king10
Thairath Logo
กีฬา

นักท้าความตาย! เปิดใจ 'โคเซนติโน่' สุดยอดนักมายากลระดับโลก

Share :
line-share-logo

ตอนนี้หากพูดถึงนักมายากลที่กำลังโด่งดังและมีชื่อเสียงมากที่สุด คงหนีไม่พ้น "Consentino" นักมายากลระดับโลกชาวออสซี่ เจ้าของตำแหน่ง International of the year และเจ้าของฉายาอีกมากมาย เช่น นักแสดงโชว์พลังล้น, นักแสดงกล้าท้าความตาย'

ด้วยผลงานและสไตล์ที่โดดเด่นได้รับรางวัลมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นรางวัลที่ 2 ในรายการ Australia's Got Talent, รางวัลชนะเลิศรายการ Dancing with the stars 2013 และได้รับรางวัล Australia Award Winning Magician ถึง 3 ครั้ง รวมทั้งยังมีสถิติใน Guinness World Record ด้วย มีรางวัลการันตีผลงานมากมาย

เขาถือเป็นสุดยอดนักมายากลของออสเตรเลียและผู้มอบความบันเทิงระดับแนวหน้าของโลกเขาเป็นคนที่ทำให้มายากลกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง มายากลชุดนี้ได้รับขนานนามว่าเป็น "Magic of the year" เป็นมีการผสมผสานศาสตร์การเล่นมายากลด้วยมือเข้ากับภาพ ลวงตาและการแสดงประกอบการเต้น ทำให้เกิดความแปลกใหม่ ล้ำหน้าไปกว่าการแสดงมายากลอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ทำให้เขากลายเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในวงการบันเทิงของออสเตรเลียปัจจุบันนี้

นอกจากการแสดงโชว์ของเขานั้นจะโดดเด่นกว่าใครๆ และหาชมได้ยากในแวดวงบันเทิงปัจจุบัน เขายังเป็นนักมายากลชาวออสซี่คนแรกที่มีรายการโทรทัศน์เป็นของตัวเอง (เขียนบท ผลิตและแสดงมาแล้ว 4 รายการ มีผู้ชมทั่วประเทศกว่า 6.1 ล้านคน) รวมทั้งความสามารถของเขาที่ถ่ายทอดผ่านรายการนั้น เป็นที่ถูกใจของแฟนๆ ทั่วโลกอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น สเปน อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนิวซีแลนด์ ด้วยบุคคลิกที่ดึงดูด น่าสนใจและเทคนิคการเล่นที่แพรวพราว ทำให้การแสดงของเขานั้นเปี่ยมด้วยพลัง ตื่นตาตื่นใจ น่าค้นหาราวกับเป็นเวทมนตร์

ในโอกาสที่ "Consentino" มาเยือนประเทศไทย "ไทยรัฐออนไลน์" ไม่พลาดที่จะเกาะติดการแสดงโชว์ของเขา ที่ต้องบอกว่าอึ้ง ทึ้ง และทำให้ผู้ชมอ้าปากค้างไปตามๆ กัน รวมทั้งนำบทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกมาฝากแฟนๆ กันเพื่อทำความรู้จักกับเขาให้ใกล้ชิดมากขึ้น นักมายากลที่คนทั่วโลกอยากดูเขาร่ายมนต์ใส่มากที่สุดคนหนึ่ง

โพสท่ากับ True Vision กันหน่อยย
ร่ายมนต์หน้ากล้อง ...!

เบรกที่ 1 - กว่าจะเป็นนักมายากล..!

Q : คำจำกัดความของมายากลคืออะไร 

การเดินทางที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ทำให้คนเกิดความรู้สึก มีอารมณ์ร่วมและร่วมเดินทางไปด้วยกันกับความมหัศจรรย์ 

Q : จุดเริ่มต้นของการเป็นนักมายากล ?

เริ่มจากความชอบ สนใจ และอยากเรียนรู้ในศาสตร์นี้ก่อน ซึ่งในตอนที่อายุ 12 ขวบ เราได้เริ่มเรียนรู้มายากลมาจากหนังสือ Magic book เพราะในตอนนั้นยังไม่มีเน็ต ไม่มีกูเกิ้ลเลย ทำได้แค่เรียนรู้จากหนังสือเพียงอย่างเดียว และเนื่องจากตอนเด็กๆ เป็นคนค่อนข้างขี้อาย การที่ได้เรียนรู้ทริค หรือมายากลต่างๆ นั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เป็นเราเป็นคนเปิดกว้างมากขึ้น ช่วยสร้างความมั่นใจ รู้สึกดีกับตัวเอง และกล้าที่จะเริ่มพูดคุยกับคนอื่นๆ มากขึ้น พยายามใช้ทริคมายากล เริ่มผูกมิตรกับคนอื่นและสนุกในการคิดค้นที่จะทำสิ่งต่างๆ หลากหลายมากขึ้น อย่างเช่น การเอาของในบ้านมาเล่น 

Q : ระหว่าง Magician และ Illusionist ใช้เรียกแทนตัวเองแบบไหน?

เรียกตัวเองว่า Illusionist นะ คือมันจะมีความแตกต่างกันอยู่ตรง ที่ถ้าเป็น Magician จะเน้นในลักษณะของทริคเล่นกลต่างๆ แต่ Illusionist นั้น มันจะยิ่งใหญ่มากกว่าและกว้างกว่ามาก อย่างเช่น โชว์เอาตัวรอดที่แสดง อีกอย่างในโชว์จะมีการเต้นผสมผสานเข้ามาด้วย มีการเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ เพราะฉะนั้น จะเรียกแทนตัวเองว่า Illusionist มันจะเหมาะสมมากกว่า 

Q : ในการแสดงแต่ละครั้งได้คิดค้นทริค/แรงบันดาลใจมาจากไหน?

ได้มาจากจินตนาการแบบเด็กๆ เพราะว่ามีหลานทั้งหมด 6 คน ก็จะใช้วิธีการคิด หรือมุมมองแบบเด็กๆ เนื่องจากเด็กจะมีมุมมองที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ เด็กจะคิดว่ามันเป็นเวทมนตร์จริงๆ แต่ในทางกลับกันผู้ใหญ่จะคิดว่ามันเป็นลูกเล่น เป็นทริค เพราะฉะนั้น จะใช้จินตนาการความคิดแบบเด็กๆ มากกว่าว่าถ้าเป็นเด็กจะมองยังไง คิดว่าทำแล้วจะเป็นยังไง หรือพยายามทำยังไงให้สิ่งของต่างๆ หายไป 

Q : มายากลไหนที่คุณชื่นชอบที่สุด?

(หัวเราะ) จริงๆ ก็ชอบหลายทริคอยู่นะ แต่ชอบที่สุดคงเป็น Time Machine การเดินทางระหว่างเวลา หรือย้อนเวลา โดยทริคนี้ผู้ชมจะเห็นผู้ช่วยของเขาเดินผ่านเข้าประตูไปก่อน ต่อจากนั้นจะเห็นเขาเดินมาถึงประตูแล้วละลาย หายตัวไป ทะลุกำแพงไป ได้คิดได้ไอเดียนี้มาจากหลานเลย ที่อยากเห็นคุณอา (ตัวเรา) เดินผ่านทะลุกำแพงได้ 

Q : อะไรที่ทำให้โชว์ของคุณโดดเด่นกว่านักมายากลท่านอื่นๆ?

โชว์มีความแตกต่างจากคนอื่นตรงที่ได้นำเอาส่วนประกอบ 4 อย่างเข้ามาอยู่ในโชว์ด้วย คือมี Street magic การแสดงบนถนนที่เราสามารถเห็นกว้างๆ ได้ทั่วไปเหมือน Open stage, Stage show การแสดงบนเวที, Stun การใช้ตัวแสดงแทน และแบบ Back reality คือแสดงเอง เห็นเอง อย่างโชว์การแสดงเอาตัวรอด (Escape) รวมทั้งยังได้นำการเต้นเข้ามาผสมผสานในโชว์ ซึ่งพอนำมารวมกันโชว์ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ และมีความโดดเด่นมาก ส่วนตัวแล้วคิดว่าด้าน personality ก็มีความสำคัญต่อการแสดงไม่แพ้กัน อย่างเช่นเพลงเดียวกัน แต่ถ้าคนร้องมี personality ที่ต่างกัน ก็จะทำให้เกิดโชว์ที่แตกต่างกันไปด้วย วิธีถ่ายทอดโชว์จากบุคลิก สไตล์ ท่าทางของเขา นั่นคือความแตกต่าง 

Q : การแสดงโชว์ของคุณได้รับอิทธิพลมาจากใครบ้าง?

ได้รับอิทธิพลมาจากหลายบุคคลเลย อย่างเช่น ไมเคิล แจ็คสัน, บรู๊ค ลี หรือการนำคาแรกเตอร์บางตัวมาจากดิสนีย์ ส่วนตัวแล้วคิดว่าการนำการเต้นมาใส่ไว้ในการแสดง ถือเป็นไอเดียที่ดีและสร้างสรรค์นะ ตอนนี้ถ้าให้หยุดเต้น หรือยืนเฉยๆ ก็คงเป็นเรื่องยากแล้ว การแสดงโชว์จะต้องมีการเต้น หรือการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเรา อีกอย่างเราเคยได้รางวัลชนะเลิศจากรายการ Dancing with the star ของออสเตรเลียด้วย นั่นทำให้เหมือนการเต้นมีบทบาทมากในการแสดงด้วย 

Q : ความยาก-ง่าย ในการเล่นมายากล?

การคิดค้นทริค หรือไอเดียใหม่ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ง่าย แต่สิ่งที่ยากคือ จะทำยังไงให้มันออกมาเป็นจริง ดูเหมือนจริงในแต่ละการแสดง ในการแสดงแต่ละโชว์จะมีการนำเทคโนโลยี อุปกรณ์ต่างๆ มาใช้ เพราะฉะนั้น จะต้องมีการฝึกฝน ซึ่งไม่ใช่ว่าทำออกมาครั้งเดียวแล้วจะได้ ในการคิดค้นต่างๆ มันต้องมีการทดลอง ถ้าครั้งแรกไม่สำเร็จก็ต้องลองทำใหม่ไปเรื่อยๆ ในการคิดค้นแต่ละทริคนั้น มันต้องใช้เวลาและมีมูลค่ามากในเรื่องของงบประมาณซื้อของ 

เบรก 2 - ท้าทายความตาย...!

หากพูดถึงเรื่องความท้าทายและความยากในการแสดงแล้ว Consentino ก็เป็นอีกหนึ่งในนักมายากลที่ชื่นชอบความยากและความท้าทายอยู่ไม่น้อย เรียกได้ว่าออกมาแสดงโชว์แต่ละทีก็มีโชว์ใหม่ๆ แปลกๆ และเพิ่มระดับความยากขึ้นเรื่อยๆ ให้ผู้ชมได้ชมกัน เขาได้แสดงโชว์ทริค/ลูกเล่นต่างๆ ผ่านการแสดงโลดโผนมาให้ผู้ชมได้หวาดเสียวกันมากมาย จนได้รับฉายาว่า "นักแสดงกล้าท้าทายความตาย" เลยทีเดียว แล้วแบบนี้เขาจะมีประสบการณ์อันตราย หรือเคยผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายบ้างไหมนะ ไปฟังกัน!!

โชว์สุดหวาดเสียว ตะลึงงันได้ใจคนดู

"มีนะ มีอยู่ 2 ครั้งด้วยกัน" นักมายากลชื่อดัง กล่าวและว่า เกิดขึ้นในระหว่างการแสดงเลย

"ครั้งหนึ่งคืออยู่ในลูกบอล แล้วถูกทิ้งลงไปในน้ำที่มีความลึกถึง 10 เมตร จากความลึกระดับนั้น ทำให้เกิดแรงดันขึ้น ส่งผลให้แก้วหูแตก (ถ้าเห็นในโชว์ จะเห็นว่ามีเลือดไหลออกมาจากหัวด้วย) ในขณะเดียวกัน ตัวเองที่ถูกม้ดด้วยเชือกอยู่ ก็ต้องพยายามแก้มัดแล้วว่ายขึ้นมาให้ทันเวลาและจะต้องทำให้ได้ด้วย ตอนนั้นถือว่ามีอันตรายมาก อีกครั้งคือตอนที่มีมีดครัว 18 เล่ม อยู่บนหัว ซึ่งเป็นทริคที่ต้องจับเวลา จับจังหวะให้ดี แต่ตัวเราเองดันพลาดไป ทำให้มีมีดเล่มนึงตัดบริเวณช่วงคอยาว 12 นิ้ว ตอนนั้นคือต้องเร่งถ่ายทำ เร่งผิดพลาดและเร่งไปโรงพยาบาล"

กลัวบาดปากจังแฮะ ....

Q : มีการเอาชนะความกลัวในแต่ละครั้งได้ยังไงบ้าง?

ต้องเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อว่าต้องทำให้ได้ ถ้ามัวแต่กังวลว่าสิ่งนั้นอันตราย สิ่งนั้นจะเกิดขึ้น มันก็จะทำไม่ได้ ที่สำคัญคือจะต้องมีการฝึกฝนตลอดเวลา เพราะการฝึกฝนจะทำให้มั่นใจมากขึ้น มีสติและไม่ตื่นเต้นตกใจ โดยเฉพาะการแสดงโชว์ที่เกี่ยวกับการเอาตัวรอด 

Q : มีทริคหรือการแสดงไหนไหม ที่คิดว่าจะทำแล้วยังไม่ได้ทำ?

อยากจะบินให้ได้เหมือนซุปเปอร์แมน ไม่ใช่แค่การลอยตัวเหนือพื้น แต่จะทำโชว์ให้บินเหมือนซุปเปอร์ ซึ่งตอนนี้ก็พยายามที่จะพัฒนาโชว์นั้นอยู่ (หัวเราะ) 

Q : กลัวบ้างไหมว่า ทริคหรือมายากลที่คิดค้นขึ้นมา มันจะเก่าไป?

ก็ต้องมีกลัวบ้าง ด้วยเหตุนี้เลยได้มีการคิดค้นไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาในการทำทริค อย่างบางทริคที่ได้แสดงบ่อยๆ ก็จะไม่นำมาแสดงอีก พยายามค้นหาสิ่งใหม่ๆ ที่มีความท้าทาย อันตรายมากขึ้นและมีความยากมากขึ้น 

เบรกที่ 3 - เช็กความฟิต!

เรื่องการออกกำลังกายก็สำคัญเช่นกัน ซึ่ง Consentino บอกว่าเขาได้เอาใจใส่และให้ความสนใจเรื่องการออกกำลังกายมากเป็นพิเศษ เพราะอย่างไรก็ตาม การที่มีร่างกายแข็งแรงก็จะเป็นผลดีต่อการแสดงของเขาด้วย อย่างเช่น ช่วยฝึกกลั้นหายใจได้นานขึ้น เวลาที่ลงไปใต้น้ำก็จะมีความปลอดภัยมากขึ้น แล้วเขาได้แบ่งเวลาฝึกยังไงล่ะในแต่ละวัน ทั้งฝึกเทคนิคมายากลและฝึกร่างกาย?

"ถ้าเป็นเชิงกายภาพ จะไปฟิตเนส เข้ายิม 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนเรื่องทริคในการแสดงจะฝึกทุกๆ วัน อย่างเช่น โชว์ที่เป็นไลฟ์โชว์ หรือการแสดงสด จะใช้เวลาฝึกฝนต่อเนื่องกันนาน 2 เดือน ทุกๆ วัน เพื่อให้โชว์นั้นเกิดความแม่นยำ แต่ถ้าให้ยกตัวอย่างในหนึ่งวัน ช่วงเช้าก็จะใช้เวลาในการออกกำลังกาย ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการฝึกทริค เพราะในโชว์หนึ่งจะต้องผ่านการฝึกฝนมานับไม่ถ้วน" เขา กล่าว

จัดเต็มโชว์อลังการ !

Q : คิดว่านักมายากลจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?

สิ่งที่ต้องมีหลักๆ เลย มีอยู่ 4 อย่างคือ 1.ต้องมีความรักในอาชีพนักมายากล รักในอาชีพตัวเอง 2.จะต้องมีการฝึกฝนมืออยู่ตลอดเวลา 3.จะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ มีลักษณะของการเป็นนักแสดง เพราะมายากลเป็นการแสดงอย่างหนึ่ง และ 4.จะต้องมีบุคคลิก หรือคาแรกเตอร์ที่ดึงดูด ไม่งั้นคนจะไม่สนใจ 

Q : คิดยังไงที่บางคนมาดูโชว์เพื่อจับผิดมากกว่าดูเพื่อความเอนเตอร์เทน?

โดยส่วนตัวแล้วอยากให้คนดูโชว์มาดูเพื่อความบันเทิงมากกว่าจับผิดว่า เอ๊ะ..มันเป็นยังไง ยกตัวอย่างหนังฮอลีวูด HERCULES ที่ดูแล้วมันไม่จริง มันเฟค ก็แน่นอนอยู่แล้วว่ามันเป็นทริค เป็นภาพลวงตา เพราะฉะนั้น มันจะดีกว่าถ้าเราดูเพื่อความบันเทิง เหมือนเรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เราก็ดูเพื่อความบันเทิง เพื่อความสุขดีกว่า 

Q : บรีฟกับทีมงานยังไงบ้างก่อนแสดงแต่ละโชว์?

ก็พยายามทำให้ทุกๆ คนรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย มั่นใจและต้องแน่ใจว่ามีเวลามากเพียงพอในการเตรียมตัวในแต่ละโชว์ แต่ละคนต้องรู้ว่ามีหน้าที่อะไรในโชว์นั้นๆ จะมีการพูดคุยกันสั้นๆ เหมือนเป็นการรวมพลังก่อนขึ้นโชว์ 

Q : รู้สึกยังไงบ้างที่ผู้ชมรู้หรือค้นพบว่าทริคของคุณทำได้ยังไง?

แน่นอนอยู่แล้วล่ะที่เวลาใครดูโชว์ ก็ต้องอยากรู้ว่าทำได้ยังไง มาจากไหนกัน ….แต่สุดท้ายหลังจากโชว์ หรือการแสดงเสร็จสิ้นลง คนส่วนใหญ่ก็เหมือนได้รับการเติมเต็ม ได้รับความเอนเตอร์เทน เพราะความอยากรู้กันอยู่แล้ว ถ้ามีใครค้นพบทริคจริงๆ หรือรู้ความจริงว่าทำได้ยังไง เราก็จะทำเป็นเงียบๆ ไว้…อย่าบอกใครนะ (หัวเราะ) 

Q : จะทำให้มีความมั่นใจน้อยลงไหม ชอบกลไหนที่สุด?

ไม่นะ เพราะปกติแล้วบางคนเหมือนจะรู้อยู่ในหัวว่าทริคนี้ทำยังไง แต่ส่วนใหญ่แล้วถึงจะพูดแบบนั้นจริงๆ ก็ไม่รู้หรอกว่าทำยังไง โดยส่วนตัวแล้วชอบทริคที่เป็นการเอาตัวรอดมากกว่า เพราะว่าไม่มีควัน ไม่มีกระจก จะถูกมัด ถูกล็อกอยู่ในน้ำลึกจริงๆ เลือดที่ออกก็เป็นเลือดจริงๆ มันจะมีความตื่นเต้นมากกว่า 

สาธิตโชว์การเอาตัวรอดเมื่อแขนถูกล็อก

เบรกที่ 4 - ชีวิต และเหรียญตราแห่งเกียรติยศ! 

Consentino นักมายากลระดับโลกที่คว้ารางวัล Magic of the year โดย International Magicians Society หรือที่เรียกว่า International Merlin Award ซึ่งเป็นรางวัลความสำเร็จสูงสุดที่นักมายากลระดับโลกเท่านั้นจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ เปรียบได้กับรางวัลออสการ์สำหรับคนเล่นมายากลเลยก็ว่าได้ เปิดใจถึงความสำเร็จและแพลนในอนาคตว่า เขามีแพลนตั้งใจจะทำ World Tour ในปีหน้า ซึ่งจะทำเป็นทัวร์ทั่วโลกเลย เพื่อให้คนเห็นการแสดงเต็มๆ ของเขาจริงๆ ที่จะเต็มไปด้วยภาพลวงตา แสง สี เสียง คอสตูมแบบเต็มๆ

Q : คิดว่ามาถึงจุดสูงสุดของนักมายากลแล้วรึยัง?

ยังไม่ใช่จุดสูงสุด ถึงแม้จะมีทีวีโชว์ ได้ไปทัวร์แสดงตามที่ต่างๆ แต่ทั้งนี้ก็ยังสามารถที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นต่อไปได้อีก พัฒนาทัศนคติและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปได้เรื่อยๆ ในการออกไปแสดงโชว์ตามที่ต่างๆ รวมถึงเวลาได้เจอคนใหม่ๆ หรือไปแสดงตัวตามที่ใหม่ๆ ก็ยังได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ได้พบเจอ ตัวเรายังคิดว่ามีอีกหลายเรื่องที่ยังสามารถนำมาเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้อีก 

Q : สิ่งไหนที่ทำให้คนทั่วโลกยอมรับในการแสดงของคุณ?

โดยธรรมชาติของการแสดงมายากล แน่นอนว่ามันเป็นทริคเพื่อที่จะหลอกตาผู้คนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างจากคนอื่น คือ ความซื่อสัตย์และจริงใจต่อผู้ชม ซึ่งเราจะใส่ความจริงใจต่อผู้ชมในการแสดง 

Q : ผู้ชมมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนตามที่ต่างๆ ทั่วโลก ผู้ชมในเอเชียเป็นยังไงหรือที่ประเทศออสเตรเลียเป็นยังไงบ้าง?

ผู้ชมมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเวทีที่ขึ้นแสดง ไม่ใช่แค่ต่างทวีปกันเท่านั้น แม้แต่ในประเทศของเราเองผู้ชม ก็มีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจเพราะความต่างของวัฒนธรรมแต่ละท้องที่ ทำให้เวลาดูโชว์แล้วเกิดปฏิกิริยาต่อโชว์นั้นต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ท้าทายและสำคัญมากสำหรับการเป็นนักแสดง เพราะเวลาไปแสดงที่ใหม่ๆ หรือแสดงในวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่น ก็จะได้เห็นปฏิกิริยาของผู้ชมในแบบใหม่ๆ ซึ่งอาจจะชอบ หรืออาจจะไม่ชอบ ต้องสังเกตปฏิกิริยาตอบโต้ของผู้ชมให้ดีว่าเป็นยังไง ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การปรบมือ หัวเราะหรือว่าเดินหนี เพื่อที่จะได้ประมวลผลเกี่ยวกับทริค ว่าทริคนี้เวิร์ก ทริคนี้ไม่เวิร์ก แล้วสามารถนำมาแก้ไขปรับปรุง พัฒนาต่อไปได้ 

Q : สิ่งที่อยากได้รับจากผู้ชม?

อยากได้เสียงปรบมือ เพราะเสียงปรบมือคือ การที่ได้เติบโตจากความรักของผู้ชม แสดงให้เห็นว่าโชว์ได้รับการยอมรับ รับการชื่นชม ผู้ชมรับรู้ได้ถึงโชว์เมจิกของเขา 

Q : เป้าหมายต่อไป อีกก้าวของความท้าทาย?

พยายามที่จะพัฒนาโชว์ให้มีลูกเล่นมากกว่าเดิม มีความน่าสนใจและเสี่ยงอันตรายมากขึ้น ต่อไปคือ พยายามทำโชว์นี้ไปแสดงทัวร์รอบโลก เปรียบเหมือนกับนักดนตรี หรือศิลปินที่พยายามมีผลงานเป็นของตัวเอง แล้วก็อยากมีทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก นี่เป็นสิ่งที่ดีมากที่ผลงานของเราเป็นตัวนำพาเราไปยังที่ต่างๆ 

แสดงกลเล็กๆน้อยๆ เอาใจสื่อมวลชน

เบรกสุดท้าย - แด่แฟนๆ

ท้ายที่สุด เมื่อเขาได้มาจัดแสดงโชว์ถึงเมืองไทยได้บอกความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ ผ่าน "ไทยรัฐออนไลน์" กันสักหน่อย

Q : รู้สึกยังไงบ้างที่ได้มาโชว์ที่เมืองไทย?

รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาโชว์ที่เมืองไทย แฟนๆ ชาวไทยจะได้ดูโชว์ของเรา มันเป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ เลยว่าอยากจะมีทีวีโชว์เป็นของตัวเอง แล้วตอนนี้โชว์ของเขาก็ได้ออกอากาศทั่วโลก รู้สึกดีใจมากๆ ที่โชว์จะได้ออกผ่านทางช่องทรู วิชั่น

Q : รู้สึกยังไงบ้างที่แฟนๆ ชาวไทยให้การต้อนรับมากขนาดนี้?

รู้สึกประทับใจที่ได้รับการต้อนรับอันอบอุ่นจากแฟนๆ ชาวไทย คือคนไทยจะมีลักษณะพิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือ เป็นคนที่ค่อนข้าง welcome ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี การที่ได้มาที่นี่ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นชาวต่างชาติ ไม่ได้ถูกปฏิบัติเหมือนเป็นชาวต่างชาติ รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก และอยากจะขอบคุณแฟนๆ สำหรับการต้อนรับเป็นอย่างดี ขอบคุณที่คนดูโชว์แล้วรู้สึกประทับใจ และให้การสนับสนุนโชว์ตลอดมา. 

 

อ่านเพิ่มเติม...
consentinomagicianillusionistนักมายากลจินตนาการDancing with the starMagic of the year