ข่าว
100 year

46 ยังแจ๋ว! 'จิ๊บ-วสุ' เปิดใจอ้อน 'หนิม' ขอโทษ 'จ๊ะจ๋า'

ไทยรัฐออนไลน์6 ส.ค. 2557 20:00 น.
SHARE

ตกเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาในวัย 46 ปีซะแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่ม "จิ๊บ ร.ด." หรือ "จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว"​ ที่โดนสาวน้อย "หนิม เอเอฟ 5-คนึงพิมพ์ ธนพิชชากรณ์" ลุกขึ้นมาโพสต์อินสตาแกรมแฉยับว่า หนุ่มใหญ่ของเราคบซ้อน เจ้าชู้!

แถม "หนิม" ยังเปิดใจว่าโกรธที่คบกันมา 3 ปี "พี่จิ๊บ" ไม่เคยให้เกียรติเปิดตัวว่าเป็นแฟน และที่หนักสุดก็เห็นจะเป็นประเด็นดาราสาวชื่อย่อ จ.จ. "จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม" ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นมือที่สาม เรื่องนี้ "บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" ติดต่อขอเปิดใจกับ "จิ๊บ-วสุ" แบบเคลียร์คัตเต็มแม็กซ์!

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา "น้องหนิม" บอกว่าผ่านความเจ้าชู้ของ "พี่จิ๊บ" มาค่อนข้างเยอะ
"เรียนก่อนประเด็นแรกเลยกับการที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาครั้งนี้เป็นเรื่องของความเข้าใจผิด เป็นเรื่องของการไม่มีจังหวะและโอกาสได้พูดคุยกัน เมื่ออารมณ์นิ่งๆ แล้ว เป็นเรื่องของการมองภาพไม่ตรงกัน เราอาจจะมีทัศนคติในบางเรื่องซึ่งยังไม่ชัดเจนตรงกัน ยังเข้าใจอะไรบางเรื่องไม่เหมือนกัน ซึ่งลักษณะการเข้าใจอย่างนี้ คนที่คบหาพูดคุยกันอยู่มันก็เกิดขึ้นได้ทุกคู่ เกิดขึ้นได้กับทุกคน เพียงแต่ว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ด้วยสถานการณ์ที่มันอยู่ ณ ตรงนั้น ไม่ได้มีโอกาสที่จะให้อารมณ์นิ่งๆ แล้วคุยกัน ที่นี่บังเอิญเรื่องไปอยู่ในพื้นที่โซเซียลซะก่อน มันก็เลยดูเหมือนเป็นเรื่องที่บานปลายใหญ่โต

โดยส่วนตัวของผมเชื่อว่าถ้ามีโอกาสได้พูดคุยกันอย่างชัดเจนอย่างน้อยที่สุดจากหนักก็จะเป็นเบา จากเบาก็อาจจะดีขึ้น อย่างน้อยก็เพื่อความกระจ่างในทุกประเด็นที่เราอาจจะเห็นไม่ตรงกัน ก่อนหน้านี้ก็พยายามติดต่อทุกช่องทาง แต่ว่าไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะฉะนั้น อย่างน้อยคิดว่าถ้าได้คุยแล้วผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ผมก็จะเคารพการตัดสินใจของเขา ถ้าจะตัดสินใจว่าหันซ้ายหันขวา เดินหน้าหรือจะหยุดผมก็จะเคารพการตัดสินใจเขา ขอแค่ได้สื่อสารกันก่อนก็ยังดีกว่าไม่ได้สื่อสารอะไรกันเลย"

แปลว่าตั้งแต่ทะเลาะกันมา ยังไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกันเลยใช่มั้ยคะ
"ยังครับ เรื่องเกิดในวันเสาร์ ซึ่งตัวผมติดงานละครเวทีทั้งรอบบ่ายและรอบดึก วันอาทิตย์ผมก็พยายามติดต่อไปทุกทาง ก็ติดต่อไม่ได้ ซึ่งผมก็เพิ่งทราบว่าเขาเปลี่ยนช่องทางการติดต่อจากผมทั้งหมด คือ เขาเปลี่ยนเบอร์ ผมก็เลยไม่ทราบว่าจะติดต่ออย่างไร"

46 ปียังแซ่บ!

ปัญหาที่ว่าเกิดเมื่อวันเสาร์พอจะบอกได้มั้ยคะว่าเกิดอะไรกันขึ้น
"เป็นความไม่เข้าอกเข้าใจกันครับ ผมเชื่อว่ามันอาจจะเกิดจากความเข้าใจอะไรที่ต่างกัน มองภาพแตกต่างกัน เขามองว่าคบหากันมา 3 ปี ผมไม่เคยบอกว่าเป็นแฟน ผมจะเรียนให้ทราบตรงๆ

ข้อแรกผมเองเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผ่านชีวิตมาประมาณนึงแล้ว ชีวิตคู่เราก็ผ่านมาแล้ว กลับมาโสดอยู่คนเดียวก็ทำมาแล้ว วัยปัจจุบัน 46 ปี ถ้าจะคิดกลับไปไม่เป็นโสดอีกครั้ง (ย้ำเสียง) ผมต้องคิดเยอะ เพราะผมตกตะกอนชีวิตมาแล้วระดับหนึ่ง

ข้อที่สองในยุคสมัยของผม คำว่า แฟน เป็นคำที่ซีเรียส ถ้าหากว่าเราตกปากใช้คำนี้กับใครมันหมายถึงการหมั้นหมายกันว่าเราจะเดินเข้าสู่การเป็นชีวิตคู่จริงๆ ผมมีความเข้าใจว่าในปัจจุบันนี้ คำว่า แฟน อาจจะใช้กันง่ายขึ้นหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ว่าสำหรับผมการที่ไม่ใช่คำนี้ที่สุดมันคือการให้เกียรติฝ่ายหญิงครับ เพราะ ณ วันนี้ เราผ่านสัจธรรมมาแล้วว่า อะไรก็ไม่แน่นอน วันนี้ถ้าเราเปิดตัวแรงออกตัวชัดว่าเราคือแฟน วันหนึ่งในภาคหน้าถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ผมเองไม่เสียอะไรหรอก เพราะผมเป็นผู้ชายและผ่านอะไรมาเยอะ แต่ฝ่ายของผู้หญิงถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอีกหน่อยตัวเขาก็จะมีคำพ่วงท้ายว่า คนนี้อดีตแฟนคนนั้นตอนนี้มาคบกับคนนี้ ซึ่งผมว่ามันไม่สวยงาม เพราะฉะนั้น เราจึงตั้งใจคงสภาพใช้คำว่าพี่น้องที่สนิทกันไว้"

เหมือน "พี่จิ๊บ" จะพยายามบอกว่าการที่เราไม่ได้เปิดตัวเป็นแฟน ไม่ใช่ว่าเราไม่รักเขา
"คือผมว่าคนเราที่สนิทสนมใกล้ชิดกัน ความรู้สึกที่ดีมันต้องมีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าผมเองก็ผ่านอะไรมาไม่น้อยแล้ว เพราะฉะนั้น บางเรื่องทีเรารู้สึกว่าควรจะอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว เราก็จะชัดเจนไม่เคยไปพูดตีฆ้องร้องป่าว เพราะว่าเราเองเคยผ่านการมีครอบครัว แต่งงานมาแล้ว ผมรู้ดีว่าช่วงระหว่างที่แยกทางกันไป ห่างหายกันไป มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดี ตรงนี้ผมจึงพยายามเต็มที่ถ้าจะมีรักใหม่ ก็ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"

แค่เอ็นดูน้องสาว

ข่าวกับ "จ๊ะจ๋า" ที่ว่าเป็นมือที่สามล่ะคะ "พี่จิ๊บ" สนิทสนมกับน้องเขาจริงรึเปล่า
"สนิทครับ และผมจะเรียนว่า เราร่วมงานกันอย่างสนุกสนาน เราร่วมงานกันในฐานะของวงดนตรี The Palace ซึ่งคุณจ๊ะจ๋าเป็นพิธีกรประจำ และเราต้องเดินสายกันไปเกือบ 20 จังหวัดทั่วประเทศ ตลอดสัปดาห์เราเดินสายตลอด เพราะฉะนั้น ความสนิทสนมจากการทำงานกันอย่างสนุกสนาน ความเอ็นดูที่เขาเป็นเด็กใหม่ที่เก่ง มีความสามารถ ทำให้เราสนิทกับเขา และเราสนิทกันทั้งวง เสร็จงานเราก็มีการประชุมงาน แล้วผมก็ไม่เคยปิดบังกับคนที่สนิทกับผมระดับวงในทุกคนว่า ผมมีทัศนคติอย่างไรกับการมีชีวิตคู่ ผมเปิดเผยชัดเจนว่า เฮ้ย..ผมมีคบหาพูดคุย เพียงแต่ผมยังไม่คอมมิท (ตกลง) จนกว่าเราจะมีความรู้สึกว่ามันแน่นอนตกผลึกแล้วจริงๆ นะครับ 

และแน่นอน ผมกับคุณจ๊ะจ๋าเราก็ต้องเจอกันไปอีกเยอะ เพราะเราอยู่สายงานเดียว อย่างน้อยก็ถึงสิ้นปี ตรงนี้ผมก็ต้องฝากขอโทษจ๊ะจ๋า ที่เขาต้องถูกดึงเข้ามาพัวพัน ยืนยันนะครับว่าในความเป็นจริง เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ แต่ความสนิทของเขากับผมมีแน่ แล้วถ้าจะให้ต้องมาเคอะเขิน ประดักประเด่อหรือไม่ในการร่วมงานกันครั้งต่อไปอีก เพราะเกิดประเด็นนี้ขึ้น ผมขอบอกว่าไม่ครับ ผมจะทำตัวตามปกติ สนุกสนานเฮฮาเหมือนเดิม เราสามารถขึ้นภาพที่เราอยู่ด้วยกันได้ เพราะผมถือว่าไม่ได้มีอะไรที่ก้าวข้ามเส้น

อย่างช่วงที่ผ่านมา ถามว่าเรามีเพื่อนต่างเพศเข้ามาสนิทสนมพูดคุยบ้างหรือไม่ ก็มีครับ เพราะว่าในสายงานไม่ว่าจะวงจรไหนก็ตาม เราก็ต้องมีเพื่อนต่างเพศ บางทีก็เป็นข่าวบ้างไม่เป็นข่าวบ้าง แต่ว่าทุกครั้งทุกกรณีก็ไม่มีการก้าวข้ามเส้นที่ไม่สมควร เรารู้ว่าขอบเขตทั้งหมดอยู่ตรงไหน คือ ทางน้องเองก็มีสุภาพบุรุษในสายงานเข้ามาอยากใกล้ชิด ผมเองก็เข้าใจ ทุกครั้งก็สื่อสารกันจนเข้าใจ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นเหมือนแพทเทิร์นที่ชัดกันอยู่แล้วว่า สถานะที่คบกันอยู่คือประมาณนี้ และถ้าหากจะมีการพัฒนาต่อไปอย่างไรหรือไม่ มันก็เป็นเรื่องของอนาคต"

ใจอ่อนหรือไม่พี่จิ๊บต้องลุ้นหนัก!

การที่ "พี่จิ๊บ" ออกมาพูดอย่างนี้ ดูจะเป็นการแสดงว่าเราแคร์ "น้องหนิม" เหมือนนี่คือการง้อของผู้ชายคนนึงรึเปล่า
"ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมโตขึ้นมาในสายงานของการสื่อสาร เราอยู่ในสายงานการทูต ในเรื่องของการเจรจาความเมือง ผมมีความเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถที่จะทำให้ดีขึ้นได้ด้วยการหันหน้ามาพูดจากัน ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นไม่ว่ากับใครก็ตาม ไม่ว่ากับเพื่อนผม ถ้ามีการเข้าใจผิด มีการมองภาพไม่ตรงกัน ผมก็ยังจะทำอย่างนี้ ต้องการพูดคุยกันให้รู้เรื่อง เราอย่างนี้เขาอย่างไร ขยับเข้ามาหากันได้หรือไม่

ความเข้าใจทุกอย่าง มันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเปิดช่องทางให้มีการสนทนา แต่ว่าไม่ใช่การปิดช่องทางการสื่อสารแล้วก็ไม่รับอะไรเลย อย่างนี้ถ้าเป็นทางการต่างประเทศ เรียกว่า ถอนทูตกลับ (หัวเราะ) เป็นการกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ ผมยังคงชัดเจนครับว่า ไม่ว่าผลการพูดคุยจะเป็นอย่างไร ผมยินดีรับและเคารพ จะไม่ไปต่อด้วยเหตุผลอะไรกัน จะวัยห่างกันมาก หรือเขาจะมีความประสงค์ไม่ต้องการคุยต่อ ผมก็น้อมรับ เพียงแต่ว่าโอกาสที่จะเป็นการพูดจา การสื่อสารกัน ผมอยากให้มันเกิด

แล้วตอนนี้พอมันออกมาเป็นประเด็นโซเซียลต่างๆ แล้ว ก็มีความคิดเห็นต่างๆ เข้ามาเยอะแยะมากมาย ผมขอบคุณทุกความเห็น ไม่โต้เถียงโต้แย้งอะไรทั้งสิ้น และถ้าเหตุการณ์ทำให้ใครเกิดความขุ่นเคืองใจไปกระทบจิตใจใครซึ่งรักและก็เป็นห่วงคุณหนิม ผมก็ต้องขอประทานโทษจริงๆ จากใจ เพราะโดยส่วนตัวผมไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลย

แล้วถามว่านี้คือการง้อมั้ย สิ่งนี้ผมว่าเราอยู่ในวัยวุฒิและวุฒิภาวะอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่น่าจะทำได้ จะให้มากล่าวอะไรมากกว่านี้ ก็คงจะไม่ใช่ช่วงวัยของเรา"

โกรธมั้ยคะที่น้องอาจจะใจร้อนไปซักนิดนึง ขึ้นอินสตาแกรมต่อว่าเพราะตัว "พี่จิ๊บ" เองก็ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ในสังคม
"ไม่เลยครับ ยืนยันว่าไม่โกรธเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเข้าใจว่านี่คือช่วงวัยของเขา เป็นสภาพอารมณ์ของคนแต่ละช่วงวัย ผมเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่บางทีก็อาจจะใจเย็นน้อยลงไปบ้าง เราเคยผ่านมาเราเข้าใจ คือ คนอายุเลข 1 นำหน้า เลข 2 นำหน้า เลข 4 นำหน้า เลข 5 นำหน้าการดิลกับปัญหามันจะไม่เหมือนกัน โดยตัวเขาเองเข้าใจว่าก็คงจะมีเครียด ความกังวล สะสมอยู่ ถ้าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้อีกผมก็ยอมรับ ผมคงมาขออะไรมากกว่านี้คงไม่ได้แล้ว ผมขอแค่ให้มาคุยกัน"

ถ้าอย่างนั้นเปิดโอกาสให้พูดผ่าน "บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" เพื่อบอกถึง "น้องหนิม" ค่ะ
"ครับผมเชื่อว่าการที่ได้มาพูดจา สื่อสารกัน เพื่อที่จะได้เห็นภาพที่ชัดเจนตรงกัน มันยังเป็นหัวใจของสัมพันธภาพระหว่างคนสองคน คือถ้ามีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะกับใครผมก็ต้องทำอย่างนี้ ไม่ได้หมายถึงว่า มาคุยกันแล้วผมจะต้องมาอย่างนั้นอย่างนี้่ เพียงแต่ว่าอยากจะอธิบายกัน ถ้าที่สุดแล้วเขาจะตัดสินใจอย่างไร เรายินดีน้อมรับ จะไม่ดึงดันหรืออะไรอีก (สำหรับ "พี่จิ๊บ" ยังเริ่มต้นกันใหม่?) สำหรับผมๆ เชื่อว่าโอกาสในชีวิตคนทุกคนมีโอกาสครั้งที่ 2 ได้อยู่ที่ว่าเราจะเปิดรับมันหรือเปล่า แล้วประตูบานแรกก็คือ การพูดจาสื่อสารกันให้เข้าใจ"

เปิดใจหมดเปลือยขนาดนี้ ก็คงอยู่ที่ "น้องหนิม" แล้วละคะ ว่าจะยอมใจอ่อนมาทำปรับเข้าใจกันใหม่กับ "พี่จิ๊บ ร.ด." หรือเปล่า? งานนี้ห้ามกะพริบตาว่าสุดท้ายแล้ว "ใครจะเป็นนางเอก ร.ด."

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้วหนิม-คนึงพิมพ์ ธนพิชชากรณ์จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดมหนิม เอเอฟ5อินสตารแกรมแฉง้อขอโทษขอโอกาสเริ่มใหม่ไม่ให้เกียรติ

คุณอาจสนใจข่าวนี้