันก็อาจทำให้สามัคคีปรองดองสมานฉันท์ขึ้น

“คนไทย” ขอรีเซตประเทศด้วย ก.ม.

ด้านนายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการเข้าร่วมกระบวนการสรรหา สปช. ว่า อยากให้ทุกพรรคเสนอชื่อบุคคลเข้าร่วมเพื่อปฏิรูปแก้ไขปัญหาการเมือง ส่วนพรรคคนไทยพร้อมเข้าร่วม ภายใต้หลักคิดรีเซตประเทศด้วยกฎหมาย รีเซตกฎหมายเพื่อคนไทย กระบวนการปฏิรูปตรงกับหลักคิดพรรคอยากให้ประเทศอยู่รอดประชาชนถึงอยู่รอด เมื่อพรรคเสนอชื่อบุคคลเป็นทสปช.แล้วจะได้หรือไม่ขึ้นอยู่ที่ คสช. โดยจะแนบข้อเสนอปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ไปกับรายชื่อให้ คสช. ส่วนกรณี คสช. ประกาศห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมถึงข้อห้าม กกต. เพิ่มเติม ส่งผลให้พรรคการเมืองประสบปัญหาการทำงานนั้น พรรคใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์เจอปัญหานี้ แล้วพรรคเล็กๆจะอยู่ได้อย่างไร จึงเรียกร้อง คสช.และ กกต.ให้ความชัดเจนเรื่องนี้ ซึ่งเห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะหารือกับ กกต. ถึงความชัดเจนเรื่องเกี่ยวกับพรรคการเมือง

ตั้งรางวัล 1 แสนจับพวกแอบอ้าง คสช.

พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. ขอความร่วมมือประชาชนตามที่มีข่าวบุคคลหรือกลุ่มบุคคล แอบอ้าง คสช.โดยทุจริต หลอกลวงบุคคลเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ อันเป็นการกระทำเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 มาตรา 343 ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว หากพบเห็นหรือทราบเบาะแส สามารถแจ้งผ่านสายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง โดย สตช.ตั้งเงินรางวัล 100,000 บาท แก่ผู้แจ้งเบาะแสจนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้

อ่านเพิ่มเติม...
สมเด็จพระบรมสนชสภาปฏิรูปพระที่นั่งอนันตสมาคมรัฐพิธีเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ