ข่าว
100 year

MICHELIN PILOT SPORT EXPERIENCE 2014

อาคม รวมสุวรรณ6 ส.ค. 2557 14:36 น.
SHARE

ยางรถยนต์คืออุปกรณ์ที่มีความสำคัญสูงสุดของการขับเคลื่อน ยางที่มีประสิทธิภาพสูงจะช่วยทำให้รถยนต์ของคุณยึดเกาะกับผิวถนน เบรกและเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางได้อย่างมั่นใจ ยางรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยทำให้การขับขี่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทำให้คุณเดินทางถึงจุดหมายโดยไม่เกิดปัญหาระหว่างการขับขี่ บริษัท Michelin ค่ายผู้ผลิตยางรถยนต์จากประเทศฝรั่งเศสที่มีผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงกับวงการมอเตอร์สปอร์ตของโลกมาอย่างยาวนาน จัดการทดสอบเรียนรู้ ฝึกฝนทักษะการควบคุมรถแข่ง โดยได้ทำการจัดงาน Michelin Pilot Sport Experience เป็นประจำทุกปีในสนามแข่งรถชั้นนำของทวีปเอเชีย โดยใช้สนาม Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย เป็นสถานที่ในการขับขี่และเรียนรู้การควบคุมรถแข่งเป็นประจำทุกปี ในปีนี้ (2014) ก็เหมือนกับปีที่ผ่านมา ค่าย Michelin ได้เชิญสื่อมวลชนจากทั่วทุกมุมโลกรวมถึงลูกค้า เข้าร่วมงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ บนสนามแข่งรถที่ใช้ในการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน เป็นสนามที่ขึ้นชื่อในเรื่องการทำความเร็วและมีความท้าทายต่อประสิทธิภาพของยางที่ใช้ลงทำการแข่งขัน


Sepang International Circuit เป็นสนามแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ได้มาตรฐานระดับโลก รัฐบาลมาเลเซียตัดสินใจสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1999 โดยใช้บริเวณพื้นที่ที่เป็นภูเขาและเนินเขามาดัดแปลง เพื่อรองรับการแข่งขันรถ Formura 1 และการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกในรายการ MOTO GP รวมถึงการแข่งขันรถยนต์ชั้นนำอย่าง Japan Super GT เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาท้าความเร็วแบบ Motorsport ให้เข้ามาใช้จ่ายเงินในประเทศ ถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซียได้อย่างชาญฉลาด สนาม Sepang International Circuit ตั้งอยู่ในพื้นที่ของรัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย มีความจุของจำนวนที่นั่งชมการแข่งขันทั่วทั้งสนาม 80,000 ที่นั่ง (ไม่รวมพื้นที่บริเวณเนินหญ้าที่มักถูกใช้เป็นที่นั่งชมการแข่งรถ Formura 1) ความเรียบของพื้นผิวสนามอยู่ในระดับดีเยี่ยมและสามารถระบายน้ำฝนที่อยู่บนแทรคได้อย่างรวดเร็ว สนาม Sepang International Circuit มีความยาวทั้งหมด 5.542 กิโลเมตร หรือ 3.44 ไมล์ มีโค้งทั้งซ้ายและขวารวมทั้งหมด 15 โค้ง ส่วนเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุดซึ่งกลายเป็นสถิติที่ถูกบันทึกเอาไว้ได้แก่ รถ Formura 1 ของทีม Honda ขับโดย Jenson Button นักแข่งชาวอังกฤษ (ปัจจุบันย้ายไปอยู่ทีม McLaren) โดยสามารถทำเวลาได้ 1 นาที 33.527 วินาที


สนามแข่งรถ F1 Sepang International Circuit ของประเทศมาเลเซีย ออกแบบมาเพื่อใช้แข่งขันรถยนต์ทางเรียบทุกรูปแบบ ถือได้ว่าเป็นสนามที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงในแวดวงการแข่งรถ Sepang เป็นสนามแข่งรถฟอร์มูลาวันกรังด์ปรีซ์ และจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก ตั้งแต่ปี 2542 สนามแห่งนี้ออกแบบโดย Hermann Tilke ชาวเยอรมัน สร้างบนพื้นที่ที่เดิมเป็นหนองน้ำใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ตลอดความยาว 5.542 กิโลเมตร มีโค้งที่ตื่นเต้นท้าทายถึง 15 โค้ง โดยมีทางตรงยาวที่รถแข่งสามารถทำความเร็วได้ถึง 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นสนามแข่งรถที่มีมาตรฐานระดับโลก ใช้เลเซอร์ในการตรวจวัดระดับความเรียบของพื้นผิวแทรค และมีระบบความปลอดภัยสูงมาก สำหรับการแข่งขันรถยนต์รายการใหญ่ สนาม Sepang จะเพียบพร้อมไปด้วยเจ้าหน้าที่อุปกรณ์ช่วยเหลือกับเฮลิคอปเตอร์พยาบาล การก่อสร้างสนามแข่งแห่งนี้รัฐบาลมาเลเซียใช้ระยะเวลาก่อสร้างเพียง 14 เดือน โดยเปิดใช้ครั้งแรกในปี 2542 เพื่อแทนสนามแข่งเดิม ที่เคยใช้ในรายการมาเลเซี่ยนกรังด์ปรีซ์มาก่อน อย่างชาอลาห์มเซอร์กิต และยะโฮร์เซอร์กิต สนามแข่งแห่งนี้ มีการออกแบบทางสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ซึ่งถือว่านี่คือรูปแบบสนามแข่งของยุคใหม่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตที่บริษัทยางชั้นนำอย่าง Michelin ใช้เป็นสถานที่ในการฝึกฝนทักษะการควบคุมรถแข่งบนยางสปอร์ตสมรรถนะสูงของแบรนด์ ปี 2014 กับรถแข่งที่ค่ายยาง Michelin นำมาให้สื่อมวลชนและลูกค้าได้สัมผัส ยังคงเป็นรถแข่งที่เราสามารถเห็นได้ในรายการแข่งรถสำคัญๆ ระดับโลก เช่น


Michelin Formula 4
รถแข่งสไตล์ล้อเปิดที่มีสมรรถนะเป็นเลิศในด้านการทำความเร็ว ด้วยน้ำหนักต่อแรงม้าระดับสูง รถแข่ง Michelin Formula 4 มีน้ำหนักทั้งคันที่ 470 กิโลกรัม แต่มีแรงม้ามากถึง 185 แรงม้า สปีดทางตรงสูงสุดที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใส่ยางซิ่งของค่าย Michelin แบบ Racing Slick/ Wet


Renault Clio Cup
แฮตช์แบคตัวแข่งสุดแสบในยุโรป นี่คือหนึ่งในรถจิ๋วแจ๋วที่ทรงพลังมากที่สุดในกลุ่มรถเล็ก 3 ประตูของค่าย Renault เจ้า Clio Cup มีน้ำหนักตัว 1,000 กิโลกรัม พอดิบพอดี เครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว 1618 ซีซี อัดอากาศด้วยเทอร์โบ จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดแบบไดเรคอินเจคชั่น แรงม้าสูงสุด 220 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ที่ 2500-5500 รอบต่อนาที ชุดควบคุมหรือสมองกลไฟฟ้า Electronics: Cosworth SQ7 Di – XAP electric control ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ ใช้เกียร์ Sadev ST82-17 6-speed แบบ sequential + reverse gear เฟืองท้าย Sadev 23/90 แบบ self-locking limited-slip อุปกรณ์ในชุดส่งกำลังใช้คลัตช์ AP Racing clutch discs and mechanism – Sadev stop ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท จาก ZF Race Engineering shock absorber ช่วงล่างด้านหลังแบบ One-way adjustable ZF Race Engineering shock absorber with programmed flexible axle/torsion beam ระบบเบรก PFC จานเบรกหน้าขนาด 330 มิลลิเมตร จานเบรกหลัง 260 มิลลิเมตร คาร์ลิปเปอร์เบรกของ Brembo แบบ 4 พอต (ที่ล้อคู่หน้า) ล้ออัลลอยของ Speed line ขนาด 8x17 นิ้ว ยาง Michelin Racing Slick หน้า 20/62-17 หลัง 20/62-17 อัตราเร่งจาก 0-100 ใน 4.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


Toyota GT86
สปอร์ตขับหลังเครื่องสูบนอน FA-20 ขนาด 2.0 ลิตร ระบบจ่ายเชื้อเพลิง D4S ทำแรงม้าได้ 198 ตัว แรงบิด 205 นิวตันเมตร หรือ 20.5 กิโลกรัมเมตร เครื่องยนต์สูบนอน Boxer ของ Subaru แต่มีระบบจ่ายเชื้อเพลิงที่พัฒนาโดย Toyota ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรของ Toyota GT 86 อยู่ที่ 7.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถ GT86 ใส่ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 215/45R17


Citroen C2 Rally
รถแข่งทางฝุ่นตัวเอ้ของการแข่งขันแรลลี่รุ่นเล็ก เจ้า C2 วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 1,587 ซีซี มีกำลัง 150 แรงม้า กับแรงบิด 180 นิวตันเมตร บนน้ำหนักตัวเบาเพียงแค่ 650 กิโลกรัม ระบบรองรับด้านหน้า McPherson struts, joint welded wishbone, shock absorbers, anti-roll bar ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Trailing arms, coil springs, shock absorbers ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยพาวเวอร์สายพาน ระบบส่งกำลังแบบ 6 speed Sequential ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถ Citroen C2 Rally ใส่ยางแรลลี่ดอกหนาของ Michelin ห่อรัดล้ออัลลอยขอบ 15 นิ้ว ล้อหน้ากับล้อหลังมีขนาดยางเท่ากันที่ไซส์ 14/62-15 ระบบห้ามล้อใช้ดิสเบรกกับจานเบรกเหล็กหล่อทั้งสี่ล้อ พร้อมตัวช่วยเบรก เช่น ABS / EBD


Lamborghini Gallardo LP570/4 Super Trofeo
รถแข่งทางเรียบ 570 แรงม้าคันนี้ ใช้เครื่องยนต์ V10 ของ Lamborghini แต่มีและใช้เทคโนโลยีของ Audi ซึ่งเป็นบริษัทแม่มาแจม ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์วางกลาง ความจุ 5,204 ซีซี. เป็นเครื่องเดียวกับที่ใช้ใน Gallardo รุ่น Supperleggera ให้กำลังสูงสุด 570 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 540 นิวตัน-เมตรที่ 6,500 รอบ/นาที ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยกล่อง ECU จาก BOSCH MED 9 อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 3.1 วินาที และ 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลา 10.4 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 320 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 7.4 กิโลเมตร/ลิตร สำหรับการขับแบบผสม ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 319 กรัม/กิโลเมตร Emission class อยู่ในระดับ EURO 5 ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ 6 สปีด แบบ Paddle Shift ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขอบ 19 นิ้ว คาลิเปอร์เบรก 6 พอตหน้า 4 พอตหลังของ Brembo รถ Gallardo LP570/4 Super Trofeo มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นมาตรฐาน 70 กิโลกรัม โดยมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 1,340 กิโลกรัม ถังน้ำมันรองรับเชื้อเพลิง 90 ลิตร มิติตัวรถยาว 4,386 มม. กว้าง 1,900 มม. สูง 1,165 มม. ความยาวฐานล้อ 2,560 มม. ยาง Michelin Racing Slick ล้อหน้า 275/645-19 ล้อหลัง 305/660 - 19


Michelin Formula Le Mans
รถแข่งสไตล์เอนดูลานช์ 24 ชั่วโมงสุดแกร่ง Formula Le Mans พัฒนาการของกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต ผนวกการแข่งขันด้านความอดทนของตัวรถ เจ้า Formula Le Mans เป็นต้นแบบการเรียนรู้วิธีควบคุมและขับขี่รถแข่ง เน้นไปที่ทักษะการปรับตัวอย่างรวดเร็วกับสภาพที่แท้จริงของการแข่งขันทางไกล เป็นการเริ่มต้นสร้างนักขับรถแข่งหน้าใหม่ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมสำหรับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ Le Mana 24h รถ Formula Le Mans ทุกคันมีขนาดและเครื่องยนต์รวมถึงเทคนิคของตัวรถเหมือนกันหมด ตัวถังและแชสซีสร้างจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ทำให้เจ้า Formula Le Mans มีน้ำหนักทั้งคันประมาณ 900 กิโลกรัม ขุมกำลังเป็นเครื่องยนต์สมรรถนะสูง เครื่องยนต์แบบ V8 / 6,200 ซีซี บนฐานเครื่องยนต์ V8 ของค่าย GM ให้กำลังในรูปของแรงม้ารวม 430 ตัว กับแรงบิดมหาศาลเกิน 550 นิวตันเมตร ที่ 3400-6700 รอบต่อนาที รถ Michelin Formula Le Mans เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 3.2 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดนั้นน่าจะเกิน 300 กิโลเมตรอย่างแน่นอน มันมีล้อแข่งขอบ 18 นิ้วที่ใส่ยางต่างขนาดกันแบบหน้าเล็กหลังใหญ่ บนล้ออัลลอยของ OZ ขอบ 18 นิ้ว ยางหน้า Michelin Racing Slick /Wet ขนาด30/85-18 ส่วนล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนใส่ยางขนาด 31/71-19


เดือนกรกฏาคมต่อเนื่องถึงเดือนสิงหาคม สนาม Sepang กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อลูกค้าของ Michelin กับสื่อมวลชนทั่วโลก รวมกับชาวโซเชียลมีเดียรวมกว่า 500 ชีวิต จาก 16 ประเทศ จะได้เข้ามาร่วมในกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตที่ไม่ซ้ำรูปแบบกับใครในงาน Michelin Pilot Sport Experience ซึ่งถูกจัดขึ้นเป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน โดยงานดังกล่าวนับจากการเริ่มจัดในครั้งแรกจวบจนปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมแล้วมากถึง 3,500 คน ในช่วง 22 วันของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ กลุ่มนักข่าวและลูกค้าที่ได้รับคัดเลือกจากแวดวงมอเตอร์สปอร์ต จะได้ค้นพบสมรรถนะและคุณภาพของยางจากแบรนด์ Michelin ด้วยการลงขับรถแข่งในสนามแข่งฟอร์มูล่าวัน กิจกรรม Michelin Pilot Sport Experience ถูกจัดขึ้นภายใต้การควบคุมดูแลของนักแข่งมากประสบการณ์ เป็นการดูแลเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนขับซึ่งรวมถึงความปลอดภัยต่างๆ นับเป็นประสบการณ์ที่น้อยคนจะได้สัมผัสครั้งหนึ่งในชีวิต บนรถแข่งประสิทธิภาพสูงที่ใส่ยางแข่งของค่าย Michelin เช่น Formula 4 / Renault Clio Cup / Lamborghini Super Trofeo รวมถึงรถแข่งล้อปิดสุดแรงในตำนาน Formula Le Mans


Michelin Pilot Sport Experience ยังมีผู้ชนะจากการร่วมแข่งขันเกมออนไลน์ของ Michelin ในรายการ The Right 2 Race เข้าร่วมอีกด้วย การจัดการแข่งขันเกมออนไลน์ของค่าย Michelin ได้ถูกจัดขึ้นใน 6 ประเทศเป็นครั้งแรก และมีผู้เข้าร่วมทำการแข่งขันมากถึง 3,647 คน ผู้ที่ได้รับชัยชนะจากทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทย ที่สามารถทำคะแนนสูงสุดจำนวน 6 คน ซึ่งทำเวลาต่อรอบต่ำที่สุดบนสนามแข่ง Sepang จะได้มีโอกาสเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตกับ Michelin ที่สนามแข่งฟอร์มูล่าวันของจริงในครั้งนี้ ภายในงานยังมีการแนะนำผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงรุ่น Pilot Sport Cup 2 ยางในระดับเดียวกันกับที่ใช้งานในสนามแข่งรถ แต่สามารถนำมาใช้งานบนถนนปกติ เป็นยางสปอร์ตเจนเนอเรชั่นล่าสุดของแบรนด์ Michelin ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงในด้านอัตราเร่งและความเร็วสูงสุด ยางรุ่น Pilot Sport Cup 2 พิสูจน์ความสามารถในสนามแข่งทั่วโลกจนกลายเป็นที่มาของยางรถสปอร์ตที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ายางรุ่นอื่น เป็นยางมาตรฐานติดตั้งในรถยนต์ซุปเปอร์คาร์บางรุ่นมาจากโรงงาน เช่น Ferrari 458 Speciale / Mercedes Benz SLS AMG Black Series / Porsche 918 Spyder


Tony Menard ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ธุรกิจยางรถยนต์ส่วนบุคคลและรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย แถลงว่า Michelin ทุ่มเทในกีฬามอเตอร์สปอร์ตมาช้านานแล้ว สำหรับนักแข่งรถทุกคน ยางเป็นสิ่งที่จำเป็นซึ่งนักขับจะต้องพึ่งพาเพื่อนำไปสู่ชัยชนะและเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับผู้แข่งขัน กว่า 100 ปี ที่ Michelin ได้ทำการพัฒนายางรถยนต์และนำเสนอยางที่มีสมรรถนะเป็นเลิศให้กับนักแข่งและวงการมอเตอร์สปอร์ตของโลก ยางที่บริษัทฯได้ทำการคิดค้น เป็นการนำเสนอยางที่มีคุณสมบัติรอบด้าน เป็นผลลัพธ์จากแนวคิด Michelin Total Performance เป็นการนำเอาสมรรถนะที่เป็นเลิศในด้านต่างๆ ที่เคยถูกมองว่าสวนทางกัน มาผนวกรวมเอาไว้บนยางเส้นเดียวด้วยการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการผลิต ส่วนผสมที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อส่งผลให้เนื้อยางมีความสามารถรอบด้าน โดยเฉพาะการทำความเร็ว การเลี้ยวและเบรก ประสิทธิภาพของยางแข่งคุณภาพสูงจาก Michelin นำพารถแข่งไปสู่ความสำเร็จที่เส้นชัย ด้วยการคว้าแชมป์ในรายการแข่งรถระดับโลกมากมาย เช่น Le Mans 24h / World Rally Championship - WRC / รวมถึงรายการแข่งรถมหาโหดประจำปี Darkar Rally แบรนด์ Michelin ให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อค้นคว้าและวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในห้องปฏิบัติการและในสนามแข่งรถความเร็วสูงทั่วโลก กลายเป็นกุญแจสำคัญไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์เพื่อใช้งานจริงบนท้องถนน การแข่งขันรถยนต์จึงเป็นเสมือนห้องปฏิบัติการสำหรับการเรียนรู้ ทดสอบ และพิสูจน์เทคโนโลยีต่างๆ ของค่าย Michelin อย่างแท้จริง


กิจกรรมท้าความเร็ว Michelin Pilot Sport Experience ที่จัดขึ้นในสนาม Sepang มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 เป็นการนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง บอกเล่าที่ประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบมอเตอร์สปอร์ตจากแบรนด์ Michelin ซึ่งใช้ความมุมานะพยายามในการปรับปรุงประสิทธิภาพของยางรถยนต์ในปัจจุบัน โดยได้ทำการออกแบบ ผลิตและจำหน่ายยางสำหรับยานพาหนะทุกประเภท รวมถึงยางของอากาศยาน ยานยนต์ จักรยานยนต์ รถยนต์บรรทุกหนักที่ใช้งานในเหมือง ยานยนต์เกษตร รถบรรทุกสำหรับงานหนัก กับยางขนาดเล็กของรถจักรยาน บริษัท Michelin มีพนักงานรวม 113,400 คน มีสำนักงานขายตั้งอยู่ใน 170 ประเทศ มีฐานการผลิต 69 แห่งใน 18 ประเทศ รวม 5 ทวีป นอกจากนี้ Michelin ยังมีบริการอิเล็กทรอนิกส์ สนับสนุนการสัญจรผ่านทางเว็บไซต์ viaMichelin.com ในด้านการค้นคว้าและวิจัย Michelin มีศูนย์เทคโนโลยีเซ็นเตอร์ใน 3 ทวีป ทั้งในเอเชีย ยุโรปและอเมริกาเหนือ เพื่อพัฒนานวัตกรรมยางรุ่นใหม่สู่ผู้ใช้งาน


สำหรับรถสปอร์ตสมรรถนะสูงสองรุ่นใหม่ BMW New M3 และ New M4 แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมนีอย่าง BMW และค่ายผู้ผลิตยางสปอร์ต Michelin ยังคงรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานค้นคว้าและวิจัยที่เข้มงวด สำหรับยางที่จะผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในรถสปอร์ตรุ่นล่าสุดที่มีพละกำลังมากถึง 430 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.1 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดถึง 275 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการประเมินประสิทธิภาพของยางรถยนต์คุณภาพสูงในสนามแข่ง ที่สามารถรองรับแรงบิดมหาศาลแล้วถ่ายเทลงสู่พื้นถนนได้อย่างหมดจดและเด็ดขาด ยาง Michelin Pilot Super Sport จึงถูกเลือกใช้ในผลิตภัณฑ์แห่งความแรงในรถยนต์ตระกูล M เพื่อให้แน่ใจว่า M3 และ M4 สามารถที่จะให้ผู้ขับได้รับการตอบสนองในด้านประสิทธิภาพของการขับขี่ที่แม่นยำ รวมถึงคุณลักษณะการจัดการแบบสปอร์ตที่ผู้ขับทุกคนต้องการทั้งบนถนนและในสนามแข่งขัน สำหรับยางที่ถูกใส่ลงในยานพาหนะของ BMW เวอร์ชั่น M เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของยางสปอร์ตที่ผนวกเข้ากับกลไกของระบบรองรับ ความเป็น Dynamic ของตัวรถและความแข็งแกร่งทนทานในการรับแรง ความสามารถในการที่จะใช้งานได้ทุกวันบนชีวิตประจำวัน หมายถึงลำดับที่หนึ่งของการสื่อสารระหว่างผู้ขับและรถยนต์ผ่านยางสมรรถนะสูง Michelin Pilot Super Sport เน้นการขับขี่ที่มีให้ทั้งสะดวกสบายและกระชับมั่นคงเมื่อต้องการทำความเร็วอย่างต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งวัน ยาง Michelin รุ่น Pilot Super Sport ช่วยให้การควบคุมมีความแม่นยำที่เหนือกว่าในสภาพการขับขี่ที่รุนแรงบนรถสปอร์ตที่มีม้าท่วมท้นอย่าง M-Car


ตั้งแต่ปี 1986 เมื่อรถสปอร์ตรุ่นแรกของ BMW ในตระกูล M3 รหัส e30 ได้รับการเปิดตัว แบรนด์ Michelin ก็ได้รับการติดต่อให้ทำการผลิตยางสำหรับใส่ในรถเวอร์ชั่น M Car มาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน วิศวกรชาวเยอรมันของบริษัท BMW เน้นไปที่ความสามารถของยางที่จะต้องสอดประสานไปกับประสิทธิภาพกลไกของระบบรองรับในรถ M-Car เพื่อให้แน่ใจว่า Michelin Pilot Super Spor สามารถทำให้ประสิทธิภาพของรถ M ดีขึ้นจากการเลือกใช้งานยางคุณภาพ ตามด้วยการคว้าชัยชนะในสนามแข่งทั่วโลกของรถแข่งในโมเดล M3 บริษัท Michelin ยังได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในรถยนต์สมรรถนะสูงของอีกหลายๆ แบรนด์ทั่วโลก วิศวกรจาก Michelin และ BMW M GmbH ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนายาง การรับรองนี้เป็นตัวอย่างของประเพณีอันยาวนาน ในความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จระหว่างผู้ผลิตยางรถยนต์และผู้ผลิตรถซึ่งได้เคยร่วมงานและประสบความสำเร็จมาด้วยกันยาวนานกว่า 30 ปี เพื่อสิ่งเดียวนั่นก็คือประสิทธิภาพที่เหนือกว่ารถยนต์อื่นๆ


Michelin ใช้ความพยายามในการพัฒนา ทดสอบและผลิตยางคุณภาพสูงให้ตรงตามข้อกำหนดของ BMW M GmbH ขณะที่การรักษาปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้ยางมีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของคุณภาพการผลิตและการใช้งานที่เน้นระยะเวลาอันยาวนาน ความท้าทายในด้านวิศวกรรมนี้ ประสบความสำเร็จโดยสามารถเอาชนะยางคู่แข่งที่มีประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นในความจริงของยางในรุ่น Pilot Super Sport ในลักษณะที่ให้ระยะทางรวมมากขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร ยาง Michelin Pilot Super Sport ที่ติดตั้งใน BMW New M3/M4 รุ่นมาตรฐาน มีขนาด 255/40 ZR18 (95Y) TL ที่ล้อคู่หน้า และขนาด 275/40 ZR18 (99Y) ที่ล้อคู่หลัง ซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อน ส่วนรุ่นเสริมออปชั่นพิเศษของ M3/M4 ใส่ล้อแมคนีเซียมขอบ 19 นิ้ว (ออปชั่นเสริม) โดยใส่ยาง Michelin Pilot Super Sport ที่ล้อหน้าขนาด 255/35 ZR19 (92Y) และล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนที่ขนาด 275/35 ZR19 (100Y) รองรับความเร็วได้เกิน 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


คุณสมบัติทางเทคนิคของ Michelin Pilot Super Sport
- เทคโนโลยี Michelin Pilot Super Sport มีการเสริมขอบยางให้แข็งแกร่งขึ้นแต่ยังคงความนุ่มนวลเอาไว้ เส้นใย aramid ที่ใช้เป็นเข็มขัดรัดหน้ายาง เป็นส่วนผสมสำคัญในยางรุ่นนี้ เป็นเส้นใยที่ได้จากการค้นคว้าในห้องทดลอง มีความหนาแน่นสูงมาก คุณลักษณะที่สำคัญคือ มีความต้านทานแรงดึงสูง ให้ความแข็งแรงและมีน้ำหนักต่อเส้นที่เบา ใย aramid มีความทนทานมากกว่าเหล็กถึง 5 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักที่เท่าๆ กัน ดอกยางออกแบบให้รองรับการขับขี่ในแบบสปอร์ตเต็มรูปแบบ ร่องดอกยางบริเวณไหล่ยางมีจำนวนมากกว่ายางคู่แข่งทุกรุ่น เพื่อรองรับกับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางขณะขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เนื้อยางรุ่นนี้ยังมีความสามารถในการกระจายแรงดันอย่างทั่วถึง ส่งผลไปถึงการยึดเกาะกับผิวถนนในระดับสูงสุด


- การพัฒนาสำหรับยางแข่งเทคโนโลยี Bi-Compound ใช้ยางที่มีสูตรความแข็งของเนื้อยางทั้งด้านในและด้านนอกแตกต่างกันทางด้านซ้ายและขวา ด้านข้างของดอกยาง ทำให้ความแข็งแรงทนทานที่ยอดเยี่ยม ให้การยึดเกาะบนทางโค้งหนึบแน่น ในขณะที่ภายในยางที่แตกต่างกันรวมกับการออกแบบดอกยางพิเศษที่จะช่วยให้ยางบนทางเปียกสามารถรีดน้ำได้อย่างสม่ำเสมอ ลดอาการเหินน้ำขณะวิ่งฝ่าฝนที่ตกหนักและมีน้ำขังอยู่ในผิวถนน


- คุณสมบัติใหม่ของตัวแปรอันหลากหลาย กลไกทางเคมีในส่วนผสม ยางมีความสามารถในการลดการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ขึ้นอยู่กับสภาวะการขับขี่ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆ ซึ่งจะช่วยรับประกันการควบคุมที่สมบูรณ์แบบของยานพาหนะ แม้ในขณะที่ยางต้องรับแรงมหาศาลจากน้ำหนักของรถที่กดทับขณะขับเข้าสู่โค้ง ยาง Pilot Super Sport ยังคงรักษารูปทรงจากการออกแบบแก้มยางเมื่อเข้าโค้ง ด้วยความรุนแรง การยึดเกาะกับถนนยังคงที่เหมือนเดิม


Michelin Pilot Sport Cup 2
ยางแข่งขันเจนเนอเรชั่นล่าสุดที่สามารถนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันนอกสนามแข่งรถ ยางสปอร์ต Pilot Sport Cup 2 ออกแบบมาเพื่อใส่ในรถยนต์สปอร์ตประสิทธิภาพสูงที่ครบเครื่องทั้งแรงม้าและแรงบิด (ultra-high performance) ได้รับการยอมรับให้เป็นยางมาตรฐานสำหรับติดตั้งในรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ เช่น Ferrari 458 Speciale / Mercedes Benz SLS AMG Black Series / Porsche 918 Spyder รวมถึงการทำสถิติต่อรอบในสนามแข่งรถสุดโหด Nurburgring ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในปี 2013 ด้วยรถ Porsche 918 Spyder และ Seat Leon Cupra 280 โดยรถสปอร์ตทั้งสองรุ่น ติดตั้งยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ที่มีอายุการใช้งานในสนามแข่งมากถึง 50% พร้อมให้เวลาต่อรอบที่ลดลง เป็นผลลัพธ์มาจากเทคโนโลยีที่ได้รับการสืบทอดมาจากสนามแข่งรถ เช่น Le Mans 24h การพัฒนาประสิทธิภาพของยางสัมฤทธิ์ผลได้โดยไม่สูญเสียสมรรถนะด้านใดด้านหนึ่งไป เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ยางคุณภาพสูงภายใต้กลยุทธ์ Michelin Total Performance ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในยางรุ่นใหม่ล่าสุดทุกรุ่นของ Michelin


Michelin Pilot Sport Cup 2 ผ่านการทดสอบและพัฒนาอย่างหนัก ผลิตจากเครื่องจักรแบบเดียวกับยางสำหรับใช้ลงทำการแข่งขัน เทคโนโลยี Bi-Compound หน้ายางมีสูตรเนื้อยางทั้งด้านนอกและด้านในที่มีค่าแตกต่างกัน เนื้อยางด้านนอกใช้สูตรยางที่มีโมเลกุลสูงเพื่อการยึดเกาะของส่วนผสมในเนื้อยาง ส่งผลไปถึงการควบคุมพวงมาลัยทั้งบนถนนที่แห้งหรือเปียกชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าโค้งมุมแคบ ขณะที่เนื้อยางด้านในมีความแข็งแกร่งสูงกว่าด้านนอก ตอบสนองต่อการหักเลี้ยวอย่างแม่นยำและลดอาการบิดตัวของแก้มยาง


Track Variable Contact Patch 3.0
นวัตกรรมที่พัฒนามาจาก Variable Contact Patch 2.0 ที่มีในยาง Michelin Pilot Super Sport ยางมีความสามารถในการปรับแรงกดบนหน้าสัมผัสให้มีความเหมาะสม ทำให้เนื้อยางสามารถสัมผัสกับผิวถนนได้อย่างเต็มที่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะขับขี่บนทางตรง หรือการขับขึ้น-ลงเนินที่เต็มไปด้วยโค้งหลากหลายรูปแบบ


Michelin and BMW M GmbH
Key Figures Strategic partners since 1986 for the BMW M3 e30
100% of BMW M3/M4 (f80/f82) fitted with the MICHELIN Pilot Super Sport in 2014
60% BMW M5 equipped exclusively with the MICHELIN Pilot Super Sport
60% BMW M6 equipped exclusively with the MICHELIN Pilot Super Sport
The number of tracks on which the MICHELIN Pilot Super Sport was tested on the BMW M3 and BMW M4. The tracks were Michelin's Ladoux circuit, BMW's Miramas test center, the Nürburgring circuit in Germany, the Charade circuit in France and BMW’s Aschheim Testcenter in Germany
9 is the number of test sessions conducted jointly by the car maker and the tire manufacturer
3884, is the number of prototypes tires developed in 19 months for these vehicles

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ARCOM ROUMSUWANMICHELIN PILOT SPORT EXPERIENCE 2014สนามแข่งรถเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียอาคม รวมสุวรรณ

คุณอาจสนใจข่าวนี้